วันนี้ (28 มีนาคม) บรรยากาศบริเวณพื้นที่ก่อสร้างอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เขตจตุจักรเต็มไปด้วยความอาลัยและโศกเศร้า เนื่องในวาระครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ส่งผลให้ตึก สตง. ถล่มลงมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 93 ราย ผู้สูญหาย 3 ราย
ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ครอบครัวและเพื่อนของผู้สูญเสียได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลและไว้อาลัยแก่ผู้ล่วงลับ โดยมีการนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธีทางศาสนาภายในอาคาร สตง. (ฝั่งที่ติดกับจุดเกิดเหตุ) โดยมี คณพศ หงสาวรางกูร รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เดินทางมาร่วมพิธีในฐานะตัวแทนของหน่วยงานด้วย
นอกจากพิธีภายในอาคารแล้ว ครอบครัวยังได้นำรูปภาพของผู้เสียชีวิตไปร่วมทำบุญและยืนไว้อาลัยบริเวณจุดที่ตึกถล่มลงมา
เฉลิมศรี พรมสา หนึ่งในผู้จัดงานและเป็นมารดาของ ปรเมศวร์ รอดน้อย ผู้ควบคุมงานออกแบบที่เพิ่งเข้ามาทำงานในพื้นที่เกิดเหตุได้เพียง 2 วันก่อนตึกถล่ม เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นผู้ประสานงานขอคืนพื้นที่จัดงานในวันนี้ แม้เวลาจะผ่านไป 1 ปี แต่ญาติทุกคนยังคงต้องการคำตอบ และ ความยุติธรรม จากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ
เฉลิมศรี กล่าวถึงประเด็นการเยียวยาว่า ที่ผ่านมาได้รับการชดเชยจากบริษัทผู้รับเหมา ได้แก่ ไชน่าเรียลเวย์ จำนวน 5 แสนบาท และอิตาเลียนไทยฯ อีก 5 แสนบาท แต่สำหรับคนเป็นแม่ เงินจำนวนนี้ไม่อาจเทียบได้กับการส่งเสียลูกเรียนมาตั้งแต่เด็ก
ความเจ็บปวดจากการสูญเสียลูกชายคนเดียวที่เป็นความหวังของชีวิต ทำให้เฉลิมศรียังคงส่งข้อความทางไลน์หาลูกชายทุกวันเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แม้จะรู้ว่าไม่มีวันได้รับการตอบกลับ เธอยังจำคำพูดสุดท้ายที่ลูกมักบอกเสมอว่า “รักแม่นะ” และหวังเพียงว่ากาลเวลา รวมถึงการนำตัวคนผิดมารับโทษ จะช่วยเยียวยาจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสียได้บ้าง
ด้าน ขวัญเรียน ศิริจันทร์ น้องสาวของ สุขสวัสดิ์ ศิริจันทร์ ช่างไฟที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ เปิดใจว่า ปัจจุบันตนเองต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง เนื่องจากพ่อแม่และน้องชายเสียชีวิตไปหมดแล้ว พี่ชายจึงเป็นเสาหลักและครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ การสูญเสียครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ยังทำใจยอมรับไม่ได้
ขวัญเรียน เน้นย้ำว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ตนหมั่นทำบุญให้พี่ชายเสมอ และอยากให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นสิ่งเตือนใจ แก่ทุกภาคส่วน ให้ตระหนักถึงการป้องกันและระมัดระวังความปลอดภัยในการทำงานให้รัดกุมกว่านี้ เพราะชีวิตของคนทำงานทุกคนล้วนมีครอบครัวและลูกเล็กที่รอคอยอยู่ข้างหลัง ความสูญเสียจากความไม่ปลอดภัยเป็นสิ่งที่ไม่มีความคุ้มค่าใดๆ มาทดแทนได้










