วันนี้ (6 มีนาคม) ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง แถลงข่าวผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายเว็บไซต์พนันออนไลน์รายใหญ่ ซึ่งสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบกว่า 1,000 ล้านบาท
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงถึงผลการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่าง DSI และ ปปง. ในการทลายเครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ ซึ่งสืบสวนพบว่าเป็นเครือข่ายของ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว นักการเมืองชื่อดัง โดยเจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติหมายศาลเข้าตรวจค้นเป้าหมายหลายจุดเมื่อวานนี้ (5 มีนาคม) เพื่อติดตามจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหมายจับ
สำหรับกรณีการออกหมายเรียกชนนพัฒฐ์ให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 12 มีนาคม 69 ซึ่งอาจไปตรงกับช่วงเปิดสมัยประชุมสภานั้น พล.ต.ท.รุทธพล ยืนยันว่าไม่ได้มีนัยสำคัญทางการเมืองซ่อนเร้น แต่เป็นไปตามกรอบเวลาของกฎหมายที่ต้องออกหมายเรียกหลังจากวันเข้าตรวจค้น 7 วัน ซึ่งหากผู้ถูกออกหมายเรียกไม่มาตามกำหนด ก็จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 มีนาคม และจะดำเนินกระบวนการตามกฎหมายต่อไปจนกว่าจะถึงช่วงปิดสมัยประชุมสภา ซึ่งกรณีเช่นนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งเนื่องจากผู้ถูกกล่าวหามีเอกสิทธิ์คุ้มครองในฐานะสมาชิกรัฐสภา
รมว.ยุติธรรม กล่าวย้ำด้วยความมั่นใจว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามพยานหลักฐานที่แน่นหนา มิเช่นนั้นศาลคงไม่อนุมัติหมายค้นและหมายจับให้ และในเบื้องต้นยังไม่พบหลักฐานเชื่อมโยงถึงนักการเมืองรายอื่นๆ เพิ่มเติม แต่ทางเจ้าหน้าที่จะยังคงสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง
ทางด้าน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า คดีนี้ถือเป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยสืบเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแสเรื่องการฟอกเงินและเว็บพนัน ซึ่งไปสอดคล้องกับฐานข้อมูลการสืบสวนคดีพิเศษของ DSI ในปี 2566 (มีการออกหมายจับ 36 ราย ดำเนินคดีแล้ว 24 ราย) จากการสืบสวนขยายผลพบว่า เครือข่ายนี้มีการถ่ายโอนเงินและกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในปี 2568 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยมีมูลค่าเงินหมุนเวียนสูงถึง 1,000 ล้านบาท
ด้วยพยานหลักฐานที่ปรากฏ DSI จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับ 25 หมาย และสนธิกำลังกับ ปปง. เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 10 จุด (สงขลา 5 จุด, ปทุมธานี 1 จุด, นนทบุรี 2 จุด, กทม. 2 จุด) เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา ผลการตรวจค้นสามารถจับกุม นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) ผู้ทำหน้าที่แอดมินเครือข่ายเว็บพนันได้ในพื้นที่เขตดินแดง กทม. ขณะเดินทางกลับมาจากกัมพูชา โดยถูกแจ้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันและร่วมกันฟอกเงิน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำผิดหลายรายการ ประกอบด้วย ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 3 แห่ง กระเป๋าแบรนด์เนม 9 ใบ และเอกสารแสดงการถือครองทรัพย์สินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้ส่งมอบให้ ปปง. ดำเนินการตรวจสอบต่อไป
พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวย้ำถึงกรณีของชนนพัฒฐ์ว่า เจ้าหน้าที่เชื่อว่ายังคงกบดานอยู่ภายในประเทศ และแม้ผู้ถูกกล่าวหาจะมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครอง แต่พนักงานสอบสวนก็พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมถึงขั้นตอนการสืบสวนว่า จากการแกะรอยเส้นทางการเงิน พบการเชื่อมโยงกับเครือข่ายเว็บพนันเดิมที่มีเงินหมุนเวียนกว่า 39 ล้านบาท โดยคดีใหม่นี้เริ่มสืบสวนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานขอหมายจับ 27 ราย แต่ศาลอนุมัติ 25 ราย ส่วนอีก 2 รายรวมถึงชนนพัฒฐ์ ศาลเห็นว่ามีที่อยู่เป็นหลักแหล่งจึงให้ออกเป็นหมายเรียกแทน ในข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันและฟอกเงิน โดยนัดหมายให้มารับทราบข้อกล่าวหาที่ DSI ในวันที่ 12 มีนาคม เวลา 10.00 น.
จากการตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์มือถือของ นารีรัตน์ (แอดมิน) พบหลักฐานสำคัญเป็นแชตสนทนาและคลิปวิดีโอเกี่ยวกับการพนันจำนวน 30 คลิป ซึ่งมีความเชื่อมโยงไปถึงนักการเมือง นอกจากนี้ จากการตรวจสอบหมายค้นอีก 5 จุดที่เป็นลักษณะบริษัทห้างร้าน พบว่ามีการจดทะเบียนประกอบธุรกิจบังหน้า (เช่น บริษัทคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรกล) แต่สถานที่จริงกลับตั้งอยู่ในชุมชนแออัด และไม่มีความสอดคล้องกับประเภทธุรกิจที่จดแจ้งไว้ ซึ่ง DSI จะตรวจสอบรายชื่อผู้จดทะเบียนทั้งหมดว่ามีส่วนรู้เห็นด้วยหรือไม่
จุดสำคัญในการตรวจค้นครั้งนี้คือคฤหาสน์หรูในพื้นที่ 1.8 ไร่ ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเดิมเป็นที่ดินที่ ปปง. เคยอายัดไว้ แต่กลับพบว่ามีสิ่งปลูกสร้างอาคาร 3 หลังเกิดขึ้นใหม่ในระหว่างการดำเนินคดี แม้ในวันตรวจค้นจะไม่พบตัวชนนพัฒฐ์ (พบเพียงผู้ดูแล 6 คน) แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นบ้านพักของชนนพัฒฐ์ และได้ตรวจพบหลักฐานสำคัญหลายอย่าง ทั้งการสนทนาผ่านแอปพลิเคชันที่เชื่อมโยงกับเว็บพนัน รายได้จากเว็บพนัน รวมถึงหลักฐานการตกแต่งบัญชีภาษีโดยมีบุคคลใกล้ชิดคอยช่วยเหลือ ซึ่งหลังจากนี้ DSI จะขยายผลการตรวจสอบไปยังเส้นทางเงินดิจิทัลเพื่อนำไปสู่การออกหมายจับเพิ่มเติมต่อไป
กมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมา ปปง. ได้ทำงานร่วมกับ DSI อย่างใกล้ชิดมาตั้งแต่ปี 2566 โดยได้ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายนี้ไปแล้วมูลค่ากว่า 168 ล้านบาทเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา (คดียังอยู่ในชั้นศาล)
สำหรับปฏิบัติการล่าสุด ปปง. จะนำพยานหลักฐานและทรัพย์สินทั้งหมดที่ DSI ตรวจยึดได้ มาดำเนินการสืบสวนขยายผลและใช้มาตรการทางกฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเด็ดขาดต่อไป


