ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง กลยุทธ์สื่อสารของพรรคการเมืองไทยกำลังเปลี่ยนภาพอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อบิลบอร์ดกลางเมืองและสื่อนอกบ้าน (Out-of-Home Media) ของภาคเอกชน กลายเป็นพื้นที่หลักในการแข่งขันทางการเมือง แทนภาพคุ้นตาของป้ายหาเสียงตามเสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือริมฟุตบาทในอดีต
การที่หลายพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย รวมถึงพรรคการเมืองอื่นๆ เลือกใช้พื้นที่บิลบอร์ดเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ สะท้อนการขยับจาก ‘พื้นที่สาธารณะไร้ระบบ’ ไปสู่ ‘พื้นที่สื่อมืออาชีพ’ ที่ควบคุมได้ทั้งภาพลักษณ์ การมองเห็น และผลกระทบต่อเมือง
ปรากฏการณ์นี้ไม่เพียงเป็นการแข่งขันด้านการสื่อสารในช่วงโค้งสุดท้าย แต่ยังสะท้อนการใช้ทรัพยากรของภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนบรรยากาศประชาธิปไตย ผ่านการเปิดพื้นที่ให้ทุกพรรคสามารถสื่อสารนโยบายและอัตลักษณ์ของตนได้อย่างเท่าเทียมในระบบตลาดสื่อ
จากป้ายผูกต้นไม้ สู่สื่อเมืองสมัยใหม่
ในอดีต การหาเสียงจำนวนมากผูกโยงกับการติดป้ายตามเสาไฟฟ้า ต้นไม้ หรือแนวฟุตบาท ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทั้งด้านทัศนียภาพ ความสะอาด และการใช้ทางเท้าของประชาชน แต่การหันมาใช้บิลบอร์ดและสื่อ Out-of-Home ที่บริหารโดยเอกชน ทำให้การสื่อสารการเมืองเคลื่อนเข้าสู่โครงสร้างที่เป็นระเบียบมากขึ้น
นอกจากลดผลกระทบต่อพื้นที่สาธารณะแล้ว ยังช่วยยกระดับภาพการหาเสียงให้สอดคล้องกับเมืองสมัยใหม่ และสร้างมาตรฐานการใช้พื้นที่ร่วมกันระหว่างการเมือง เมือง และประชาชน
สมรภูมิใหม่ของการเมือง: พื้นที่สื่อเชิงพาณิชย์
การใช้บิลบอร์ดจำนวนมากในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เกิด ‘ปรากฏการณ์พื้นที่สื่อ’ ที่แต่ละพรรคต้องช่วงชิงความสนใจผ่านภาพจำ คำสั้น และสัญลักษณ์ทางการเมือง ขณะที่ภาคเอกชนผู้ให้บริการสื่อกลางแจ้งก็มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้สนับสนุนพื้นที่สื่อสารของระบอบประชาธิปไตย
พื้นที่โฆษณาเชิงพาณิชย์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง มีมาตรฐานด้านโครงสร้าง ความปลอดภัย และการบริหารจัดการ ซึ่งต่างจากการติดป้ายชั่วคราวแบบเดิมที่มักทิ้งภาระด้านการจัดเก็บและความสะอาดไว้กับเมือง
โจทย์ใหม่ของ กกต. และอนาคตพื้นที่หาเสียง
ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้เกิดคำถามเชิงนโยบายต่อบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ในอนาคตควรมีแนวทางกำกับหรือส่งเสริมการใช้พื้นที่หาเสียงอย่างไร เพื่อสร้างสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการเมือง ความเป็นระเบียบของเมือง และคุณภาพชีวิตประชาชน
การกำหนดกรอบการใช้สื่อ Out-of-Home อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญของการเลือกตั้งยุคใหม่ ทั้งในมิติความเท่าเทียมในการเข้าถึงสื่อ ค่าใช้จ่าย และการจัดการพื้นที่สาธารณะ
ในอีกด้าน ภาคเอกชนผู้ให้บริการสื่อกลางแจ้งจำนวนไม่น้อยเริ่มถูกมองว่าเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานของประชาธิปไตย’ ที่เปิดพื้นที่ให้ทุกพรรคสามารถสื่อสารได้ โดยไม่กระทบต่อความสะอาดเมืองหรือการใช้ทางเท้าของประชาชน
การเมืองบนผืนเมืองที่เปลี่ยนไป
เมื่อบิลบอร์ดและสื่อนอกบ้านกลายเป็นเวทีหลักของการหาเสียง ภาพการเมืองไทยจึงไม่ได้อยู่แค่ตามเสาไฟฟ้าหรือต้นไม้ริมถนนอีกต่อไป แต่ขยับเข้าสู่พื้นที่สื่อเมืองอย่างเต็มรูปแบบ
นี่จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันด้านการสื่อสารในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง หากยังเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่าน ‘ภูมิทัศน์การเมือง’ ที่ผูกโยงกับโครงสร้างเมือง ภาคเอกชน และการจัดการพื้นที่สาธารณะ ซึ่งอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการหาเสียงไทยในอนาคต


