ไม่มีใครปฏิเสธว่า ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา ได้ถูกนำมาใช้ในเกมการเมืองเพื่อปลุกกระแสชาตินิยมอย่างเข้มข้น และอารมณ์ความรู้สึกดังกล่าวได้ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมการเลือกตั้งของประชาชน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์อย่างเห็นได้ชัดที่สุด
จังหวัดของไทยที่มีพื้นที่ติดกับพรมแดนกัมพูชา ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ต่างถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นฐานเสียง ‘สีน้ำเงิน’ ของพรรคภูมิใจไทย โดยสามารถครองพื้นที่ไปได้มากกว่า 3 ใน 4 ของพื้นที่ชายแดนทั้งหมด
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/

นายกฯ อนุทิน ลงพื้นที่ที่ฐานปฏิบัติการพื้นที่บ้านคลองแผง จังหวัดสระแก้ว
ให้กำลังใจทหารถึงฐานปฏิบัติการชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2 สัปดาห์ก่อนมีการเลือกตั้ง
ในระดับพรรคการเมือง ความขัดแย้งครั้งนี้ยังส่งผลต่อคะแนนนิยมของแต่ละพรรคแตกต่างกันไป พรรคเพื่อไทยเสียแต้มจากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ ‘หลานกับอังเคิล’ ขณะที่พรรคประชาชน เสียคะแนนจากวลี “ทหารมีไว้ทำไม” ในทางตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยกลับเป็นฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากกระแสชาตินิยมและบรรยากาศทางการเมืองที่เน้นประเด็นความมั่นคง
ในเชิงโครงสร้างทางการเมือง พื้นที่ชายแดนทั้ง 7 จังหวัดนี้ ยังมีน้ำหนักเชิงตัวเลขอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรวมกันมีเขตเลือกตั้งถึง 45 เขต โดยแยกเป็น อุบลราชธานี 11 เขต ศรีสะเกษ 9 เขต สุรินทร์ 8 เขต บุรีรัมย์ 10 เขต สระแก้ว 3 เขต จันทบุรี 3 เขต และตราด 1 เขต
จากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พบว่า พรรคภูมิใจไทยสามารถครองพื้นที่ชายแดนได้เกือบทั้งหมด รวม 34 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเพื่อไทยได้ 4 ที่นั่ง พรรคไทรวมพลัง ได้ 4 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง และพรรคกล้าธรรม 1 ที่นั่ง
หากมองลึกลงไปในรายละเอียดของแต่จังหวัดจะพบว่า จังหวัดอุบลราชธานี (11 เขตเลือกตั้ง) เดิมพรรคเพื่อไทย 4 ที่นั่ง พรรคภูมิใจไทย 3 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง พรรคไทยสร้างไทย 1 และพรรคประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง โดยในครั้งนี้พรรคไทยรวมพลังได้ 4 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 2 ณรงค์ชัย วีระกุล, เขต 3 พิมพกาญจน์ พลสมัคร, เขต 9 จิตรวัน หวังศุภกิจโกศล และเขต 10 สมศักดิ์ บุญประชม
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้ 4 ที่นั่ง เขต 5 สุทธิชัย จรูญเนตร เขต 7 สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ เขต 8 แนน บุณย์ธิดา สมชัย และเขต 11 ตวงทิพย์ จินตะเวช ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 3 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1 วรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์, เขต 4 กิตติ์ธัญญา วาจาดี และเขต 6 ธัญธารีย์ สันตพันธุ์

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
ระหว่างช่วยหาเสียงที่จังหวัดศรีสะเกษ
เพื่อช่วยวิสุทธิ์ชาติ ปัญญาทรงรุจิ
แต่สุดท้ายพ่ายให้ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
จังหวัดศรีสะเกษ (9 เขตเลือกตั้ง) เดิมพรรคเพื่อไทยครองพื้นที่อยู่ 7 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 2 ที่นั่ง แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ 7 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1 สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ, เขต 2 ศุภกิจ ศรีหาภาค, เขต 3 ธนา กิจไพบูลย์ชัย, เขต 4 ชิตพล ไตรสรณกุล, เขต 5 จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล, เขต 8 อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ และเขต 9 วิทวัส ไตรสรณกุล ส่วนพรรคเพื่อไทยได้ 2 ที่นั่ง เขต 6 วีระพล จิตสัมฤทธิ์ และ เขต 7 วิลดา อินฉัตร
จังหวัดสุรินทร์ (8 เขตเลือกตั้ง) พรรคภูมิใจไทยกวาดทั้ง 8 เขต ได้แก่ เขต 1 เบญญา มุ่งเจริญพร, เขต 2 ณัฎฐพล จรัสรพีพงษ์, เขต 3 ผกามาศ เจริญพันธ์, เขต 4 สุรีย์ ธรรมมาตร, เขต 5 ภุชงค์ สุภัควรางกูร, เขต 6 ล้ำเลิศ พัวพัฒนาโชติ, เขต 7 เรืองวิทย์ คูณวัฒนาพงษ์ และเขต 8 ปทิดา ตันติรัตนานนท์
จังหวัดบุรีรัมย์ (10 เขตเลือกตั้ง) บ้านครูใหญ่เนวิน พรรคภูมิใจไทยได้ครบทั้ง 10 เขต ได้แก่ เขต 1 สนอง เทพอักษรณรงค์, เขต 2 ณัฐธิดา เล็กอุดากร, เขต 3 อดิพงษ์ ฐิติพิทยา, เขต 4 ชนกันต์ ทิมาตฤกะ, เขต 5 โสภณ ซารัมย์, เขต 6 ศักดิ์ ซารัมย์, เขต 7 พรชัย ศรีสุริยัณโยธิน, เขต 8 ไตรเทพ งามกมล, เขต 9 รุ่งโรจน์ ทองศรี และเขต 10 จักรกฤษณ์ ทองศรี
จังหวัดสระแก้ว (3 เขตเลือกตั้ง) พรรคพลังประชารัฐได้ 2 ที่นั่ง ได้แก่ เขต 1 บดี เทียนทอง และเขต 2 ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าพรรค ส่วนพรรคกล้าธรรมได้ 1 ที่นั่ง คือ เขต 3 สุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ปาดเอาชนะ สรวงศ์ เทียนทอง แชมป์เก่าไป 4,678 คะแนน
จังหวัดจันทบุรี (3 เขตเลือกตั้ง) พรรคภูมิใจไทยสามารถแย่งชิงพื้นที่จากพรรคประชาชนได้ทั้งหมด คือ เขต 1 พล.ต.ท. สุรพล วิรัตน์โยสิน, เขต 2 คัมภีร์ ชื่นบาน และเขต 3 ชรัต เนรัญชร พรรคภูมิใจไทย
เช่นเดียวกับจังหวัดตราด (1 เขตเลือกตั้ง) พิชานนท์ อิงประสาร จากพรรคภูมิใจไทย มีชัยชนะเหนือผู้สมัครจากพรรคประชาชน คือ พรรณเศรษฐ์ นุ่มหนู บุตรชายของศักดินัย นุ่มหนู เจ้าของพื้นที่เดิม

อนุทิน ในอิริยาบถสบายๆ หลังทราบว่าพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งเป็นอันดับ 1
ภาพ: ฐานิส สุดโต
ปรากฏการณ์เปลี่ยนสีการเมืองในจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชาชี้ชัดว่ากระแสชาตินิยม จากข้อพิพาทชายแดนถูกแปรเป็นทุนทางการเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ไม่เพียงเปลี่ยนพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังพลิกพื้นที่เดิมของหลายพรรคให้กลายเป็นฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยในหลายเขต
ขณะเดียวกัน ความสูญเสียคะแนนของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนจากกรณีคลิปเสียงและวาทกรรมเกี่ยวกับกองทัพ ตอกย้ำว่า อารมณ์การเมือง มีอิทธิพลต่อผลเลือกตั้งในยามวิกฤตมากกว่านโยบายเชิงโครงสร้าง
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


