×

เลือกตั้ง 2569 : REINVENT THAILAND ผ่าทางตัน ‘หลักนิติธรรม’ ยกเครื่องกฎหมายล้าสมัย-โละระบบส่วย หมุดหมายใหม่สู่มาตรฐาน OECD

02.02.2026
  • LOADING...
ภาพบรรยากาศงานเสวนา REINVENT THAILAND ผ่าทางตัน ‘หลักนิติธรรม’ เพื่อปฏิรูปกฎหมายและต่อต้านการทุจริต

HIGHLIGHTS

  • 3 พรรคการเมืองประสานเสียง ‘หลักนิติธรรม’ ที่อ่อนแอคือต้นทุนแฝงมหาศาลที่ฉุดรั้งขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
  • ชูแผน ‘Regulatory Guillotine’ สังคายนากฎหมายล้าหลัง พร้อมใช้ AI และ Automation ตัดวงจร ‘ดุลพินิจเจ้าหน้าที่’ ต้นตอการเรียกรับส่วย
  • ปฏิรูปข้อมูลสู่ Open Data ใช้ฐานข้อมูลเชื่อมโยงจัดการ ‘ทุนสีเทา-นอมินี’ ทันทีโดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการประวิงเวลา
  • เดินหน้า Roadmap สู่ OECD ภายในปี 2030 บีบไทยปฏิรูปมาตรฐานยุติธรรมสากลและธรรมาภิบาล

ท่ามกลางสมรภูมิเศรษฐกิจโลกที่วัดกันด้วยความโปร่งใสและความรวดเร็ว ประเทศไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญ เมื่อ ‘หลักนิติธรรม’ (Rule of Law) ของไทยถูกตั้งคำถามว่าแข็งแกร่งพอที่จะรองรับการเติบโตในอนาคตหรือไม่?

 

บนเวทีสาธารณะด้านหลักนิติธรรม ในหัวข้อ “Reinvent Thailand – Reform the Rule of Law” ยกระดับหลักนิติธรรม – ยกเครื่องประเทศไทย ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีตัวแทนจาก 3 พรรคการเมืองใหญ่ ได้แก่ พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เข้าร่วมฉายภาพพิมพ์เขียวการ ‘ยกเครื่องประเทศไทย’ ผ่านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและระบบกฎหมายที่เป็นหัวใจสำคัญของความมั่งคั่ง โดยมี ดร.ณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้อำนวยการข่าว THE STANDARD ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

 

ปฏิรูปหลักนิติธรรม 2569

 

เวทีนี้จัดขึ้นโดยเครือข่ายผู้นำรุ่นใหม่ด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) และสำนักข่าว THE STANDARD โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเจาะลึกวิสัยทัศน์ของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งประกอบด้วย

 

  • จาตุรนต์ ฉายแสง พรรคเพื่อไทย
  • ดร. พรชัย มาระเนตร์ พรรคประชาธิปัตย์
  • พียงพนอ บุญกล่ำ พรรคประชาชน

 

เพื่อร่วมกันหาคำตอบว่าตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 3 ท่าน มองปัญหาที่ฉุดรั้งประเทศ และมีคำมั่นสัญญาที่จะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้านหลักนิติธรรมอย่างไร เพื่อมุ่งสร้างพื้นฐานแห่งความยั่งยืน ด้วยการฝังราก ‘หลักนิติธรรม’ ให้ผู้บริหารประเทศรุ่นต่อไป

 

เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะ Special Guest ได้ตั้งคำถามต่อพรรคการเมืองว่า หากได้เป็นรัฐบาล ในช่วง 100 วันแรกหลังเข้าบริหารประเทศ จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างไร และกฎหมายหรือกฎระเบียบใดที่จะถูกนำมาปรับปรุงเป็นลำดับแรก

 

ซึ่งตัวแทนพรรคการเมืองให้คำตอบดังนี้

 

ปฏิรูปหลักนิติธรรม 2569

 

  • พรชัย จากพรรคประชาธิปัตย์ มีแนวคิดผลักดันกฎหมาย 1 ฉบับในลักษณะกฎหมายแม่บท (Super Act) เพื่อปรับโครงสร้างและทบทวนระบบกฎหมายของประเทศใหม่ทั้งระบบ (Reinvent และ Rethink ประเทศไทย) โดยมุ่งสู่การเป็นระบบ One Stop Service และยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย และ ในช่วง 100 วันแรก กฎหมายแม่บทดังกล่าวจะถูกผลักดันออกมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันอย่างเป็นรูปธรรม

 

ปฏิรูปหลักนิติธรรม 2569

 

  • เพียงพนอ ระบุว่า ในกรอบการปฏิรูปภาครัฐ พรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกฎหมาย โดยมองว่าภาครัฐควรมีบทบาทหลัก 3 ประการ ได้แก่ 1. เป็นพันธมิตรกับภาคส่วนต่างๆ 2. ทำหน้าที่เป็นผู้เอื้ออำนวยและประสานการทำงาน และ 3. เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ ‘กีโยติน’ กฎหมายที่ล้าสมัย นอกจากนี้ ยังจำเป็นต้องปรับปรุงระบบการทำงานของภาครัฐ แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเดิม ปลดล็อกอุปสรรค และส่งเสริมการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน แทนการทำงานแบบแยกส่วน

 

ปฏิรูปหลักนิติธรรม 2569

 

  • จาตุรนต์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยมีแนวทางจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนและภาคส่วนอื่นๆ อย่างรอบด้าน เพื่อนำมาวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ และนำมาตรฐานสากลมาเป็นกรอบในการกำหนดนโยบาย ขณะเดียวกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการออกแบบระบบเพื่อป้องกันการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และสร้างกลไกคุ้มครองที่เข้มแข็ง เพื่อป้องกันปัญหาทุนสีเทาและการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจ

 

ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม: ทลายวงจร ‘ส่วย-ตั๋ว’ ด้วยโปร่งใส

 

ปัญหาคอร์รัปชันในวงการสีกากีและเจ้าหน้าที่รัฐ ถูกระบุว่าเป็นเนื้อร้ายที่ต้องรักษาด้วยการ ‘รื้อโครงสร้าง’ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

 

  • พรรคประชาชน ได้เสนอปฏิรูป Ecosystem ทั้งระบบ ตั้งแต่ตำรวจจนถึงราชทัณฑ์ โดยเฉพาะการปรับ ‘ระบบประเมินผล’ เพื่อลดต้นทุนในการเข้าสู่ตำแหน่ง เพราะหากการเข้าสู่ตำแหน่งมีค่า ‘ตั๋ว’ แรงจูงใจในการใช้อำนาจมิชอบย่อมตามมา
  • พรรคประชาธิปัตย์ ชี้เป้าไปที่ ‘กฎหมายเฟ้อ’ (Regulatory Inflation) ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากเกินไปจนเกิดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ พร้อมเสนอให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบและมีกลไกถอดถอนกรรมการองค์กรอิสระได้

 

AI & Automation: ‘ตัดตัวกลางมนุษย์’ ลดดุลพินิจ-ปิดช่องโหว่ส่วย

 

หัวใจสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยีมาเป็น ‘เครื่องมือประหาร’ คอร์รัปชัน โดยพรรคการเมืองนำเสนอแนวทางที่น่าสนใจในการเปลี่ยนบทบาทเจ้าหน้าที่รัฐ:

 

  • เปลี่ยนการอนุมัติเป็นอัตโนมัติ (Automation): พรรคเพื่อไทย เสนอให้ใช้ AI และเทคโนโลยีสมัยใหม่เปลี่ยนระบบอนุมัติอนุญาตให้เป็นอัตโนมัติ เพื่อตัดขั้นตอนการใช้ ‘ดุลพินิจส่วนบุคคล’ ซึ่งเป็นต้นตอการเรียกรับสินบนแลกกับลายเซ็น ระบบจะประมวลผลตามเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา และตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
  • Open Data & Scientific Evidence: การเชื่อมโยงฐานข้อมูล (Data Integration) จะช่วยให้การตรวจสอบทำได้ทันที พรรคประชาชน ระบุว่าเราสามารถจัดการกับ ‘ทุนสีเทา’ หรือ ‘นอมินี’ ได้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่แล้วในระบบ เช่น กระทรวงพาณิชย์, ภาคธนาคาร โดยไม่ต้องรอตั้งคณะกรรมการตีความกฎหมาย
  • วิทยาศาสตร์ระบุความรับผิด: พรรคประชาธิปัตย์ ยกตัวอย่างการใช้เซนเซอร์และเทคโนโลยีตรวจวัด (เช่น PM 2.5) เพื่อระบุตัวผู้กระทำผิดทางสิ่งแวดล้อมอย่างแม่นยำ แทนการใช้การคาดเดาหรือดุลพินิจเจ้าหน้าที่ในการชี้เป้า

 

OECD Roadmap บรรทัดฐานใหม่สู่ประเทศรายได้สูง

 

ประเด็นการเข้าเป็นสมาชิก OECD ถูกหยิบยกเป็นหมุดหมายสำคัญภายในปี 2030 ซึ่งเปรียบเสมือนการบีบให้ไทยต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง โดยมีคะแนนดัชนีหลักนิติธรรม (WJP Rule of Law Index) ที่ปัจจุบันไทยได้เพียง 0.50 เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ

 

ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค มองว่า OECD จะเป็นพันธมิตรสำคัญในการบีบให้ไทยต้อง ‘บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง’โดยเฉพาะคดีทุจริตข้ามชาติ และการนิยาม ‘ความมั่นคง’ ใหม่ที่ต้องคุ้มครองเสรีภาพประชาชน ไม่ใช่เพียงความมั่นคงของรัฐบาล เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนระดับสากล

 

ปฏิรูปหลักนิติธรรม 2569

 

เกรียงไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า “เวทีนี้เป็นเวทีที่มีความจริงจังอย่างยิ่ง เพราะอนาคตของประเทศอยู่ในมือของพวกเราทุกคน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

 

ในนามของ กกร. วันนี้ เราได้เห็นพ้องต้องกันว่า เราอยากให้ทุกคนอยู่รอด และประเทศต้องอยู่รอด ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะต้องมีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ ภายใต้แนวคิด Reinvent Thailand

 

คอร์รัปชัน คือ มะเร็งร้ายของประเทศ ที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อให้ประเทศสามารถเดินหน้าและพัฒนาได้อย่างยั่งยืน

 

เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า Reinvent Thailand จะไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทุกคน ทั้งประชาชน พรรคการเมือง และทุกภาคส่วนของสังคม

 

ยิ่งไปกว่านั้น กกร. ได้ตั้งแคมเปญ ‘กกร. และเพื่อนไม่ทน Zero Corruption’ ดังนั้น เราจะไม่ยอมทนต่อสิ่งเหล่านี้อีกต่อไป และจะร่วมมือกันพลิกฟื้น สร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมา เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นประเทศที่พวกเราทุกคนคาดหวังอีกครั้ง”

 


 

เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising