วันนี้ (14 กุมภาพันธ์) วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบกรณี ศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ร้องเรียนว่าถูกปฏิเสธไม่ให้เป็นผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา โดย กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีรายละเอียดข้อเท็จจริงและประเด็นพิจารณา ดังนี้
จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบเส้นทางการต่อสู้เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบของ ศุภวิชญ์ ดังนี้:
มิถุนายน 2567: ศุภวิชญ์ ซึ่งป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงแต่กำเนิด สมัครสอบโดยขอผู้ช่วยเหลือเขียนคำตอบ เนื่องจากเขียนหนังสือช้า แต่ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) มีมติไม่ให้สิทธิสอบ โดยอ้างความเห็นแพทย์ว่าผู้ร้องไม่สามารถทำกิจกรรมโดยปราศจากผู้ช่วยได้ และเกรงว่าการให้คนอื่นเขียนแทนจะทำให้คำตอบปะปนกับความเข้าใจของผู้เขียน ซึ่งจะเกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ
มิถุนายน 2568: ศุภวิชญ์ สมัครสอบอีกครั้ง โดยระบุความประสงค์จะเขียนข้อสอบด้วยตนเอง แต่ ก.ต. ก็ยังคงมีมติตัดสิทธิเช่นเดิม โดยอ้างเหตุผลเรื่องลักษณะงานที่ต้องนั่งพิจารณาคดีเป็นเวลานานและการใช้กล้ามเนื้อในการเขียนหรือพิมพ์ จึงเห็นว่าขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการฯ มาตรา 26 (11)
กสม. พิจารณาแล้วมีความเห็นแย้งต่อมติดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญ ดังนี้:
1. ขัดหลักสิทธิมนุษยชน: การตัดสิทธิโดยอ้างเหตุแห่งความพิการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิของคนพิการ (CRPD) ที่รัฐต้องสนับสนุนให้คนพิการใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมผู้อื่น
2. ขาดมาตรการช่วยเหลือ: ก.ต. ไม่ได้พิจารณาแนวทางปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในการสอบให้เหมาะสม ทั้งที่ศุภวิชญ์เคยสอบผ่านเนติบัณฑิตยสภาและสภาทนายความด้วยวิธีที่มีผู้ช่วยเขียนคำตอบมาแล้ว โดยไม่พบปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตในการสอบ
3. งานตุลาการใช้ ‘สมอง’ มากกว่า ‘ร่างกาย’: ภารกิจหลักของผู้พิพากษาคือการใช้ความรู้ทางกฎหมายวินิจฉัยอรรถคดี ซึ่งความพิการทางกายภาพไม่ใช่อุปสรรคต่อการใช้ดุลยพินิจ อีกทั้งในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือเกาหลีใต้ ก็มีผู้พิพากษาที่เป็นคนพิการปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยใช้ระบบสนับสนุนที่เหมาะสม
4. เทคโนโลยีทดแทนได้: ปัจจุบันมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น โปรแกรมแปลงเสียงเป็นตัวอักษร หรือระบบบันทึกถ้อยคำในศาล ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการสอบและการทำงานจริงได้
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยัง สำนักงานศาลยุติธรรม
- ให้นำความเห็นของ กสม. เสนอต่อ ก.ต. เพื่อทบทวนมติ ให้ศุภวิชญ์และคนพิการในลักษณะเดียวกัน สามารถมีสิทธิเข้าสอบคัดเลือกได้
- ให้กำหนดมาตรการช่วยเหลือที่สมเหตุสมผลในการสอบคัดเลือก เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการเข้าถึงวิชาชีพตุลาการได้อย่างเสมอภาค ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและหลักสิทธิมนุษยชนสากล


