มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ประกาศให้ ดร.ชยสิทธิ์ อุตมาภินันท์ นักวิจัยด้านเคมีชีวภาพและชีววิทยาสังเคราะห์ จากสำนักวิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมชีวโมเลกุล สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เป็นผู้ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2569
ดร.ชยสิทธิ์ได้รับรางวัลจากผลงาน ‘การบุกเบิกเทคโนโลยีชีววิทยาสังเคราะห์และการขยายรหัสพันธุกรรม เพื่อการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม’ หลังคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นว่าผลงานมีความเป็นเลิศทางวิชาการในระดับงานวิจัยแนวหน้า และมีศักยภาพสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อวงการวิทยาศาสตร์ในระดับสากล
ผลงานสำคัญของ ดร.ชยสิทธิ์ คือการพัฒนาเทคโนโลยีสร้างโปรตีนที่มีกรดอะมิโนชนิดใหม่ เพื่อนำไปสร้างเซนเซอร์ชีวภาพซึ่งสามารถตรวจวัดโปรตีนภายในเซลล์ที่ยังมีชีวิตแบบเรียลไทม์ เช่น การตรวจการก่อตัวของโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับโรคอัลไซเมอร์ ช่วยให้นักวิจัยเข้าใจกลไกของโรคและอาจนำไปสู่การพัฒนาแนวทางรักษาในอนาคต
อีกหนึ่งผลงานสำคัญคือการเป็นทีมวิจัยแรกของโลกที่ค้นพบเอนไซม์จากจุลินทรีย์ในน้ำลายมนุษย์ ซึ่งสามารถย่อยสลายพลาสติกโพลีเอทิลีนเทเรฟทาเลต หรือ PET พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มเร่งวิวัฒนาการเอนไซม์และจุลินทรีย์ดัดแปลงพันธุกรรม เพื่อนำไปใช้รีไซเคิลพลาสติกและเปลี่ยนขยะ PET ให้เป็นสารเคมีมูลค่าสูง รวมถึงสารตั้งต้นสำหรับสังเคราะห์ยารักษาโรคพาร์กินสัน
นอกจากนี้ ดร.ชยสิทธิ์ยังพัฒนาแพลตฟอร์มตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อด้วยเทคโนโลยี CRISPR ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูง ต้นทุนต่ำ และสามารถใช้ตรวจ ณ จุดดูแลผู้ป่วย โดยเริ่มจากชุดตรวจเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาในปี 2564 ก่อนต่อยอดไปสู่การตรวจโรคเมลิออยโดสิสและชิคุนกุนยา
ผลงานของ ดร.ชยสิทธิ์ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลกหลายฉบับ เช่น Nature, Nature Chemical Biology, Nature Biomedical Engineering, Journal of the American Chemical Society, Proceedings of the National Academy of Sciences และ Angewandte Chemie สะท้อนความสามารถในการสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการนำเทคโนโลยีจากต่างประเทศมาประยุกต์ใช้
สำหรับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ผู้ได้รับรางวัลจะได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 400,000 บาท
ศ.ดร.จำรัส ลิ้มตระกูล ประธานคณะกรรมการรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น กล่าวว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้และเทคโนโลยีของตนเอง โดยเฉพาะงานวิจัยขั้นแนวหน้า หรือ Frontier Research ซึ่งเป็นรากฐานของนวัตกรรม อุตสาหกรรมแห่งอนาคต และเศรษฐกิจฐานความรู้ หากต้องการก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ศ.ดร.จำรัสระบุด้วยว่า การลงทุนวิจัยและพัฒนาของโลกในปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 2.87 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เกาหลีใต้ลงทุนด้านการวิจัยมากกว่า 5% ของ GDP และสามารถต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ แบตเตอรี่ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีชีวภาพ ดังนั้น โจทย์ของไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มงบประมาณ แต่ต้องยกระดับคุณภาพระบบวิจัย สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อนักวิจัยระดับโลก และผลักดันผลงานไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
ส่วนรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2569 มีผู้ได้รับรางวัล 2 คน ได้แก่ ดร.ภาวินทร์ เอี่ยมประเสริฐกุล จากภาควิชาวิศวกรรมและเทคโนโลยีเคมีชีวภาพ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากผลงาน ‘วิศวกรรมเคมีไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อความยั่งยืน’ และ ดร.ธนพล เจริญวงษ์ไพบูลย์ จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน ‘การใช้เทคโนโลยีเอนไซม์เพื่อสังเคราะห์สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพจากน้ำตาลทราย’ โดยแต่ละคนได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท
การประกาศรางวัลครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 45 โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีและมอบโล่รางวัล ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ







