×

ปี 2026 รู้จัก Swicy รสชาติที่คนรักหวานกินเผ็ดกดใจให้

09.02.2026
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

  • ปี 2025 รสหวานเผ็ดกลับมาบูมอีกครั้ง เนื่องจากพฤติกรรมและความชอบของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเจน Z ที่กระตือรือร้นในการมองหาประสบการณ์การกินที่มีมิติมากขึ้น และเจนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์การกินสูงขึ้นจากอิทธิพลของอาหารเมนูฮิตระดับโลกมากมายที่เข้าถึงง่ายกว่าแต่ก่อน 
  • พื้นฐานของ Swicy นั้นเป็นรสชาติตัดเลี่ยน คือไม่หวานหรือเผ็ดไปทางเดียว แต่มีมิติของรสชาติที่ขัดแย้งในทางที่ดีอยู่ จึงช่วยลด Palate fatigue หรือความเบื่ออาหารจากรสชาติเดิมซ้ำๆ และช่วยกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัว 
  • Swicy ปี 2026  ไม่ได้หมายถึงการมีหลายรสในคำเดียว (หวาน เผ็ด เค็ม) เท่านั้น แต่ต้องเป็นการตั้งใจผลักให้รส “หวาน” และ “เผ็ด” เป็นตัวเอกนำเด่นคู่กันอย่างชัดเจน

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ รสหวานก็รัก รสเผ็ดร้อนก็ตัดใจไม่ได้’ จนสงสัยว่าตัวเองสายไหนกันแน่ บอกเลยว่า Why choose, take both ทำไมต้องเลือกล่ะ จัดสองอย่างไปเลย เพราะ Swicy รสหวานเผ็ด (Sweet+Spicy) คือหนึ่งในรสชาติที่คนทั่วโลกกำลังอ้าแขนตอบรับ และในปีนี้ยังมีแววจะวิวัฒนาการไปสู่การจับคู่หรือสร้างสรรค์รสชาติใหม่ที่สนุกกว่าเดิมอีกด้วย



แม้หวานและเผ็ดจะฟังดูเหมือนรสชาติที่ยืนกันคนละฝั่ง แต่ที่จริงแล้ว Swicy ไม่ใช่อะไรใหม่ๆ ขนาดนั้น ย้อนกลับไปปี 2023 รสหวานเผ็ดเคยเดบิวต์ในฐานะเด็กใหม่ที่ใช้สร้างความหวือหวาเชิงการตลาด เช่น ไก่ทอดซอสเผ็ดหรือพิซซ่าที่เคลือบหรือราดโดย Hot honey (ซอสน้ำผึ้งผสมผงพริก) ขณะเดียวกัน Swicy ก็ไม่ใช่รสชาติที่ถูกสร้างขึ้นจากศูนย์ แต่กระจัดกระจายอยู่ในรากวัฒนธรรมท้องถิ่นของหลายประเทศมานานแล้ว อย่าง อาหารไทย (ส้มตำ) อาหารเกาหลี (ซอสโคชูจัง ต๊อกบกกี) อาหารเม็กซิกัน (เซวีเช่ ซัลซ่า) ซึ่งมีรสหวานเผ็ดเป็นแกนนำ เรียกว่าคุ้นลิ้นกันดีแต่ยังไม่เคยมีแสงส่องในฐานะ Swicy แบบชัดๆ 

 

จนกระทั่งปี 2025 รสหวานเผ็ดกลับมาบูมอีกครั้ง เนื่องจากพฤติกรรมและความชอบของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเจน Z ที่กระตือรือร้นในการมองหาประสบการณ์การกินที่มีมิติมากขึ้น และเจนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์การกินสูงขึ้นจากอิทธิพลของอาหารเมนูฮิตระดับโลกมากมายที่เข้าถึงง่ายกว่าแต่ก่อน จุดประกายความหิวและส่งต่อความรู้ข้ามพรมแดน ผู้คนจึงไม่ได้ต้องการแค่รสหวานเผ็ดทั่วไป แต่ตามหาอาหารที่มีรสชาติล้ำลึกมากขึ้น มีคาแรกเตอร์และเอกลักษณ์เฉพาะตัว ขณะเดียวกันก็ยังมีรสชาติเดิมที่คุ้นเคยซ่อนอยู่ รวมทั้งกระแสโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ทำให้ Swicy กลายเป็นที่สนใจอีกครั้ง กลายเป็นหนึ่งในรสชาติที่หลายสำนักเทรนด์ชูป้ายให้ไปต่อในปี 2026 

 

แต่คราวนี้ขอยกระดับจาก Novelty food เมนูที่ทำให้คน ‘ว้าวตั้งแต่แรกเห็น’ เพื่อสร้างเทรนด์หรือดึงความสนใจชั่วคราว ไปสู่สิ่งที่วงการอาหารยอมรับว่าเป็น ‘ระบบรสชาติ’ เน้นการสร้าง Layered profiles หรืออาหารที่มีโครงสร้างทางรสชาติซับซ้อนหลายชั้น มีสมดุลที่ลงตัวกว่าความเผ็ดแบบสะดุ้งลิ้น 

 

นอกจากนี้ พื้นฐานของ Swicy นั้นเป็นรสชาติตัดเลี่ยน คือไม่หวานหรือเผ็ดไปทางเดียว แต่มีมิติของรสชาติที่ขัดแย้งในทางที่ดีอยู่ จึงช่วยลด Palate fatigue หรือความเบื่ออาหารจากรสชาติเดิมซ้ำๆ และช่วยกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัว จนหลายครั้งเกิดความรู้สึก ‘ติด’ อยากกินจนหยุดไม่ได้ กลายเป็นแนวทางให้เชฟ แบรนด์หรือนักการตลาดสามารถใช้เป็นแกนในการต่อยอดและพัฒนาเมนูเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้บริโภคต่อไปได้

 

Swicy เทรนด์รสชาติปี 2026

 

ความหวานฮอตที่เอาชนะใจคนทั่วโลกนี้ แม้แต่สื่อต่างประเทศอย่าง National Geographic และ Food & Wine ต่างก็รายงานถึงแนวโน้มของตลาดว่า มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์รสหวานเผ็ดทั่วโลกเพิ่มขึ้นสูงถึงเกือบ 50% ในปีที่ผ่านมา หลายแบรนด์หลักกระโจนลงสนามมาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งวงการอาหารปรุงสุกพร้อมกิน ไปจนถึงอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม ผลไม้และสินค้าทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ต โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Swicy condiment (ซอสหรือเครื่องปรุงหวานเผ็ด) ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดอเมริกาและยุโรป ในขณะที่แอฟริกาเหนือมี Harissa ซอสพริกที่ทำจากพริกแดงย่างหรือพริกแห้ง ยุคหลังก็ได้รับการพัฒนาให้มีมิติหวานขึ้น รวมทั้งของหวานทานเล่นอย่าง Chamoyada น้ำแข็งใสรสเผ็ดของเม็กซิกัน และ เยลลี่พริกเกลือก็เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน

 

Swicy เทรนด์รสชาติปี 2026

 

หัวใจของ Swicy ไม่ได้อยู่ที่น้ำตาลหรือความเผ็ดเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ ‘บทบาทของวัตถุดิบ’ ที่ช่วยสร้างความซับซ้อนของรสชาติ พริกหลายสายพันธุ์ถูกนำมาใช้ไม่ใช่แค่เพื่อเพิ่มระดับความเผ็ด แต่เพื่อเพิ่มมิติทางกลิ่นและอารมณ์ อย่างพริก Jalapeño ให้ความเผ็ดสดและเขียว Habanero ให้ความร้อนแรงพร้อมกลิ่นผลไม้เมืองร้อน ขณะที่ Chipotle ซึ่งเป็นพริกรมควัน เพิ่มความลึกและโทนอบอุ่นให้กับอาหาร ในฝั่งเอเชีย วัตถุดิบอย่าง ซอสโคชูจัง ซอสพริกหมักของเกาหลี ที่มีรสเผ็ด หวานและอูมามิผสานกันอย่างชัดเจนก็ถูกนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจในเมนูฟิวชันจำนวนมาก

 

Swicy เทรนด์รสชาติปี 2026

 

ความสนุกของฝั่งนักกินอย่างเราๆ จึงกลายเป็นการได้เห็นเชฟและบาร์เทนเดอร์เริ่มทดลองใส่พริกในไอศกรีม ค็อกเทล และขนมหวาน แบรนด์หลักของฝั่งขนมถุงกรุบกรอบก็ขยันปล่อยรสลิมิเต็ดมาลองตลาด แน่นอนว่าบางรสชาติพ่ายแพ้สงครามไป เช่น Coca-Cola Spiced (โค้กรสราสเบอร์รี่ผสมเครื่องเทศ) ที่ถูกยุติการผลิตไปเมื่อปีที่แล้วหลังจากออกวางจำหน่ายได้แค่ 6 เดือน แต่สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะรสหวานเผ็ดไม่อร่อย แต่เพราะรสชาติของราสเบอร์รี่ที่ยังทำไม่ถึง ทำให้ยอดขายจากเจน Z ไม่เป็นไปตามคาดหวัง ในขณะที่ต้นปีที่ผ่านมา เจ้าพ่อซีเรียลอย่าง Kellogg’s ก็ได้ปล่อยอาหารเช้าสไตล์ Swicy รสใหม่ล่าสุด Crunchy Nut Hot Honey ออกมาวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ให้ชาวอังกฤษได้ลองของกัน และล่าสุดไม่กี่วันมานี้ McDonald’s ก็กลับมาร่วมเทรนด์ Hot honey อีกครั้ง หลังจากเคยออกเมนูสาย Swicy ช่วงมีนาคมปีที่แล้ว โดยหนนี้เน้นให้ซอสน้ำผึ้งเผ็ด เป็นตัวชูโรงประกบทั้งเซ็ต และวางจำหน่ายแค่ช่วงเวลาจำกัดเท่านั้น

 

Swicy เทรนด์รสชาติปี 2026

 

หันกลับมามองที่ไทยอีกครั้ง นอกจากส้มตำ เรายังมี Swicy อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด เช่น น้ำจิ้มไก่ (หวานเผ็ดเบาๆ) น้ำพริกเผา(หวานเผ็ดหอมมัน) หรือ ซอสพริกศรีราชา (หวานเผ็ดกลมกล่อม) แต่ก็มีบางคำถามน่าสนใจ เช่น มะม่วงจิ้มพริกเกลือนับเป็น Swicy ไหม ต้องบอกว่าเครื่องจิ้มบางกลุ่มยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ บางคนมองว่าใช่ แต่หลายคนก็มองว่าไม่ตรงกับ Swicy ตามการตีความสมัยใหม่เสียทีเดียว เพราะ Swicy ปี 2026  ไม่ได้หมายถึงการมีหลายรสในคำเดียว (หวาน เผ็ด เค็ม) เท่านั้น แต่ต้องเป็นการตั้งใจผลักให้รส “หวาน” และ “เผ็ด” เป็นตัวเอกนำเด่นคู่กันอย่างชัดเจน ในขณะที่เครื่องจิ้มจากประเทศอื่นอย่าง Chamoy ซอสพริกที่ทำจากผลไม้อบแห้งผสมพริกและเกลือของเม็กซิโก ที่มักเสิร์ฟเคียงหรือราดบนผลไม้ หรือซอสกลุ่ม Sweet chili sauce ที่เน้นความหวานเผ็ด ดูเหมือนจะสอดคล้องกับแนวคิด Swicy มากกว่า 

 

การสร้างสรรค์และการทดลองในวงการอาหารยังไม่สิ้นสุด หลายแบรนด์ยังคงมองหาหนทางในการวิวัฒนาการ Swicy สู่รสชาติใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น Swangy (หวานเผ็ดเปรี้ยว) หรือ Swavory (หวานคาว) รวมถึงการจับคู่วัตถุดิบที่ไม่คาดคิด เพื่อสร้างมิติของรสชาติที่ลึกและซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

การเคลื่อนไหวเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว หากแต่สะท้อนภาพใหญ่ของวัฒนธรรมการกินที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ในโลกที่เชื่อมถึงกันมากขึ้น รสชาติสามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างอิสระ วัตถุดิบและแนวคิดจากท้องถิ่นถูกนำมาตีความใหม่เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคปัจจุบัน Swicy จึงไม่ใช่เพียงรสชาติแห่งปี 2026 แต่เป็นภาพสะท้อนของวิธีที่มนุษย์ใช้อาหารเป็นพื้นที่ทดลอง แสดงตัวตน และเชื่อมโยงวัฒนธรรมกับผู้คนเข้าด้วยกันผ่านทุกคำที่กิน

 

อ้างอิง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising