‘แผ่นดินไหวใหญ่ทางการเมือง’ คือนิยามของผลเลือกตั้งไทยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 หลังพรรคภูมิใจไทยกวาดชัยชนะถึง 194 ที่นั่ง ถือเป็นปรากฏการณ์หักปากกาเซียน ทลายสถิติหรือมุมมองเดิมๆ ของกูรูการเมือง และสำนักโพลเกือบทุกแห่งที่เคยปักใจเชื่อว่า ‘กระแสส้ม’ จะนำพรรคประชาชน (People’s Party) แลนด์สไลด์ แก้เกมจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ
ในขณะที่ชาวไทยหลายคนเมาหมัดจากผลการเลือกตั้ง แต่สำหรับ โจชัว เคอร์แลนซิก (Joshua Kurlantzick) นักวิชาการอาวุโสด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก Council on Foreign Relations (CFR) ผู้เฝ้ามองสถานการณ์การเมืองไทยจากต่างแดน กลับเห็นภาพที่แตกต่างกันออกไปว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยได้ก่อตัวขึ้นมาแล้วหลายเดือน และโพลไม่ได้สะท้อนภาพความเป็นจริง
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
นี่คือมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญต่างชาติถึงผลเลือกตั้งของไทยว่า อะไรคือเบื้องหลังชัยชนะของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชนพลาดตรงไหนในหมากกระดานนี้ และไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ หรือเพียงแค่กำลังหยุดนิ่งอยู่ในกับดักเดิมที่ลึกกว่าเก่า
ระบบที่ถูกเซตไว้ พายุชาตินิยม และความผิดพลาดพรรคส้ม คือ เบื้องหลังชัยชนะพรรคภูมิใจไทย
“ชัยชนะของพรรคสายทักษิณ ตามด้วยการถูกทำให้เป็นโมฆะหรือถูกโค่นล้มในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แล้วกลับมาชนะอีกครั้ง วงจรนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว”
เหล่านี้คือภาพรวมที่เคอร์แลนซิกฉายให้ THE STANDARD เห็นถึงวงจรการเมืองไทยตลอด 25 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในมุมของเขา วงจรดังกล่าวได้ปิดฉากลงแล้ว พร้อมกับการเปิดศักราชใหม่ทางการเมือง ที่เริ่มต้นจากชัยชนะของพรรคก้าวไกลในปี 2023 และต่อเนื่องมาถึงชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในปี 2026
หลังผลการเลือกตั้งออกมาไม่ถึง 24 ชั่วโมง เคอร์แลนซิกเผยแพร่บทความ Thai Voters Look for Stability as People’s Party Implodes บนเว็บไซต์ CFR โดยวิเคราะห์ว่า เหตุที่โพลคลาดเคลื่อน เพราะวัดเพียงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อ แต่ไม่ได้สะท้อนการแข่งขันในสนามเขตเลือกตั้ง
เขาชี้ปัจจัยที่หลายคนมองข้าม คือเกมที่ถูกเดินล่วงหน้ามาหลายเดือนผ่านเครือข่าย ‘บ้านใหญ่’ โดยอ้างอิงบทวิเคราะห์ของ เมธิส โลหเตปานนท์ จาก The Coffee Parliament ที่ระบุว่า ภูมิใจไทยสามารถรวบรวม ‘เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลทางการเมือง’ ในภาคเหนือได้จำนวนมาก ซึ่งต่อมา ประเด็นนี้ถูกกลบด้วยกระแสโพลที่ชี้ว่า พรรคประชาชนยังนำในคะแนนบัญชีรายชื่อก็ตาม
เคอร์แลนซิกอธิบายว่า ระบบเลือกตั้งแบบสองบัตรเปิดทางให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแยกการตัดสินใจได้ คือเลือก ‘ผู้สมัครในเขต’ จากพรรคหนึ่งตามปัจจัยท้องถิ่น แต่เลือก ‘พรรค’ อีกพรรคหนึ่งในบัญชีรายชื่อจากเหตุผลเชิงอุดมการณ์ โดยในระบบเช่นนี้ เครือข่ายท้องถิ่นที่มีความยืดหยุ่นสูงจึงสามารถรักษาที่นั่งไว้ได้ แม้กระแสพรรคระดับชาติจะเปลี่ยนไป
นอกจากกระแสชาตินิยมจากความตึงเครียดไทย–กัมพูชาแล้ว เคอร์แลนซิกยังตอกย้ำผ่าน THE STANDARD ว่า ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่ชัยชนะของพรรคภูมิใจ โดยเฉพาะการยกมือสนับสนุนให้ อนุทิน ชาญวีรกุล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
“พรรคประชาชนทำพลาดทางยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ (Huge Tactical Mistake) ด้วยการจับมือกับอนุทิน ซึ่งไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้พรรคเลย และเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายมีเวลารวบรวมคำมั่นสนับสนุนจากหลายเขตเลือกตั้ง ถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่จริงๆ” เขาระบุ
อย่างไรก็ตาม แม้เคอร์แลนซิกจะยอมรับว่า พรรคภูมิใจไทยและอนุทินเล่นเกมได้อย่างชาญฉลาด แต่เขาเตือนว่า ผลลัพธ์ครั้งนี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่า การเมืองไทยได้เปลี่ยนโครงสร้างไปอย่างถาวร หากเป็นเพียงชัยชนะในสนามเลือกตั้งหนึ่งครั้งเท่านั้น ซึ่งทิศทางระยะยาวยังขึ้นอยู่กับการบริหารและเงื่อนไขทางการเมืองหลังจากนี้
‘ส้มทั้งกรุงเทพ’ คือสัญญาณไทยไม่หวนคืนประชาธิปไตยครึ่งใบ?
แม้ยังต้องติดตามว่ารัฐบาลชุดใหม่จะบริหารประเทศอย่างไรต่อ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จาก CFR ยืนยันกับ THE STANDARD ว่า ไทยจะไม่ย้อนกลับไปสู่ ‘ประชาธิปไตยครึ่งใบ’ แบบยุคพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ในทศวรรษ 1980 อีกแล้ว
เขาชี้ว่า ปรากฏการณ์ ‘ส้มครองกรุงเทพ’ หลังพรรคประชาชนกวาด 33 เขตในเมืองหลวง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพราะกรุงเทพฯ คือศูนย์กลางเศรษฐกิจ นวัตกรรม และทุนของประเทศ หากชนชั้นนำทางเศรษฐกิจต้องการระบอบการเมืองแบบกำกับควบคุม ผลในกรุงเทพฯ คงไม่ออกมาเช่นนี้
“ยุคของพลเอกเปรมจะไม่หวนกลับมา คนไทยผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว ระบบแบบนั้นไม่สามารถย้อนคืนได้” เขาระบุ
เคอร์แลนซิกอธิบายว่า ยุคดังกล่าวสิ้นสุดลงตั้งแต่รัฐบาลพลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ ตามด้วยรัฐประหาร เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ และช่วงประชาธิปไตยเต็มใบปลายทศวรรษ 1990 นับแต่นั้น เงื่อนไขทางการเมืองและสังคมไทยเปลี่ยนไปอย่างถาวร
เขายังชี้ว่า ยุคเปรมเกิดขึ้นภายใต้บริบทพิเศษ ทั้งเศรษฐกิจที่เติบโตสูงและการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในช่วงสงครามเย็น ซึ่งช่วยสร้างเสถียรภาพและความชอบธรรมให้รัฐบาล ปัจจัยเหล่านั้นไม่เหมือนกับสถานการณ์ไทยปัจจุบัน ที่กำลังเผชิญกับกับดักรายได้ปานกลางและการแข่งขันรุนแรงจากประเทศอย่างเวียดนาม
“หากพยายามย้อนกลับไปสู่ระบอบเช่นนั้น จะยิ่งผลักให้คนมีความสามารถออกจากประเทศมากขึ้น” เขากล่าว
โลกมองไทย ไทยมองโลก การเลือกตั้งครั้งนี้สะท้อนอะไรบนเวทีนานาชาติ?
เมื่อถามว่า มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีนจะมองผลการเลือกตั้งไทยอย่างไร เคอร์แลนซิกระบุว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจุดยืนของสองมหาอำนาจ แต่หากสถานการณ์นำไปสู่เสถียรภาพมากขึ้น ก็อาจเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อการลงทุนทางเศรษฐกิจ
เคอร์แลนซิกยังชี้ปัจจัยสำคัญอย่างการต่อสู้บนท้องถนนของ Gen Z ซึ่งเป็นเทรนด์ปัจจุบันในหน้าการเมืองโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า การประท้วงในปี 2020-2021 ทำให้พรรคก้าวไกลชนะเลือกตั้ง แต่ก็ยากที่จะเปลี่ยนแปลงพลังแห่งการต่อสู้ให้กลายเป็นความสำเร็จทางการเมือง
“การประท้วงในปี 2020–2021 ส่งผลให้พรรคก้าวไกลได้ที่นั่งมากที่สุดในสภาเมื่อปี 2023 ก่อนจะถูกสกัดด้วยกระบวนการทางกฎหมายและการหักหลังของทักษิณ
“ผมคิดว่า คนรุ่น Gen Z เผชิญความยากลำบากในการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนไหวให้เป็นความสำเร็จทางการเมือง และเราเพิ่งเห็นพลวัตลักษณะนี้ในบังกลาเทศเช่นกัน”
อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญจาก CFR ก็ยอมรับว่า พรรคประชาชนก็เดินเกมผิดพลาดภายใต้บรรยากาศชาตินิยมจากความขัดแย้งบริเวณชายแดน และมีความผิดปกติบางประการในการเลือกตั้ง
“คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานได้ไม่ดีนัก และในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ตโฟน ความผิดพลาดยิ่งถูกเปิดโปงได้ง่ายขึ้น ผมมองว่า นี่เป็นปัญหา แต่ไม่น่าจะถึงขั้นก่อให้เกิดวิกฤตความชอบธรรมของรัฐบาลใหม่ เพราะชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยขาดลอย”
เมื่อ THE STANDARD ขอให้ประเมินว่า ปัจจุบันไทยอยู่ตรงไหนในวิกฤตประชาธิปไตยถดถอย (Democratic Backsliding) เคอร์แลนซิกมองว่า ต้องประเมินสถานการณ์ระยะยาวและรอบด้าน ทั้งคุณภาพการเลือกตั้ง การบริหารรัฐบาลผสม สถานการณ์ในชายแดน บทบาทของกองทัพ ไปจนถึงประเด็นมาตรา 112
“จุดที่เป็นบวกคือพรรคที่พ่ายแพ้ยอมรับผลการเลือกตั้งอย่างสงบ ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ไทยเคยเป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ประชาธิปไตยเต็มใบ ประชาธิปไตยบกพร่อง ไปจนถึงระบอบอำนาจนิยมภายใต้รัฐบาลรัฐประหาร ต้องรอดูว่า รัฐบาลชุดใหม่นี้จะปกครองอย่างไร” เคอร์แลนซิกทิ้งท้าย
ภาพ: ฐานิส สุดโต / ศวิตา พูลเสถียร
อ้างอิง:
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


