นายกสมาคมค้าทองคำ เผยผลมติที่ประชุมร่วมปรับส่วนต่างราคาซื้อ-ขายทองคำแท่งเพิ่มเป็น 200 บาท จากเดิม 100 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ประกอบการ หลังราคาทองผันผวนหนักและนักลงทุนใช้เทคโนโลยีซื้อขายรวดเร็ว
วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยกับ THE STANDARD WEALTH ถึงสถานการณ์ราคาทองคำที่มีความผันผวนอย่างหนักในปัจจุบัน จนนำไปสู่การหารือร่วมกันของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งตัวแทนค้าส่ง ค้าปลีก ผู้ให้บริการระบบออนไลน์ และผู้ประกอบการหน้าร้าน เพื่อหาทางออกในการบริหารจัดการความเสี่ยง
โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ ‘เพิ่มส่วนต่างราคาซื้อและขายทองคำแท่งเป็น 200 บาท’ จากเดิมที่มีส่วนต่างอยู่ที่ 100 บาท โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป
ราคาทองผันผวนหนัก ปรับเปลี่ยนเร็วทุก 5 นาที
จิตติ ขยายความถึงสาเหตุสำคัญของการปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ในครั้งนี้ว่า เกิดจากสภาวะราคาทองคำในตลาดโลกที่มีความผันผวนสูงมากและมีการเปลี่ยนแปลงราคาบ่อยครั้ง ในบางช่วงเวลา ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายในระยะเวลาเพียง 5 นาที และมีกรอบการขยับขึ้นลงรุนแรงถึงครั้งละ 300-400 บาท
ทั้งนี้ความผันผวนดังกล่าว ประกอบกับพฤติกรรมของนักลงทุนในปัจจุบันที่มีเครื่องมือเทคโนโลยีระดับสูง สามารถเข้าถึงราคาประกาศของสมาคมฯ ผ่านโทรศัพท์มือถือและทำการสั่งซื้อหรือขายออกได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่ร้านค้าทองแบบดั้งเดิม หรือหน้าร้านทอง ไม่สามารถปรับเปลี่ยนป้ายแสดงราคาได้ทันท่วงที

จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ
“เดี๋ยวนี้คนซื้อทองเขาดูผ่านมือถือ ดูราคาสมาคม ถ้าเรายังเปลี่ยนราคาไม่ทัน เขาเข้าซื้อหรือเทขาย ทำให้ร้านทองต้องแบกรับการขาดทุนเยอะมากในช่วง 2 วันที่ผ่านมา เพราะราคามันขยับทีหนึ่ง 200-300 บาท” จิตติกล่าว
ครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการค้าทองไทย
จิตติ ระบุต่อว่า การปรับส่วนต่างราคาจาก 100 บาท เป็น 200 บาทในครั้งนี้ ถือเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การค้าทองคำของไทย หรืออย่างน้อยที่สุดในรอบ 20-30 ปีที่ผ่านมา
“เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเปลี่ยนเลย ตั้งแต่สมัยราคาทองอยู่ที่ 20,000 กว่าบาท เราก็ไม่เคยปรับ เราพยายามอดทน แต่สถานการณ์ปัจจุบันมันเปลี่ยนไปเร็วมาก บางวันราคาเปลี่ยนกว่า 70 ครั้ง ซึ่งผู้ประกอบการรับมือไม่ไหว” จิตติกล่าว
ทั้งนี้ ในที่ประชุมมีการเสนอความคิดเห็นที่หลากหลาย บางส่วนเสนอให้ปรับส่วนต่างขึ้นไปถึง 400 บาท เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยง แต่สุดท้ายได้ข้อสรุปที่ 200 บาท ซึ่งมองว่าเป็นอัตราที่เหมาะสม เพื่อประคองสถานการณ์ความผันผวนที่ไม่น่าจะยืดเยื้อยาวนานเกินไป และช่วยให้โอกาสขาดทุนของร้านค้าน้อยลง
แนวโน้มในอนาคต หากทองแตะแสนบาทอาจต้องปรับใหม่
สำหรับทิศทางในอนาคต จิตติให้ความเห็นว่า มาตรการนี้เป็นการปรับตามสถานการณ์ที่เหมาะสม หากในอนาคตราคาทองคำปรับตัวลงมาต่ำกว่า 50,000 บาท ก็อาจจะมีการพิจารณากลับไปใช้ส่วนต่างเดิม
ในทางตรงกันข้าม หากราคาทองคำพุ่งสูงขึ้นไปแตะระดับ 100,000 บาท สมาคมฯ อาจมีความจำเป็นต้องพิจารณาปรับส่วนต่างราคาขึ้นไปเป็น 300-400 บาทตามความเหมาะสมของมูลค่า แต่ ณ ปัจจุบันยังคงยึดมติที่ 200 บาทไปก่อนเพื่อให้สอดคล้องกับกลไกตลาดและไม่สร้างภาระให้ผู้บริโภคมากจนเกินไป
ภาพ: jamesteohart / Shutterstock


