ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความบน Truth Social ประกาศสนับสนุนซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น และผู้นำพรรครัฐบาล LDP ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์นี้ (8 กุมภาพันธ์)
ทรัมป์ เขียนข้อความระบุว่า “ทาคาอิจิได้พิสูจน์แล้ว ว่าเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง ทรงพลัง และชาญฉลาด… ผู้ที่รักประเทศชาติอย่างแท้จริง” พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า “เธอจะไม่ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นผิดหวัง!”
เขายังกล่าวอีกว่า ประทับใจในตัวทาคาอิจิ หลังจากที่ได้พบกันที่ญี่ปุ่นเมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน หรือเพียง 1 สัปดาห์หลังจากที่ทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนตุลาคม
“นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเป็นบุคคลที่สมควรได้รับการยกย่องอย่างมากสำหรับงานที่เธอและพรรคร่วมรัฐบาลของเธอกำลังทำอยู่ ดังนั้นในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผมจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่แก่เธอ และสิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้รับการเคารพอย่างสูงของเธอกำลังเป็นตัวแทน”
ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นในฐานะพันธมิตรที่ใกล้ชิด ต้องการความมั่นคงในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดยเฉพาะหลังจากเผชิญมาตรการภาษีของทรัมป์
ทรัมป์เคยขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าญี่ปุ่นในอัตรา 25% ก่อนที่จะบรรลุข้อตกลงกับญี่ปุ่นในเดือนกรกฎาคม โดยญี่ปุ่นจะลงทุนในสหรัฐฯ มูลค่า 5.5 แสนล้านดอลลาร์ในภาคส่วนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเชิงยุทธศาสตร์ เช่น เซมิคอนดักเตอร์และแร่ธาตุสำคัญ แลกกับการลดภาษีนำเข้าเหลือ 15%
นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังประกาศว่าเขาจะต้อนรับทาคาอิจิ ที่จะเดินทางไปเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี. ของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 19 มีนาคม
การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ของทาคาอิจิจะเกิดขึ้นก่อนที่ทรัมป์ จะไปเยือนจีนในเดือนเมษายน ซึ่งที่ผ่านมาทรัมป์ เคยแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อคำพูดของทาคาอิจิเกี่ยวกับวิกฤตช่องแคบไต้หวัน ที่กลายเป็นประเด็นสั่นสะเทือนความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่น และเรียกร้องให้เธอหลีกเลี่ยงการเพิ่มความขัดแย้งกับจีน
ทั้งนี้ การโพสต์ข้อความสนับสนุนทาคาอิจิของทรัมป์ เกิดขึ้น 1 วันหลังจากที่เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน และบอกว่าเขามีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับจีน
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนอ้างคำพูดของทรัมป์ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนนั้น “สำคัญที่สุดในโลก” โดยสีจิ้นผิง เน้นย้ำว่าไต้หวันเป็น ‘ประเด็นที่สำคัญที่สุด’ ในความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ
ภาพ : REUTERS/Kim Kyung-Hoon/File Photo/File Photo
อ้างอิง :


