×

เปิดเบื้องลึกประชุม คตร. ถกใช้เพดาน ‘คุมค่าการกลั่น’ จ่อเคาะข้อสรุปคุม ‘ค่าการกลั่น-ค่าการตลาด’ ในที่ประชุมวันนี้

03.04.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าวการประชุมคณะกรรมการ คตร. เพื่อหารือและกำหนดเพดานควบคุมค่าการกลั่นน้ำมัน คาดได้ข้อสรุปวันนี้

หลังจากวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.)

 

โดยมีเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมตั้งบอร์ด คตร.ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทั้งฝั่งเอกชน, นักวิชาการ และขาราชการร่วมทำงานในคณะทำงาน ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปในการประชุมนัดที่สองในวันนี้ (3 เมษายน)

 

ล่าสุดศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงความคืบหน้าการประชุม คตร. วานนี้ (2 เมษายน) ที่ผ่านมา โดยระบุว่า แนวคิดเรื่องการกำหนดเพดานและพื้นราคา (Floor & Ceiling) ในการดูแลค่าการกลั่น (GRM) เป็นแนวคิดที่ทางที่ประชุมรับไปพิจารณาแล้ว แต่ยังไม่ได้มีการตัดสินใจชี้ขาดว่ารูปแบบควรจะออกมาเป็นอย่างไร

 

สำหรับบรรยากาศการประชุมเมื่อวานนี้ มีการพูดคุยถึงข้อดีและข้อเสียของระบบดังกล่าว แต่ไม่ได้มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในที่ประชุม โดยคณะกรรมการส่วนใหญ่ต้องการเห็นข้อมูลต้นทุนที่แท้จริงของโรงกลั่นเสียก่อน เพื่อประเมินว่าต้นทุนในปัจจุบันสูงเกินไปหรือไม่ และสูงเกินไปมากน้อยขนาดไหน ซึ่งหากข้อมูลชี้แจงได้ว่าต้นทุนมีความเหมาะสมอยู่แล้ว ก็มีความเป็นไปได้ที่ภาครัฐอาจจะไม่ได้นำระบบคุมเพดานราคา (Floor & Ceiling) มาใช้

 

ศ.ดร.พรายพล ได้กล่าวถึงประเด็นความเป็นไปได้ในการใช้หรือไม่ใช้ระบบเพดานราคาเพื่อควบคุมค่าการกลั่น ระบุว่า

 

“ก็เป็นไปได้นะ เป็นไปได้ เพราะว่ามันมีข้อเสนอต่างๆ ในเรื่องของส่วนเกิน ว่าสามารถที่จะลดได้ในหลายๆ รูปแบบ เป็นเรื่องของวิธีการมากกว่าว่าถ้าไม่มีเพดาน (Ceiling) จะหาวิธีอื่นๆ ได้ไหม เช่น ให้โรงกลั่นเสนอมาว่าจะลดได้เท่าไร” ศ.ดร.พรายพล กล่าว

 

โดย ศ.ดร.พรายพล อธิบายเพิ่มเติมว่า หากพบว่ามีส่วนเกินของต้นทุน ที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงแนวทางอื่นๆ ที่จะนำมาใช้แทนการกำหนดเพดานราคาบังคับ โดยมีข้อเสนอที่เป็นการให้ การบ้าน กับกลุ่มโรงกลั่นไปหาแนวทางเยียวยาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้โรงกลั่นพิจารณาและเสนอตัวเลขกลับมาว่า จะสามารถปรับลดราคาลงได้เท่าไหร่ แทนที่จะให้ภาครัฐเข้าไปตั้งเพดานราคาบังคับ

 

ในส่วนของการเชิญกลุ่มโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งเข้ามาร่วมหารือนั้น

 

คณะกรรมการได้เชิญตัวแทนโรงกลั่นเข้ามาในช่วงท้ายของการประชุม เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับกระบวนการซื้อขายของโรงกลั่นเป็นหลัก โดยที่ประชุม ไม่ได้สอบถาม ความคิดเห็นของกลุ่มโรงกลั่นเกี่ยวกับแนวทาง Floor & Ceiling แต่อย่างใด เนื่องจากในกลุ่มคณะกรรมการเองก็ยังคงตกลงกันไม่ได้ และมีความคิดเห็นที่ยังไม่ตรงกันทั้งหมด แม้ว่าจะไม่ได้มีเสียงคัดค้านด้วยเหตุผลที่หนักแน่นก็ตาม

 

ขณะที่ประเด็น ค่าการตลาด (Marketing Margin) นั้น ศ.ดร.พรายพล ระบุว่ามีการพูดถึงในที่ประชุมค่อนข้างน้อย เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีการศึกษาความเหมาะสมเอาไว้แล้ว โดยมีการแถลงและพูดถึงตัวเลขค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 2.45 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เคยมีการศึกษาและกล่าวถึงไว้

 

ทั้งนี้ คาดว่าการประชุม คตร. นัดที่สอง ในช่วงเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (3 เมษายน) จะเป็นนัดสำคัญที่จะมีการนำข้อสรุปทั้งหมดมาพิจารณา หากได้รับข้อมูลต้นทุนครบถ้วน ก็คาดว่าจะสามารถ เคาะข้อสรุป ได้ทั้งในส่วนของแนวทางปฏิบัติว่าท้ายที่สุดจะเลือกใช้ระบบใดในการดูแลราคา รวมถึงการกำหนดตัวเลขต้นทุนที่เหมาะสมของทั้งค่าการกลั่นและค่าการตลาด

 

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ศ.ดร.พรายพล ระบุว่า ค่าการกลั่นในปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาปรับลดลงเนื่องจากอยู่ในระดับที่สูงเกินไป หากย้อนดูข้อมูลในอดีตช่วงวิกฤตยูเครน จะพบว่าค่าการกลั่นเคยพุ่งสูงไปถึง 5-6 บาทต่อลิตร จากภาวะปกติที่มักจะอยู่เพียง 2-3 บาทต่อลิตรเท่านั้น ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวส่งผลให้โรงกลั่นมีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในลักษณะที่พุ่งสูงเกินผิดปกติ

 

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาความผันผวนและสร้างความเป็นธรรม ศ.ดร.พรายพล เตรียมเสนอแนวคิด การกำหนดเพดานสูงสุด (Ceiling) และพื้นต่ำสุด (Floor) ของค่าการกลั่น โดยในฝั่งของเพดานสูงสุด เสนอว่าไม่ควรเกิน 3 บาท

 

ในขณะเดียวกัน กลไกนี้ก็ต้องมี ‘พื้นหรือเพดานขั้นต่ำ (Floor)’ ให้กับผู้ประกอบการด้วย ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอตัวเลขไว้ที่ประมาณ 1 บาทกว่า การตั้ง Floor นี้มีขึ้นเพื่อรองรับกรณีที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงจนทำให้โรงกลั่นประสบปัญหาขาดทุนจากสต๊อก (Stock Loss) หรือเผชิญช่วงที่ค่าการกลั่นลดลงอย่างหนัก แนวทางนี้จะช่วยการันตีให้โรงกลั่นไม่ถึงกับต้องแบกรับภาวะขาดทุน

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories