รัฐบาลสหรัฐฯ คุมเข้มตลาด Private Credit หลังบริษัทประกันภัยลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความกังวลว่าระบบจัดอันดับความน่าเชื่อถืออาจไม่สะท้อนความเสี่ยงที่แท้จริง และมาตรฐานการปล่อยกู้อาจหละหลวมเกินไป
เมื่อวันพุธที่ 1 เมษายน 2569 (ตามเวลาสหรัฐฯ) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ นัดประชุมหน่วยงานกำกับประกันภัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจับตาความเสี่ยงในตลาดตราสารหนี้นอกระบบ (Private Credit) หลังบริษัทประกันเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความปั่นป่วนในตลาด เนื่องจากนักลงทุนแห่ขอถอนเงินจากกองทุนก่อนกำหนด จนเกิดปัญหา สภาพคล่องตามมา
“การประชุมครั้งนี้จะสำรวจเหตุการณ์ในตลาดล่าสุด ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ วิธีบริหารความเสี่ยง และมุมมองต่ออนาคตอุตสาหกรรมประกัน” กระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าว
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เริ่มแสดงความกังวลอย่างจริงจัง ต่อสุขภาพของตลาด Private Credit ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยการประชุมครั้งนี้จะมีตัวแทนจากหน่วยงานกำกับดูแลประกันภัยทั้งของสหรัฐฯ และต่างประเทศเข้าร่วม
ทั้งนี้ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ภาคประกันภัยในสหรัฐฯ ซึ่งถูกกำกับดูแลในระดับมลรัฐ มีเชื่อมโยงกับตลาด Private credit มากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากบริษัทประกันภัย ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้น จึงให้ความสนใจลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในตลาด Private credit ทั้งการปล่อยกู้โครงการอสังหาริมทรัพย์นอกระบบ และหลักทรัพย์ที่ซับซ้อนซึ่งมีสินทรัพย์ต่างๆ เป็นหลักประกัน ตั้งแต่แผงโซลาร์เซลล์ไปจนถึงเครื่องบินให้เช่า
ในขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านการบริหารสินทรัพย์ทางเลือก
อย่าง Apollo และ KKR ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทประกัน และผู้ให้บริการกองทุน บำเหน็จบำนาญ ส่วนกองทุนอื่นๆ เช่น Blackstone ร่วมมือกับบริษัทประกัน เพื่อบริหารเงินลงทุนให้
แนวโน้มนี้ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลเริ่มกังวลมากขึ้น เพราะผลิตภัณฑ์ Private Credit ส่วนใหญ่ข้อมูลไม่โปร่งใส ดูรายละเอียดยาก มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง เพราะไม่มีตลาดรองรับซื้อขายง่ายๆ เหมือนหุ้นกู้หรือพันธบัตรทั่วไป อีกทั้งยังมีโครงสร้างการลงทุนที่ซับซ้อนเข้าใจยาก
ด้วยเงื่อนไขนี้ทำให้อุตสาหกรรมประกันภัยต้องพึ่งพาบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เฉพาะทาง เพื่อประเมินความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปกติแล้วบริษัทประกันมักลงทุนทั้งหมด ในหลักทรัพย์ที่ได้เครดิตเรตติ้งสูง ไม่ใช่สินทรัพย์เสี่ยงสูง แต่ปัจจุบันคุณภาพการจัดอันดับเรตติ้งของบริษัทต่างๆ เริ่มถูกตั้งคำถาม
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังคาดหวังว่าการหารือครั้งนี้ จะนำไปสู่ความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับหน่วยงานกำกับดูแล โดยการประชุมชุดแรกจะเริ่มในเดือนเมษายน และจะมีการประชุมติดตามสถานการณ์เพิ่มเติมตลอดช่วงฤดูร้อน
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม มีรายงานว่าธนาคารในสหรัฐฯ เรียกเก็บดอกเบี้ยสูงขึ้น สำหรับเงินกู้บางส่วนที่ให้แก่กองทุน Private Credit และบริษัทพัฒนาธุรกิจ (Business Development Companies – BDCs) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนที่ให้กู้แก่ธุรกิจขนาดกลางและเล็ก โดยมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตั้งแต่ปลายปี 2568 ท่ามกลางข้อสงสัยเกี่ยวกับมาตรฐานการปล่อยกู้ และผลการดำเนินงานของบริษัทซอฟต์แวร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตามการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ จะเพิ่มต้นทุนทางการเงิน ซึ่งอาจกดดันผลตอบแทนของกองทุน Private credit ในที่สุด
ภาพ: Shutterstock AI
อ้างอิง:
- https://www.ft.com/content/09f4fa70-d3e6-4abc-bc95-234afe7111f4?syn-25a6b1a6=1
- https://www.reuters.com/legal/transactional/us-banks-raising-borrowing-costs-private-credit-funds-ai-fears-pummel-valuations-2026-03-31/

