ท่ามกลางวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นในประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนโลจิสติกส์ของภาคการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ได้พยายามหาความร่วมมือทางเศรษฐกิจเพื่อขยายตลาดและสร้างรายได้เข้าประเทศ โดยหารือกับสาธารณรัฐแอฟริกาใต้เพื่อขยายการส่งออกสินค้าศักยภาพ พร้อมผลักดันการยกระดับการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า (JTC) ไทย-แอฟริกาใต้ ขึ้นเป็นระดับรัฐมนตรีภายในปีนี้
วันนี้ (25 มีนาคม) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ดาร์คีย์ อีเฟรอิม แอฟริกา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ประจำประเทศไทย ได้พบปะกันในวาระครบรอบ 34 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ
ศุภจีระบุว่าการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มต่อห่วงโซ่อุปทานและส่งเสริมจุดแข็งระหว่างกัน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องระยะทางที่ห่างไกลทำให้ทั้งสองประเทศมีอุปสรรคด้านโลจิสติกส์และธุรกรรมทางการเงินที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการค้าระหว่างกัน ซึ่งในบริบทที่ไทยกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนพลังงานและการขนส่งที่ผันผวน การยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จึงเป็นกลไกที่กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่าจะช่วยลดทอนอุปสรรคเหล่านี้ได้
เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือ ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเร่งจัดการประชุม JTC ซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นทุก 2 ปี ให้ร่นระยะเวลามาเป็นภายในปีนี้ และยกระดับการประชุมให้เป็นระดับรัฐมนตรี กระทรวงพาณิชย์ระบุพร้อมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับภูมิภาคแอฟริกาอย่างเต็มที่ เพื่อสนับสนุนข้อริเริ่มความร่วมมือระหว่างไทย-แอฟริกา (Thailand – Africa Initiative: TAI)
โดยไทยประเมินว่าแอฟริกาใต้มีศักยภาพในการเป็นจุดกระจายสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคแอฟริกา ในขณะที่ไทยสามารถเป็นจุดกระจายสินค้าจากแอฟริกาเข้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียนได้
สำหรับเป้าหมายการขยายการส่งออกเพื่อสร้างสมดุลทางการค้านั้น ฝ่ายไทยแสดงความพร้อมในการส่งออกสินค้าศักยภาพ ได้แก่ ยานยนต์ อาหาร เกษตรแปรรูป และข้าวไทยที่มีความหลากหลายกว่า 5,000 ชนิด ทางด้านแอฟริกาใต้มีความต้องการส่งออกสินค้าเพิ่มเติม ได้แก่ ไวน์ แอปเปิล และแพร์
กระทรวงพาณิชย์ยังได้เชิญชวนผู้ประกอบการจากแอฟริกาใต้ให้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศไทยเพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจ ได้แก่ งาน Bangkok Gems & Jewelry งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX-Anuga Asia และงานแสดงสินค้าและบริการโลจิสติกส์และเทคโนโลยีการขนส่ง TILOG – LogistiX 2026
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี 2569 กระทรวงพาณิชย์มีกำหนดจะส่งคณะผู้แทนเดินทางไปเจรจาการค้าที่แอฟริกาใต้ รวมถึงทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะใช้ประโยชน์จากกลไกความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ของไทย และหน่วยงาน Invest SA ของแอฟริกาใต้ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการลงทุนระหว่างกัน
ข้อมูลสถิติการค้าในปี 2568 ระบุว่า แอฟริกาใต้เป็นคู่ค้าอันดับที่ 1 ของไทยในภูมิภาคแอฟริกา และเป็นคู่ค้าอันดับที่ 28 ของไทยในตลาดโลก มูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศรวมอยู่ที่ 4,010.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็นการส่งออกจากไทย 3,227.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากแอฟริกาใต้ 782.59 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ ข้าว เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และผลิตภัณฑ์ยาง
ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญจากแอฟริกาใต้ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่งและทองคำ สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์







