แม่หน่อย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เพิ่งลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และประกาศวางมือทางการเมืองแล้ว ผมก็คิดว่าน่าจะเขียนถึงแม่หน่อยโดยที่ไม่ให้เกี่ยวกับการเมืองได้ซักที
ผมรู้จักแม่หน่อยที่น้องๆ เรียกหรือคุณหญิงหน่อยตามที่หลายคนเรียก ก็เพราะแม่หน่อยมาเรียนหลักสูตร ABC รุ่น 7 เป็นหลักสูตรเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์เชิงธุรกิจ ที่ผมจัดร่วมกับ พี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ ที่ SPU (ปัจจุบันยุติหลักสูตรไปแล้ว) ตอนแรกได้ยินว่าคุณหญิงสุดารัตน์ อดีตรัฐมนตรี จะมาเรียนทีมก็เกร็งอยู่ไม่น้อย ว่าคุณหญิงจะมาแนวผู้ใหญ่ รัฐมนตรีมาดเยอะ เรื่องเยอะหรือไม่
ปรากฏว่าตลอดระยะเวลาที่เรียน คุณหญิงสุดารัตน์ก็กลับกลายเป็นแม่หน่อยใจดีของน้องๆ แม่หน่อยตั้งใจเรียนแทบไม่เคยขาด นั่งหน้าสุดเสมอ ผมจำได้ถึงความตั้งใจและให้เกียรติคลาสที่เรามีเช็กชื่อนับจำนวนคนมาเรียนแต่ละกลุ่ม ใครมาน้อยต้องเลี้ยงขนมเพื่อน
แม่หน่อยถึงกับเลื่อนประชุมที่พรรคไปครึ่งชั่วโมงเพื่อมานับกลุ่มในเกมเล็กๆ ของเรา แล้วรีบวิ่งไปประชุมเพราะกลัวเป็นภาระของทีม เป็นความน่ารักของแม่หน่อยแบบนี้เสมอ
ตอนไปแรลลี่ เล่นสนุกกัน แม่หน่อยก็เอาจริงเอาจัง ลงมือเล่นเกม ทายปริศนาด้วยตัวเอง จำได้ว่ามีปริศนาหนึ่งใบ้ประมาณ “ราวกับว่า…” แม่หน่อยลงจากรถตู้แล้วตีความผิดอย่างมั่นใจว่าเป็นราวตากผ้าให้เรามาอำขำกันด้วยความน่ารักของผู้ใหญ่ขนาดนี้ที่ยอมมาเล่นหัวกับเด็กๆ รุ่นหลัง
ที่คลาสมีให้นักเรียนยี่สิบคนอาสามาเล่าเรื่องตัวเองหน้าชั้น แม่หน่อยก็ยกมือเป็นอาสาสมัครหนึ่งในยี่สิบ ตอนที่แม่หน่อยออกมาเล่า ผมก็นึกว่าแม่หน่อยจะเล่าเรื่องบทบาททางการเมือง พฤษภาทมิฬ รัฐมนตรีอะไรโน่น แต่แม่หน่อยกลับเลือกเล่าเรื่องพ่อที่เคี่ยวเข็ญ สอนแม่หน่อยแบบแมนๆ พาไปบาร์ตั้งแต่เด็ก
ผมจำได้แม่นเรื่องสอนขับรถ ที่พ่อของแม่หน่อยมีวิธีเร่งรัดขั้นสุด คือพาออกไปกลางทางแล้วตัวเองลงจากรถไปเลย แม่หน่อยต้องฝ่าด่านรถติด ขึ้นสะพาน ต้องเลี้ยงครัชค่อยเอาตัวรอดจนกลับบ้านได้
เป็นเรื่องเล็กๆ น่ารักน่าลุ้นที่คนฟังก็อมยิ้มตามๆ กัน
จบหลักสูตร มีอะไรแม่หน่อยก็จะชวนไปรุ่นไปเลี้ยงที่บ้านเสมอ คุยสนุกสนาน และเป็นกันเอง มีน้ำใจกับน้องๆ น้องๆ ถึงรักแม่หน่อยมาก ใครชวนไปไหน ไปเป็นประธานกล่าวงานแต่งงานไกลแสนไกล แม่หน่อยก็ไปให้ทุกที
เรื่องการเมืองถ้าไม่ถามแม่หน่อยแทบไม่เคยพูด ไม่เคยคะยั้นคะยอให้ช่วยอะไรเลย แต่ถ้าให้เล่าตำนานการเมืองหรือวิเคราะห์สถานการณ์ แม่หน่อยก็จะมีข้อมูลเบื้องลึกที่ฟังแล้วลึกซึ้งทุกครั้ง
ช่วงที่แม่หน่อยพักจากการเมืองก่อนหน้า แม่หน่อยก็ไปสายธรรมะแล้วมาปรึกษาผมว่าจะทำอะไรดี ผมเลยยุแม่หน่อยทำหลักสูตรชื่อ Misson WE เป็นหลักสูตรที่คุยเรื่องนโยบายประเทศ ชวนภาคธุรกิจมาถก มาคุย มารู้จักกันและมีวิทยากรในระดับอินเตอร์เพราะแม่หน่อยกว้างขวางมาก
ปัจจุบันก็ยังดูเหมือนแม่หน่อยจะยังจัดอยู่
แม่หน่อยไม่ว่าจะช่วงเล่นการเมืองหรือไม่ได้เล่น สำหรับผม แม่หน่อยเป็นพี่สาวใจดีสม่ำเสมอกับผมมาก มีอะไรก็จะทักจะนึกถึง บางทีก็ชวนไปกินขนม ผมทำอะไรก็มักจะสนับสนุน
เปิด HOW Club แม่หน่อยก็สมัครเป็นคนแรกๆ ว่างก็มาเป็นผู้ฟังเป็นนักเรียนที่ดี ถามคำถามด้วยความอยากรู้ วิทยากรหลายคนมาก็ตกใจ เห็นคุณหญิงสุดารัตน์นั่งหน้า ตั้งอกตั้งใจฟังเหมือนเป็นนักเรียนเนิร์ดๆ อยู่บ่อย
ในช่วงเลือกตั้ง ไม่ว่าตอนเลือกตั้งผู้ว่าหรือเลือกตั้งใหญ่ แม่หน่อยก็จะมีภารกิจหนัก แต่รู้เลยว่าแม่หน่อยรักงานการเมืองมาก คนรอบข้างบอกว่าแม่หน่อยไม่เคยเหนื่อยที่จะตื่นตีสี่ตีห้าไปตลาด ไปยืนบนรถแห่ พูดจาปราศรัย เจอชาวบ้านได้ทั้งวัน เหนื่อยแค่ไหน ป่วยแค่ไหนก็ไป ไปด้วยความรักในงานหรือจะเรียกว่าอิคิไกก็คงได้
ล่าสุดได้ข่าวว่าแม่หน่อยไม่สบาย ต้องไปนอนโรงหมอหลายวัน ก็ยังดื้อมาหาเสียง ไม่ยอมไปยกเครื่องใหญ่ หลังจากนี้ก็คงได้ไปรักษาจริงๆ จังๆ ได้สักที
ผมรู้จักแม่หน่อยในมุมนี้ อาจจะไม่ได้รู้จักในมุมอื่น ไม่เคยทำงานด้วย และเพิ่งรู้จักแม่หน่อยได้ไม่กี่ปี แต่แม่หน่อยเป็นผู้ใหญ่ที่ผมเคารพอย่างสนิทใจ เพราะความที่แม่หน่อยให้เกียรติและเอ็นดูผมมาตลอด
ถ้าเจอแม่หน่อยในงานแต่งงานท่ามกลางผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านเมืองที่เดินแล้วตัวเกร็งทั้งงาน ผมนี่จะดีใจมากและจะรีบเดินไปพิงแม่หน่อยเป็นคนแรกด้วยความสบายใจ
แม่หน่อยเลิกเล่นการเมืองจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ผมเองก็รู้ว่าแม่หน่อยคงทุกข์ใจที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักอีก แต่ก็แอบดีใจที่แม่หน่อยจะได้ซ่อมบำรุงตัวเองสักที และก็เชื่อว่าแม่หน่อยก็คงหาทางทำสิ่งที่ตัวเองรักชอบได้อยู่ดี
ผมอยากจะเขียนถึงแม่หน่อยในฐานะแม่หน่อย ไม่ใช่คุณหญิงสุดารัตน์มานานแล้ว แต่ด้วยบริบทและความขัดแย้งทางการเมืองก็ต้องรอจนถึงวันที่แม่หน่อยวางมือนี่แหละครับ
เลยได้เขียนถึงคุณแม่ใจดีของน้องๆ ในเงาเวลาที่ผมทาบเจอแม่หน่อยในหลายปีที่ผ่านมานี้ครับ
เรื่อง: ธนา เธียรอัจฉริยะ


