ฤดูกาล 2026 คือหนึ่งในปีที่ความเปลี่ยนแปลงถาโถมเข้าสู่โลกของ F1 มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของ ‘กฎ’ ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจเป็น Game Changer ของยุคใหม่
THE STANDARD SPORT ขอพาไปดู ‘กฎ F1 2026’ ว่ามีการเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง ก่อนที่ฤดูกาลใหม่จะเปิดฉากที่ศึก Australian Grand Prix วันที่ 6-7 มีนาคมนี้
รถขนาดเล็กลง

ความยาวฐานล้อจะลดลง 200 มม. เหลือ 3,400 มม. และความกว้างจะลดลง 100 มม. เหลือ 1,900 มม. นอกจากนี้ความกว้างของพื้นรถจะลดลง 150 มม.
น้ำหนักเบาลง

น้ำหนักขั้นต่ำของรถจะลดลง 30 กก. มาอยู่ที่ 768 กก. โดยแบ่งเป็นตัวรถ 722 กก. และยางประมาณ 46 กก.
Active Aerodynamics

มี 2 โหมด: Z-mode และ X-mode
Z-mode: โหมดมาตรฐานแบบ High-downforce ช่วยเพิ่มความเร็วขณะเข้าโค้ง
X-mode: โหมด Low-drag ปรับมุมปีกหน้า-หลังเพื่อทำความเร็วสูงสุดบนทางตรง
ปีกที่เปลี่ยนไป

ปีกหน้าจะแคบลง 100 มม. ส่วนปีกหลังจะไม่มีปีกคานล่าง (Lower Beam Wing) อีกต่อไป
ลด Ground Effect

รถจะใช้พื้นรถแบบ ‘แบนบางส่วน’ เพื่อลดปัญหาอาการ Porpoising/Bouncing โดยรวมแล้ว Downforce จะลดลงประมาณ 30% และแรงต้านจะลดลง 55%
สัดส่วนพลังงานแบบ 50/50

พลังงานจะถูกแบ่งครึ่งระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายในและพลังงานไฟฟ้า และจะใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนอย่างเต็มรูปแบบ

ระบบลดแรงต้านหรือ DRS ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2011 ได้ถูกยกเลิก และแทนที่ด้วย Manual Override Mode ที่จะให้พลังงานแบตเตอรี่เพิ่มเติมชั่วขณะแก่รถคันที่ตาม ซึ่งมีช่องว่างไม่เกิน 1 วินาที โดยรถที่จะแซงสามารถใช้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 337 กม./ชม.
ขนาดยางที่แคบลง

- หน้ายางแคบลง (หน้า -25 มม. / หลัง -30 มม.)
- เส้นผ่านศูนย์กลางยางรวมลดลง (หน้า -15 มม. / หลัง -10 มม.)
- Performance Gap กว้างขึ้น = กลยุทธ์มากขึ้น
- เปลี่ยนดีไซน์กราฟิกข้างยางในรอบ 14 ปี
- ล้อยังคงขนาด 18 นิ้วเหมือนเดิม
อัปเกรดความปลอดภัย

โครงสร้างรับแรงกระแทกด้านหน้าแบบ 2 ขั้นตอน
- เสริมความแข็งแกร่งการชนด้านข้าง โดยเฉพาะบริเวณห้องคนขับและถังน้ำมัน
- โครงสร้างป้องกันการพลิกคว่ำ เพิ่มความทนแรงจาก 16G เป็น 20G


