×

กรมควบคุมโรค เผยผู้ต้องขังชายวัย 44 ปี เสียชีวิตจาก ฝีดาษวานร พบประวัติป่วยรุมเร้า-ภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรง เร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง ยันคุมสถานการณ์ได้

โดย THE STANDARD TEAM
14.02.2026
  • LOADING...
ภาพสื่อถึงเจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังดำเนินการควบคุมโรคฝีดาษวานรในสถานที่จำกัด

วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคฝีดาษวานร (Mpox) ว่า ล่าสุดได้รับรายงานยืนยันพบผู้เสียชีวิตจากโรคฝีดาษวานร จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติสุขภาพพบว่าเป็นผู้ที่มีโรคประจำตัวรุมเร้า ได้แก่ การติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงซิฟิลิส อีกทั้งยังมีประวัติการขาดการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โรคทวีความรุนแรงจนนำไปสู่การเสียชีวิต

 

จากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าวเข้าสู่เรือนจำเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 โดยเริ่มแรกมีบาดแผลบริเวณขา ต่อมาเริ่มมีอาการไข้และปรากฏผื่นตุ่มตามร่างกาย จึงถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วนที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แม้คณะแพทย์จะให้การรักษาอย่างเต็มที่ แต่อาการของผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพ และเสียชีวิตลงในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569

 

ทั้งนี้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเชื้อที่พบเป็น Mpox สายพันธุ์ Clade II โดยทีมสอบสวนโรคสันนิษฐานเบื้องต้นว่า ผู้ป่วยน่าจะได้รับเชื้อมาก่อนที่จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ และเมื่อประกอบกับสภาวะร่างกายที่อ่อนแอจากการขาดยาต้านไวรัสเอชไอวี ทำให้การดำเนินโรคมีความรุนแรงกว่าปกติ

 

นายแพทย์มณเฑียร กล่าวต่อว่า ทันทีที่ทราบผลยืนยัน กรมควบคุมโรคได้ประสานงานร่วมกับกรมราชทัณฑ์เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันและควบคุมโรคในพื้นที่ทันที โดยได้ดำเนินการแยกกักตัวและเฝ้าระวังอาการผู้สัมผัสใกล้ชิดในแดนเดียวกันจำนวน 32 ราย และเฝ้าระวังเพิ่มเติมในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอีก 14 ราย

 

พร้อมทั้งสั่งงดการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในโซนพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดให้มีการตรวจวัดอุณหภูมิวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 21 วัน นอกจากนี้ ยังได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดใหญ่ (Big Cleaning) และกำชับเรื่องการจัดการขยะติดเชื้อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

 

ในส่วนของการดูแลบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรมควบคุมโรคได้ติดตามผู้สัมผัสในสถานพยาบาลอย่างใกล้ชิด พร้อมสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรให้กับกลุ่มเสี่ยงสูงตามแนวทางการให้วัคซีนหลังสัมผัสโรค (Post-Exposure Prophylaxis) จำนวน 19 ราย และอยู่ระหว่างการประเมินความเสี่ยงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกกว่า 80 ราย

 

ด้าน นายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า โรคฝีดาษวานรติดต่อได้ผ่านการสัมผัสใกล้ชิดกับผื่น ตุ่ม หนอง หรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมถึงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ซึ่งขณะนี้จากการตรวจสอบยังไม่พบผู้ต้องขังหรือเจ้าหน้าที่รายอื่นมีอาการที่เข้าข่ายการติดเชื้อเพิ่มเติม สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ภายใต้การควบคุม

 

“ขอให้ประชาชนวางใจในระบบการเฝ้าระวังของกรมราชทัณฑ์และสาธารณสุข หากมีอาการสงสัย เช่น มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดเมื่อย หรือมีผื่นตุ่มขึ้นตามร่างกาย ควรรีบพบแพทย์ทันที ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422” นายแพทย์นิติ กล่าวทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising