จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดที่ผันผวนและปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงและต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจโลจิสติกส์
ล่าสุดวันนี้ (31 มีนาคม) ผู้ให้บริการขนส่งพัสดุเอกชนรายใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท เคอีเอ็กซ์ (KEX), แฟลช เอ็กซ์เพรส (Flash Express) และ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส (J&T Express) ได้ประกาศปรับขึ้นค่าบริการขนส่งพัสดุเพื่อรับมือกับสภาวะดังกล่าว
การปรับขึ้นค่าบริการของทั้ง 3 บริษัท จะมีการเรียกเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่มในอัตรา 3 บาทต่อชิ้น ครอบคลุมในทุกช่องทางการให้บริการ โดยจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป การตัดสินใจดังกล่าวเป็นการพิจารณาร่วมกันในระดับอุตสาหกรรม โดยผ่านการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย แม้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการจะพยายามบริหารจัดการต้นทุนอย่างเต็มที่และชะลอการปรับราคาเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อผู้บริโภคและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แต่เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จึงมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างราคาในระยะนี้
อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย ได้เน้นย้ำว่า การเรียกเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่ม 3 บาทในครั้งนี้ เป็นเพียงมาตรการแบบชั่วคราว ซึ่งยังไม่มีการกำหนดวันที่สิ้นสุดไว้อย่างแน่ชัด โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ หากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดปรับตัวลดลง ดีขึ้น หรือกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทางบริษัทผู้ให้บริการจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมพิจารณาทบทวนเพื่อปรับลดค่าบริการหรือยกเลิกการเก็บค่าน้ำมันส่วนเพิ่มนี้โดยเร็วที่สุดตามความเหมาะสม
ขณะเดียวกัน บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีการปรับตัวรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา โดยไปรษณีย์ไทยได้ดำเนินการปรับขึ้นค่าบริการฝากส่งสิ่งของประเภท EMS (ส่งด่วน) และ eCo-Post (ส่งประหยัด) เพิ่มขึ้น 15-20 บาท เฉพาะการจัดส่งไปยังพื้นที่ปลายทาง 85 รหัสไปรษณีย์
ซึ่งพื้นที่เป้าหมายส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกาะ ภูเขาสูง และแหล่งท่องเที่ยวที่เข้าถึงยาก เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มีต้นทุนค่าขนส่งทางบก ทางเรือ รวมถึงค่าแรงงานที่สูงกว่าพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับราคาของไปรษณีย์ไทย ไม่ได้มีการระบุถึงกำหนดการสิ้นสุดหรือเงื่อนไขในการปรับลดราคาไว้แต่อย่างใด












