HYBE เปิดเผยผลประกอบการในปี 2025 ที่มีจำนวนสูงถึง 2.65 ล้านล้านวอน นับเป็นรายได้ที่สูงเป็นประวัติการณ์ และเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่ที่ก่อตั้งบริษัทขึ้นมา
ตัวเลขจำนวนมหาศาลนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการใช้กลยุทธ์ ‘Multi Home, Multi Genre’ ของ HYBE ที่หมายถึงการเปิดสังกัดย่อยในเครือใหญ่ ในแนวเพลงที่แตกต่างกันเพื่อให้บริษัทสามารถครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายได้มากที่สุดได้เป็นอย่างดี โดย HYBE มีค่ายย่อยในบริษัทอยู่มากมาย เช่น BIGHIT Music, BELIFT LAB, ADOR, Pledis Entertainment, Source Music และ KOZ Entertainment เป็นต้น ซึ่งในปี 2025 HYBE มีรายได้สูงกว่าปีก่อน 18% ในจำนวนราวๆ 1.99 หมื่นล้านดอลลาร์ และมีกำไรจากการดำเนินงาน 37.5 ล้านดอลลาร์
สิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ส่วนใหญ่ของ HYBE ในปี 2025 ก็คือการจัดให้ศิลปินเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตในพื้นที่ทั่วโลก โดยเมื่อปีก่อน HYBE จัดคอนเสิร์ตถึง 279 โชว์ และกวาดรายได้จากตรงนี้ไปในจำนวนกว่า 574.6 ล้านดอลลาร์ นับเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนหน้า 69% ส่งผลให้บริษัทติดโผรายชื่อ Top Promoters ของ Billboard ในอันดับที่ 4 และได้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘Big 4’ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
แม้จะมีรายได้ที่เติบโตขึ้นอย่างมหาศาล แต่กำไรสุทธิของ HYBE ในปี 2025 กลับลดลงประมาณ 73% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลพวงจากการที่บริษัทใช้เงินลงทุนเชิงรุกล่วงหน้าเพื่อการเติบโตในระยะยาว และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างในบริษัท อย่างเช่นการใช้เงินกว่า 150.4 ล้านดอลลาร์ไปกับสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน พร้อมกับปรับโครงสร้างการดำเนินงานในอเมริกาเหนือไปด้วย แน่นอนว่าการเติบโตของรายได้บริษัท HYBE คงไม่หยุดยั้งเพียงเท่านี้ เพราะปี 2026 วง BTS กำลังจะกลับมาทำงานร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบและพร้อมหน้าเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี
ภาพ: Simon Shin/SOPA Images/LightRocket via Getty Images


