×

รัฐบาลเผยเปิดปี 69 ทุนต่างชาติไหลเข้าไทยทะลุ 3.38 หมื่นล้านบาท ‘ญี่ปุ่น’ ครองแชมป์สูงสุดหมื่นล้านบาท

18.02.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิกแสดงเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าประเทศไทย โดยมีธงชาติญี่ปุ่นและตัวเลขมูลค่าการลงทุน

รัฐบาลเผยเปิดปี 2569 ม.ค.เดือนเดียว ต่างชาติแห่ลงทุนไทย 3.38 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% YoY นำโดยญี่ปุ่นในด้านมูลค่า ส่วนจีนครองแชมป์จำนวนธุรกิจ ย้ำกิจการเกือบครึ่งได้รับการส่งเสริมโดย BOI

 

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์) อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เดือนมกราคม 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจภายใต้ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 รวม 113 ราย เพิ่มขึ้น 10% YoY จากช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวม 33,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% และก่อให้เกิดการจ้างงานคนไทย 262 คน เพิ่มขึ้น 15%

 

ทั้งนี้ ยอดดังกล่าวมาจากการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แบ่งเป็น การขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 24 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวอีก 89 ราย

 

สำหรับสัญชาติของนักลงทุน 5 อันดับแรก

 

1. จีน 26 ราย คิดเป็น 23% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย โดยลงทุน 5,390 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

 

  • ธุรกิจแปรรูปไม้เพื่อทำผลิตภัณฑ์ไม้และชิ้นส่วนอุปกรณ์สำหรับงานเฟอร์นิเจอร์
  • ธุรกิจค้าส่งสินค้า เช่น เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด และสายสวนบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น
  • ธุรกิจบริการสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนสำหรับผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และอุปกรณ์จับยึด และชิ้นส่วนโลหะสำหรับอุตสาหกรรม เป็นต้น

 

2. ญี่ปุ่น 25 ราย คิดเป็น 22% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 15,315 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

 

  • ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบ สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ
  • ธุรกิจบริการตรวจรับรองคุณภาพสินค้าที่ใช้แล้ว
  • ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น มอเตอร์ไฟฟ้า ชิ้นส่วนแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนโลหะ เป็นต้น

 

3. สหรัฐอเมริกา 16 ราย คิดเป็น 14% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 420 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

 

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรม
  • ธุรกิจโฆษณา
  • ธุรกิจขายอาหารหรือเครื่องดื่ม
  • ธุรกิจบริการออกแบบ พัฒนา ติดตั้ง และบำรุงรักษาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์ม

 

4. สิงคโปร์ 12 ราย คิดเป็น 11% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 5,513 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

 

  • ธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตต่าง ๆ
  • ธุรกิจบริการ Cloud Service
  • ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย

 

5. ฮ่องกง 10 ราย คิดเป็น 9% ของจำนวนธุรกิจต่างชาติในไทย ลงทุน 587 ล้านบาท ในธุรกิจ อาทิ

 

  • ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การตรวจสอบและทดสอบการทำงานของเครื่องจักร เป็นต้น
  • ธุรกิจบริการติดตั้ง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ธุรกิจบริการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่ายและ/หรือให้บริการ
  • ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ให้แสงสว่าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนโลหะหล่อขึ้นรูป เป็นต้น

 

BOI หนุนเกือบครึ่ง สะท้อนทิศทางอุตสาหกรรมอนาคต

 

ทั้งนี้ การลงทุนส่วนใหญ่มาจากนักลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จำนวน 55 ราย คิดเป็น 49% ของการอนุญาตทั้งหมด คิดเป็นมูลค่า 17,226 ล้านบาท

 

ซึ่งรัฐบาลระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายดึงดูดการลงทุนใน อุตสาหกรรมอนาคต (Future Industries) โดยเฉพาะเทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัลและ AI ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และเกษตรอาหาร ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า 2. ธุรกิจบริการมูลค่าสูง และ 3. ธุรกิจด้านคอมพิวเตอร์และดิจิทัล

 

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยอีกว่า ผลการวิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนมกราคม 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 8,418 ราย เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (MoM) เดือนธันวาคม 2568 (5,187 ราย) เพิ่มขึ้น 3,231 ราย คิดเป็น 62.29% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY)

 

สำหรับปี 2569 แม้เศรษฐกิจไทยและโลกยังมีความผันผวน แต่ก็ยังมีกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสทางการตลาด เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค และมีฐานการเติบโตที่ดีในระยะยาวใน 5 กลุ่มธุรกิจ คือ

 

1. ธุรกิจเทคโนโลยีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์ม

 

2. ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน โซลาร์และระบบกักเก็บพลังงาน

 

3. ธุรกิจสุขภาพและยา จากสังคมสูงวัย

 

4. ธุรกิจท่องเที่ยว นันทนาการ และบริการ wellness

 

5. ธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ อาหารมูลค่าสูงและความปลอดภัยอาหาร

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising