×

แบงก์ชาติ-กกต. กำลังทำ MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยช่วงเลือกตั้ง ตรวจจับซื้อเสียง สกัดเส้นเงินผิดกฎหมาย

04.02.2026
  • LOADING...
โลโก้ธนาคารแห่งประเทศไทยและ กกต. สื่อถึงความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยช่วงเลือกตั้ง

ธปท.เผยอยู่ในระหว่างการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับกกต. เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรมที่น่าสงสัยว่าจะฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ด้านปปง. แจงบทบาทปมเงินสด 450 ล้านบาท ย้ำสถานะ ‘หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล’ ให้ กกต. เป็นแม่งานหลักสอบสวนช่วงเลือกตั้ง

 

วันนี้ (4 กุมภาพันธ์) ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ว่า ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ธปท. แจ้งรายละเอียดการโอนหรือเบิกจ่ายเงินที่น่าสงสัยว่าจะฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งนั้น ธปท.ได้ส่งให้กกต. ตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 30 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว

 

พร้อมทั้งเปิดเผยต่อว่า ปัจจุบัน ธปท.และกกต.กำลังอยู่ในระหว่างการทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กันอยู่ เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือในการเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบและชัดเจนขึ้นในมติต่างๆ ตัวอย่างเช่น กกต.จะขอข้อมูลอะไรได้บ้าง รูปแบบควรเป็นแบบไหน ข้อมูลที่ได้ไปจะเปิดเผยได้แค่ไหน และนำไปใช้ต่อได้ในขอบเขตใดบ้าง

 

นอกจากนี้ยังต้องทำความเข้าใจตรงกันว่า ข้อมูลที่ธปท.ส่งไปนั้นยังเป็นเพียงข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยเท่านั้น จึงต้องมีเงื่อนไขในการนำไปประมวลผลต่อ

 

ชญาวดี ยังอธิบายต่อว่า ปัจจุบัน กกต.สามารถขอข้อมูลจากธปท.ได้อยู่แล้ว ตามมาตรา 32 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 เพื่อประกอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวน และเพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อย่างไรก็ดี การทำ MOU จะทำให้ความร่วมมือมีความชัดเจนขึ้น และเพื่อให้การทำงานมีระบบรองรับที่ชัดเจน

 

​​ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “แบงก์ชาติได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ และพบว่า มี 2 ราย รายแรกเบิกไป 250 ล้าน ส่วนรายที่สอง เบิกไป 200 ล้าน แบงก์ละ 100 ล้านบาท”

 

ย้ำ ‘แบงก์ชาติ’ ไม่ได้เห็นทุกอย่าง แต่พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

 

ชญาวดีอธิบายต่อว่า ปกติธนาคารพาณิชย์มีหน้าที่ส่งข้อมูลการใช้เงินสดให้ ปปง. อยู่แล้ว แต่ในช่วงที่ผ่านมา ธปท.ก็ขอความร่วมมือให้แบงก์พาณิชย์ส่งข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยให้ธปท.ด้วย เนื่องจากมองว่า การขอข้อมูลดังกล่าวจากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอยู่ใต้การกำกับของธปท. จะเป็นประโยชน์กับประเทศ ดังนั้น การได้ข้อมูลดังกล่าวมาจึงเป็นการช่วยบีบวงข้อมูลให้แคบลง (Narrow Scope) เป็นการช่วยลดภาระงานของ ปปง. อีกที

 

“ต้องบอกว่า แบงก์ชาติไม่ได้เห็นทุกอย่าง แต่เราก็พยายามทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ผ่านการขอความร่วมมือจากแบงก์ ซึ่งอยู่ใต้การกำกับของเรา แม้เราไม่ได้มีอำนาจในการตรวจสอบ แต่เราก็มองว่า (การขอข้อมูล) จะเป็นประโยชน์กับประเทศ” ชญาวดีกล่าว

 

ธปท.อยู่ระหว่างเฮียริงออกเกณฑ์สั่งแบงก์สอบการเบิกเงินสดสูงผิดปกติ

 

ชญาวดี ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.กำลังอยู่ในระหว่างการเขียนเกณฑ์เพื่อบังคับให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ (Due Diligence) การเบิกเงินสดที่สูงเกินความจำเป็น รวมถึงได้เปิดรับความคิดเห็น (Hearing) แล้วด้วย เนื่องจากตามกฎหมายระบุว่า การออกเกณฑ์ใหม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อย 15 วัน

 

ชญาวดีกล่าวต่อว่า ความท้าทายของการออกเกณฑ์นี้อยู่ที่ระบบของธนาคารพาณิชย์ ที่อาจต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบต่างๆ เพื่อรองรับเกณฑ์ใหม่ได้ โดยเฉพาะธนาคารขนาดเล็กที่อาจต้องใช้เวลาปรับตัวมากกว่า ตรงข้ามกับธนาคารต่างชาติที่ไม่มีปัญหา เนื่องจากมีมาตรฐานที่สูงและเข้มข้นอยู่แล้วตามระดับสากลและกฎเกณฑ์เรื่องการคว่ำบาตร (Sanction)

 

​​ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจาก วิทัยกล่าวว่า ธปท.เตรียมแก้เกณฑ์บังคับให้ธนาคารพาณิชย์เข้าไปตรวจสอบ (Due Diligence) การเบิกเงินสดที่สูงเกินความจำเป็น โดยเพดานวงเงินเกณฑ์ดังกล่าวอาจกำหนดไว้ที่ 3-5 ล้านบาท

 

ปปง. แจงบทบาทปมเงินสด 450 ล้านบาท ย้ำสถานะ ‘หน่วยงานสนับสนุนข้อมูล’ ให้ กกต. เป็นแม่งานหลักสอบสวนช่วงเลือกตั้ง

 

จากกรณีที่มีรายงานข่าวว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจสอบพบข้อมูลการเบิกถอนเงินสดจำนวน 450 ล้านบาท และได้ส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้น ล่าสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ออกมาให้ความเห็นถึงบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบกรณีดังกล่าว

 

วิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการและโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ถึงประเด็นที่ว่า ปปง. จะมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปดูแลกรณีการเบิกเงินสดจำนวน 450 ล้านบาทที่ ธปท. ส่งเรื่องให้ กกต. หรือไม่ โดยระบุว่า ทั้งสองหน่วยงาน คือธปท. และ ปปง. มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของ กกต. ซึ่งในขณะนี้ทาง กกต. กำลังดำเนินการอยู่

 

โฆษก ปปง. อธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากขณะนี้เป็นช่วงเวลาของการเลือกตั้ง กกต. จึงถือเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงาน โดย ปปง. มีหน้าที่ในการ สนับสนุนข้อมูล ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงรายละเอียดเชิงลึกของการตรวจสอบ วิทยาระบุว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะในช่วงก่อนการเลือกตั้ง จึงเห็นควรให้ทาง กกต. เป็นผู้ให้ข้อมูลหลักจะเหมาะสมกว่า เพื่อป้องกันความสับสนของข้อมูลที่อาจทับซ้อนกัน

 

ทั้งนี้ ทาง ปปง. ยืนยันว่ามีการประสานการทำงานร่วมกัน โดยขณะนี้ กกต. กำลังทำงานในเชิงรุกอยู่

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising