×

ผอ.สำนักงบฯ เผยยังไม่มีการหารือออก พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

20.04.2026
  • LOADING...
ผอ.สำนักงบประมาณ อนันต์ แก้วกำเนิด ให้สัมภาษณ์เรื่องการหารือ พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

ผอ.สำนักงบฯ เผยคณะทำงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการกำหนดยุทธศาสตร์จัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2570 แต่ยืนยันว่า ยังไม่มีการคุยเกี่ยวกับ พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท

 

วันนี้ (20 เมษายน) อนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เผยว่า วันนี้จะมีการประชุมยุทธศาสตร์การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อเตรียมเสนอ ครม. ในวันพรุ่งนี้ (21 เมษายน) โดยขณะนี้ ยังไม่มีการหารือเรื่องการกู้เงินห้าแสนล้านบาท เพราะกำลังอยู่ในระหว่างการหารือเพื่อกำหนดรายละเอียดต่างๆ

 

นอกจากนี้ อนันต์ยังกล่าวว่า 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ซึ่งประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงบประมาณ จะทำการประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันพุธที่ 22 เมษายน เวลา 10.00 น.

 

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อหารือเกี่ยวกับการทบทวนกรอบงบประมาณปี 2570 ว่าจะยังคงใช้กรอบเดิม หรือจะมีการปรับใหม่ ซึ่งอนันต์ระบุว่า ถ้าที่ประชุมสรุปใช้กรอบเดิมก็สามารถเดินหน้าตามกรอบงบปี 2570 ได้เลย

 

แต่ถ้าทบทวน ก็จะต้องมีการเสนอเข้าที่ประชุม คณะกรรมการนโยบายการเงิน การคลังของรัฐ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการเเพื่อพิจารณาต่อไป

 

ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยในพิธีเปิดการประชุมสัมมนามอบนโยบายและแนวทางการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ว่า วงเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 อยู่ที่ 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ก่อน 7,400 ล้านบาท หรือ 0.2% เท่านั้น

 

KKP ประเมินหนี้สาธารณะไทยจ่อทะลุเพดานเร็วสุดในปี 2570

 

ทั้งนี้ กระแสข่าวการกู้เงินเพิ่มและการขยายเพดานหนี้สาธารณะ เกิดขึ้นหลังเศรษฐกิจไทยเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงาน ซึ่งเข้าซ้ำเติมความเสี่ยงทางการคลังที่ไทยเผชิญอยู่แล้ว โดย KKP มีการประเมินว่า หนี้สาธารณะไทยจ่อทะลุเพดานเร็วสุดในปี 2570 ท่ามกลางเศรษฐกิจที่โตต่ำ

 

ตามข้อมูลจากดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ที่โพสต์ผ่าน Facebook ส่วนตัวแสดงให้เห็นว่า KKP ประเมินว่า ในฉากทัศน์ที่ 1 (เส้นประสีฟ้าอ่อน): ซึ่ง Nominal GDP โต 2.6-3.0% แต่กรอบการขาดดุลเป็นไปตามแผนการคลังระยะปานกลางที่ 2.1-3.9% สัดส่วนหนี้สาธารณะจะเริ่มทะลุเพดาน 70% ในช่วงปี 2571 และทรงตัวอยู่ที่ระดับ 70.5% ในปี 2573

 

ฉากทัศน์ที่ 2 (เส้นประสีเหลือง): ฉากทัศน์ที่ Nominal GDP โต 2.6-3.0% ซึ่งเป็นฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือ Nominal GDP โต 2.6-3.0% ควบคู่กับการที่รัฐบาลขาดดุลสูงอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 4% สัดส่วนหนี้จะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยทะลุเพดาน 70% อย่างชัดเจน ตั้งแต่ปี 2570 และไปจบที่จุดสูงสุดระดับ 74.5% ในปี 2573

 

ฉากทัศน์ที่ 3 (เส้นประสีแดง): ฉากทัศน์ที่ Nominal GDP โต 2.6-3.0% และรัฐบาลไม่สามารถปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ได้ แต่ระดับการขาดดุลอยู่ที่ 2.1-4.4% สัดส่วนหนี้จะพุ่งทะลุเพดาน 70% ตั้งแต่ปี 2570 และจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ 72.7% ในปี 2573

 

โดยคาดการณ์ทุกฉากทัศน์ของ KKP ล้วนแย่กว่า ประมาณภายใต้แผนการคลังระยะปานกลาง (เส้นประสีน้ำเงินเข้ม) ที่มีสมมติฐานว่า Nominal GDP โต 3.5-4.5% และขาดดุล 2.1-3.9% โดยประมาณการนี้แนวโน้มสัดส่วนหนี้จะเพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดในช่วงปี 2571-2572 โดยไม่ทะลุเพดานที่ 70% และจะทยอยปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 68.2% ในปี 2573

 

ดร.พิพัฒน์ยังกล่าวต่อว่า “สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating Agency) ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขระดับหนี้วันนี้เพียงอย่างเดียว แต่เขาดูว่า ‘ข้างหน้า’ หนี้จะอยู่ในภาวะ ยั่งยืน (Sustainable) หรือเป็น เส้นทางที่คุมไม่อยู่ (Exploding Path)

 

โดยมีปัจจัยสำคัญ 3 ตัว ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย (หนี้เดิมโตเร็วแค่ไหน?) การขาดดุล (ต้องกู้เพิ่มอีกเท่าไร?) และ GDP Growth โดยถ้าเศรษฐกิจโตช้า สัดส่วนหนี้ต่อรายได้จะบวมขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าเศรษฐกิจโตเร็ว ถึงหนี้จะเพิ่ม แต่สัดส่วนหนี้อาจจะไม่เพิ่มเร็วก็ได้”

 

“ปัญหาของไทยคือเศรษฐกิจเราโตช้ามาตั้งแต่ก่อนเกิดสงคราม รายจ่ายเพิ่มไม่หยุดตามสังคมสูงวัย แต่รายได้ไม่โตตาม เราขาดดุลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ‘กันชน’ ของเราจึงบางลงทุกปีจนน่าใจหายดีว่าดอกเบี้ยยังต่ำพอช่วยให้หนี้ไม่โตเร็วเกินไป”

 

ผอ.สำนักงบประมาณ อนันต์ แก้วกำเนิด ให้สัมภาษณ์เรื่องการหารือ พ.ร.บ. กู้เงิน 5 แสนล้านบาท 1

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories