ชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรค LDP และพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้การนำของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงแกร่งของญี่ปุ่น ในการเลือกตั้งทั่วไปที่จัดขึ้นวานนี้ (8 กุมภาพันธ์) ส่งผลให้เธอกลายเป็นผู้นำหญิงคนแรกของประเทศที่มาจากการชนะเลือกตั้ง หลังจากที่การเข้ารับตำแหน่งครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม เกิดขึ้นเพราะชัยชนะในการโหวตเลือกประธานพรรค LDP
ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค LDP ได้ที่นั่ง สส. ไปถึง 316 ที่นั่ง จากทั้งหมด 465 ที่นั่ง ซึ่งดีที่สุดนับตั้งแต่ยุคหลังสงคราม สะท้อนถึงความนิยมของทาคาอิจิ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากแนวนโยบายและบุคลิกที่โดดเด่นแม้จะเป็นนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม ที่มีแนวคิดหลักคือยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศญี่ปุ่น
ตัวตนและเส้นทางชีวิตของทาคาอิจิเป็นอย่างไร เธอก้าวจากอดีตที่เคยเป็น ‘มือกลองวงเฮฟวีเมทัล’ และกลายมาเป็น ‘ผู้นำหญิงยอดนิยม’ ได้อย่างไร ไปทำความรู้จักกัน
ซานาเอะ ทาคาอิจิ คือใคร
ทาคาอิจิเกิดและเติบโตที่จังหวัดนาราเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 1961 พ่อของเธอเป็นพนักงานบริษัทยานยนต์และแม่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมในนาราแล้ว เธอสอบผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเคโอและมหาวิทยาลัยวาเซดะในกรุงโตเกียว แต่พ่อแม่ปฏิเสธที่จะจ่ายค่าเทอมให้ หากเธอเลือกเรียนไกลบ้าน หรือเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน ทั้งยังกังวลเรื่องความปลอดภัยเนื่องจากเธอเป็นผู้หญิง ทาคาอิจิจึงเลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยโกเบซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดใกล้เคียงแทน โดยใช้เวลาเดินทางไป-กลับไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
ก่อนเข้าสู่แวดวงการเมือง เธอเคยเป็นมือกลองเฮฟวีเมทัล เธอหลงใหลการดำน้ำและชื่นชอบรถยนต์เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ทาคาอิจิยังเคยทำงานเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ในช่วงเวลาสั้นๆ อีกด้วย
แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอตัดสินใจเดินหน้าสู่สนามการเมืองเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1980 ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นทวีความรุนแรง โดยหลังจากที่เธอเข้าศึกษาต่อที่สถาบันมัตสึชิตะเพื่อการบริหารและการจัดการ (MIGM) ซึ่งเป็นสถาบันที่เน้นการพัฒนาผู้นำทางการเมืองในอนาคต เธอตัดสินใจเดินทางไปสหรัฐอเมริกาในปี 1987 เพื่อทำงานในสำนักงานของแพทริเซีย ชโรเดอร์ สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของญี่ปุ่นอย่างตรงไปตรงมา เพื่อทำความเข้าใจมุมมองของสหรัฐฯ ต่อญี่ปุ่นในช่วงเวลานั้น
เส้นทางการเมืองสายอนุรักษ์นิยม
ทาคาอิจิลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ครั้งแรกในปี 1992 ในนามผู้สมัครอิสระ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เธอไม่ละทิ้งความพยายามในเส้นทางการเมือง จนในปี 1996 เธอชนะการเลือกตั้งและเข้าเป็นสมาชิกพรรค LDP นับตั้งแต่นั้นเธอได้รับเลือกตั้งเป็น สส. มาแล้วถึง 10 สมัย โดยแพ้การเลือกตั้งเพียงครั้งเดียว เธอสร้างชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในนักการเมืองสายอนุรักษ์นิยม (ฝ่ายขวา) ที่มักแสดงจุดยืนชัดเจน
เธอเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลญี่ปุ่นมาแล้วหลายตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและการสื่อสาร เป็นต้น
เมื่อปี 2021 ทาคาอิจิลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค LDP เป็นครั้งแรก ก่อนที่จะแพ้ให้กับ ฟูมิโอะ คิชิดะ ซึ่งต่อมาได้เขาเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น และกลับมาลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค LDP อีกครั้ง เมื่อปี 2024 และแพ้ให้กับ ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนก่อนหน้า
ทาคาอิจิ กลายเป็นผู้นำหญิงคนแรกของพรรค LDP ที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอย่างตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นครั้งแรก หลังชนะในการโหวตเลือกประธานพรรค LDP เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยเอาชนะ ชินจิโร โคอิซึมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร วัย 44 ปี และบุตรชายของ จุนอิจิโร โคอิซึมิ อดีตนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ไปด้วยคะแนน 185 ต่อ 156 เสียง
ขณะที่เธอย้ำความสำเร็จทางการเมืองได้อีกครั้ง หลังจากที่ตัดสินใจยุบสภาและประกาศจัดการเลือกตั้งแบบกะทันหันเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชนและสร้างเสถียรภาพของรัฐบาลด้วยเป้าหมายเพิ่มเสียงข้างมากในสภา
โดยผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ออกมา ซึ่ง LDP ได้ สส. ไปถึง 316 ที่นั่ง จาก 465 ที่นั่ง หรือคิดเป็นกว่า 2 ใน 3 และเมื่อรวมกับพรรคร่วมรัฐบาลอย่าง Japan Innovation Party (JIP) ก็จะได้ สส. รวมถึง 352 ที่นั่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 233 ที่นั่งในช่วงก่อนยุบสภา ส่งผลให้รัฐบาลของทาคาอิจิ กลายเป็นรัฐบาลที่แข็งแกร่งอย่างมากในรอบหลายปี
จุดยืนและแนวโน้มนโยบายสำคัญ
ทาคาอิจิเป็นนักอนุรักษนิยมที่แข็งกร้าว มีจุดยืนทางการเมืองชัดเจน และจัดอยู่ในปีกขวาของพรรค LDP โดยเธอคัดค้านกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้หญิงที่แต่งงานแล้วยังคงใช้นามสกุลเดิมได้ พร้อมให้เหตุผลว่า กฎหมายดังกล่าวบั่นทอนขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่น นอกจากนี้เธอยังมีแนวคิดทางการเมืองคล้ายคลึงกับชินโซ อาเบะ อดีตนายกรัฐมนตรีสายอนุรักษนิยมผู้ล่วงลับ โดยเฉพาะการต่อต้านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในญี่ปุ่น
เธอไปเยี่ยมศาลเจ้ายาสุกุนิเป็นประจำ ซึ่งเป็นศาลเจ้าที่ระลึกถึงบรรดาผู้เสียชีวิตในสงครามของญี่ปุ่น โดยทาคาอิจิยังผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการขยายบริการด้านสุขภาพสำหรับผู้หญิง ปรับปรุงทางเลือกในการดูแลผู้สูงอายุในสังคมญี่ปุ่น รวมถึงเรียกร้องให้มีการผ่อนปรนข้อจำกัดทางรัฐธรรมนูญต่อกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอีกด้วย
ส่วนในมิติทางเศรษฐกิจ ทาคาอิจิให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจแบบ ‘อาเบะโนมิกส์’ (Abenomics) ซึ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านการใช้จ่ายภาครัฐในระดับสูง และการกู้ยืมต้นทุนต่ำ
ทาคาอิจิสัญญาว่าจะ เพิ่มขนาดเศรษฐกิจเป็นสองเท่าภายในหนึ่งทศวรรษ ด้วยการลงทุนของรัฐจำนวนมหาศาลในเทคโนโลยีใหม่ โครงสร้างพื้นฐาน การผลิตอาหาร และด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจอื่นๆ
ชัยชนะของทาคาอิจิ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ เห็นได้จากดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่พุ่งสูงทันทีหลังเปิดตลาดในวันนี้ (9 กุมภาพันธ์) เนื่องจากนโยบายการเงินและการคลังของเธอที่ผ่านมา ซึ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายภาครัฐและการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำ
ขณะที่ทาคาอิจิ ถือเป็นผู้ที่เข้ามากอบกู้ความนิยมของพรรค LDP ที่ร่วงโรยไปอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากความท้าทายและปัญหาต่างๆ อาทิ กระแสความไม่พอใจของประชาชนต่อภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา อัตราการเกิดต่ำ ปัญหาประชากรลดลง และความไม่พึงพอใจในประเด็นทางสังคมอื่นๆ
การเข้ากุมบังเหียนพรรค LDP ของทาคาอิจิ ยังมีขึ้นในช่วงเวลาที่พรรคต้องการฟื้นฟูความนิยมจากกลุ่มผู้มีแนวคิดอนุรักษนิยม หลังผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งบางส่วนหันไปสนับสนุนพรรคฝ่ายขวาจัดอย่าง พรรคซันเซโตะ ที่กำลังได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากนโยบายต่อต้านผู้อพยพและการชูคำขวัญ ‘ญี่ปุ่นต้องมาก่อน’ (Japanese First) ทำให้พรรคซันเซโตะมีที่นั่งในสภาสูงของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจาก 1 เป็น 15 ที่นั่ง ส่งผลให้สามารถดึงคะแนนเสียงจากกลุ่มผู้มีแนวคิดอนุรักษนิยมไปได้อย่างมีนัยสำคัญ
ทาคาอิจิ ตั้งเป้าที่จะเป็น ‘หญิงเหล็ก’ โดยโอบรับถึงความท้าทายที่รออยู่ พร้อมระบุว่า “LDP จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตของญี่ปุ่น และจะยึดมั่นในผลประโยชน์แห่งชาติเป็นอันดับแรกเสมอ
ภาพ: REUTERS/Kim Kyung-Hoon
อ้างอิง:
- https://www.bbc.com/news/live/c2d76el7354t
- https://www.bbc.com/news/articles/crkj5e73xkmo
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-10-05/yen-falls-after-takaichi-win-japan-stocks-may-get-boost?srnd=homepage-asia
- https://www.bbc.com/news/articles/c20vljzgp0ro
- https://www.cnbc.com/2025/10/06/who-is-sanae-takaichi-the-first-woman-set-to-helm-japanese-government.html


