วันนี้ (29 มีนาคม) เวลา 15.52 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เคยยื่นใบลาออกจากผู้อำนวยการ ศบก. ว่า ท่านทำงานหนักมา และยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งท่านเคยเขียนใบลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ตนเป็นคนไม่อนุมัติให้ออก เพราะเป็นคนทำงานที่รู้กลไก และเราต้องใช้ประสบการณ์ของบุคคลเหล่านี้ทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน
วันนี้ ผู้สื่อข่าว ประชาชน รวมถึงนักวิชาการ และคอมเมนเตเตอร์ รวมไปถึงผู้คนที่เป็นคณะรัฐมนตรี นั่งทำงานกันขนาดนี้ เป็นใครก็ไม่กล้าคิดถึงประโยชน์ของตนเอง หากสมมติ พิพัฒน์เพียงแค่คิดว่า นโยบายแบบนี้จะเกิดประโยชน์กับครอบครัว ตนก็จับได้ ตนก็จะทราบ ขอรับรองว่าไม่มีทางยอมให้เกิดขึ้น เพราะตนไม่มีเรื่องผลประโยชน์ และเรายังใช้ความเห็นและประสบการณ์ของพิพัฒน์ให้แนวทางซึ่งหลายแนวทางก็ปฏิบัติออกมาได้ผลกับสถานการณ์
สำหรับการให้บริการเติมน้ำมันในปั๊ม เกือบเข้าสู่ขั้นปกติแล้ว หากบางคนไปถ่ายรูปจากปั๊มใดปั๊มหนึ่งแล้วบอกว่ายังปิดอยู่ ตรงนี้ต้องดูภาพรวม ซึ่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ 76 จังหวัด ยกเว้นกรุงเทพฯ ไม่มีปัญหา ต้องรายงานเข้ามาทุกเช้า เพราะตนบอกแล้วว่า หากทุกจังหวัดบริหารสถานการณ์น้ำมันได้ การสัญจรช่วงสงกรานต์ก็จะไม่มีปัญหา ถือเป็น KPI ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องใส่ใจเต็มที่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่ามั่นใจในตัวพิพัฒน์ จึงให้ทำหน้าที่โดยไม่กังวลใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกรรมการ ศบก. เป็นชุดเฉพาะกิจ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ตนตั้งใจจะให้ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เป็นประธาน ศบก. ตั้งแต่แรก แต่ต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอยู่ในคณะกรรมการด้วย ซึ่งพิพัฒน์เป็นรองนายกรัฐมนตรีคนที่หนึ่ง โดยเอกนิติบอกว่า ไม่เป็นไร จะขับเคลื่อนทุกอย่างให้
แต่ขอชื่อพิพัฒน์เป็นประธาน ในการขับเคลื่อนของคณะกรรมการจริงๆ ตนไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการ แต่ก็ยังมาร่วมประชุมทุกบ่าย เพราะเราทำงานกันเป็นทีมเวิร์ก ส่วนตำแหน่งเอาไว้กำกับดูแลงานในสังกัดของแต่ละคน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ออกมาวิจารณ์การแก้ไขปัญหาราคาน้ำมัน ถือว่าผิดมารยาทพรรคร่วมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ท่านเป็นพรรคร่วม และขณะนี้ไม่ได้เป็น สส. แล้ว ท่านคงพูดในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งอาจต้องการให้ความเห็น ส่วนรัฐบาลจะปฏิบัติหรือไม่เป็นเรื่องที่รัฐบาลตัดสินใจ แต่เรารับฟัง ไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็น
ส่วนจะให้ประชาชนคลายกังวลได้หรือไม่ ว่าสถานการณ์น้ำมันเริ่มคลี่คลายแล้ว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เริ่มคลี่คลายตามลำดับ ไม่ใช่เพิ่งเข้าสู่ภาวะปกติในวันนี้หรือเมื่อวาน แต่ดีขึ้นมาเรื่อยๆ มีการรายงานเข้ามาตลอด ทั้งจากเครือข่ายภาครัฐและบริษัทผู้ค้าน้ำมันในประเทศ ซึ่งมีเครือข่ายนำเข้าน้ำมันดิบ ทุกฝ่ายยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติในการนำเข้า
นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการโดย ปตท. นำร่องสั่งน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปจากต่างประเทศเข้ามา และส่งต่อไปยัง สปป.ลาว เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
ก่อนหน้านี้มีข้อสงสัยว่าทำไมต้องส่งไปลาว รัฐบาลก็ได้ชี้แจงเหตุผลแล้ว พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นใจด้วยการนำเข้าน้ำมันดีเซลสำเร็จรูปเข้ามา ปริมาณน้ำมันในระบบจึงเพิ่มขึ้น หากใช้ไม่หมดก็สามารถสำรองไว้ตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า กระแสวิจารณ์จะทำให้เสียสมาธิในการทำงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่รู้สึกเสียสมาธิ แต่ที่ช่วงนี้ไม่ค่อยพูดเล่นกับผู้สื่อข่าว เพราะเข้าใจว่าประชาชนมีความกังวล จึงต้องใส่ใจมากขึ้น เพื่อลดความกังวลของประชาชน
“จะบอกว่าอย่าห่วงใยเลยก็พูดเต็มปากไม่ได้ เพราะสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่แน่นอน วันนี้บอกหยุด พรุ่งนี้อาจกลับมารบกันอีก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไทยควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือทำให้มั่นใจว่าน้ำมันจะไม่หายไปจากระบบ ซึ่งเรามีความมั่นใจ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามว่า เดือนเมษายน ราคาดีเซลอาจแตะลิตรละ 60 บาท นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โลก หากมีความขัดแย้งก็ส่งผลทุกภาคส่วน ไม่ใช่แค่น้ำมัน เป็นไปตามกลไกตลาด สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือดูแลซัพพลายไม่ให้กระทบ และสร้างความมั่นใจว่าปริมาณน้ำมันเพียงพอ ยิ่งประชาชนช่วยกันประหยัด ใช้พลังงานทางเลือก และลดการใช้น้ำมัน จะช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น
เมื่อถามว่า ช่วงสงกรานต์จะมีของขวัญ เช่น ลดราคาน้ำมันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นไปตามกลไกตลาด
เมื่อถามว่า ต้องเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานหรือไม่ นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่ถึงขั้นนั้น ส่วนการบริหารความรู้สึกประชาชน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ประชาชนเข้าใจสถานการณ์โลกดี เห็นได้ว่าหลายประเทศราคาน้ำมันสูงขึ้น เช่น สิงคโปร์ลิตรละร้อยกว่า สหรัฐฯ ลิตรละ 90 บาท มาเลเซียลิตรละ 47 บาท แสดงว่าปรับขึ้นทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะไทย
เมื่อถามถึงสถานการณ์ไฟป่าและ PM 2.5 ในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีตอบสั้นๆ ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลอยู่แล้ว


