นาฬิกาวันสิ้นโลก เหลือ 85 วินาทีก่อนถึงเส้นตาย ใกล้จุดหายนะที่สุดในประวัติศาสตร์

28.01.2026
  • LOADING...
ภาพ นาฬิกาวันสิ้นโลก แสดงเวลา 85 วินาทีก่อนเที่ยงคืน สื่อถึงภัยคุกคามและความเสี่ยงระดับโลก

นาฬิกาวันสิ้นโลก (Doomsday Clock) ปี 2026 ระบุว่า ขณะนี้เวลาเหลือเพียง 85 วินาที ก่อนจะถึงเที่ยงคืน ซึ่งนับเป็นเส้นตายตามทฤษฎี และถือเป็นจุดที่ขยับเข้าใกล้หายนะที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยขยับเข้าใกล้กว่าปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 89 วินาที

 

สาเหตุหลักเกิดจากความล้มเหลวของผู้นำโลก ความก้าวร้าวของมหาอำนาจ ลัทธิชาตินิยมที่ปิดกั้นความร่วมมือระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตสภาพภูมิอากาศ และเทคโนโลยีที่ควบคุมไม่ได้

 

ปัจจัยเสี่ยงที่เร่งเวลาสู่หายนะ

 

1. วิกฤตนิวเคลียร์และการแข่งขันสะสมอาวุธ (Escalating Nuclear Risks)

 

สถานการณ์นิวเคลียร์เลวร้ายลงอย่างมากในปี 2025 จากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคและการแข่งขันกันของมหาอำนาจ

 

สงครามรัสเซีย-ยูเครนมีความเสี่ยงจากการใช้นิวเคลียร์มากขึ้น, ความขัดแย้งอินเดีย-ปากีสถานปะทุขึ้นอีกครั้ง และการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งอาจผลักดันให้อิหร่านเร่งสร้างอาวุธนิวเคลียร์ทางลับ

 

ประกอบกับ จีน รัสเซีย และสหรัฐฯ เร่งปรับปรุงและเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์ โดยสหรัฐฯ วางแผนระบบป้องกันขีปนาวุธ ‘Golden Dome’ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของความขัดแย้งที่เกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สนธิสัญญา New START ระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียกำลังจะหมดอายุโดยไม่มีการเจรจาต่อ และรัฐบาลสหรัฐฯ อาจพิจารณากลับมาทดสอบระเบิดนิวเคลียร์อีกครั้ง

 

2. ภาวะฉุกเฉินทางสภาพภูมิอากาศ (Climate Emergency)

 

สถานการณ์โลกเดือดเข้าขั้นวิกฤต แต่การตอบสนองกลับถดถอย

 

ปี 2024 และ 2025 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ระดับคาร์บอนไดออกไซด์พุ่งสูง 150% ของยุคก่อนอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดภัยแล้งรุนแรงในแถบแอมะซอนและแอฟริกา รวมถึงคลื่นความร้อนในยุโรปที่คร่าชีวิตผู้คนกว่า 60,000 คน

 

ขณะที่การประชุม UN ‘ล้มเหลว’ ในการเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซ้ำร้ายรัฐบาลทรัมป์ในสหรัฐฯ ยังประกาศ ‘สงคราม’ กับพลังงานหมุนเวียนและทำลายมาตรการแก้ปัญหาโลกร้อนทั้งภายในประเทศและในระบบระหว่างประเทศ

 

3. ภัยคุกคามทางชีวภาพและเทคโนโลยี (Biological & Technological Threats)

 

เกิดความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่อาจนำไปสู่การสูญพันธุ์

 

นักวิทยาศาสตร์เตือนถึงภัยคุกคามจากการสังเคราะห์ ‘เซลล์กระจกเงา’ (Mirror Cells) ในห้องแล็บ โดยเป็นความพยายามในการสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีโครงสร้างโมเลกุลแบบ ‘สะท้อนกระจก’ (Chiral Mirror) จากสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติจะ ‘มองไม่เห็น’ เซลล์กระจกเงาเหล่านี้ และไม่สามารถต่อสู้กับมันได้เลย รวมถึงยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ก็อาจใช้ไม่ได้ผล ซึ่งอาจนำไปสู่การล่มสลายของระบบนิเวศ ขณะที่ประชาคมโลกขณะนี้ยังไม่มีแผนรับมือที่แน่ชัด

 

ขณะที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มความเสี่ยงในการออกแบบเชื้อโรคชนิดใหม่ที่มนุษย์ไม่มีภูมิต้านทานให้กลายเป็นอาวุธชีวภาพ ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขของหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ เสื่อมถอยลง

 

มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ รัสเซีย และจีน กำลังเร่งนำ AI มาใช้ในการทหาร รัฐบาลทรัมป์ได้ยกเลิกคำสั่งบริหารด้านความปลอดภัยของ AI เพื่อเน้นนวัตกรรมมากกว่าความปลอดภัย ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดข้อผิดพลาดรุนแรงและการบิดเบือนข้อมูล

 

4. อุปสรรคทางการเมือง

 

ความร่วมมือระหว่างประเทศเริ่มพังทลาย

 

การเพิ่มขึ้นของผู้นำอำนาจนิยมและชาตินิยม (Nationalistic Autocracy) ในประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์ ทำให้เกิดแนวคิดแบบ ‘ใครดีใครได้’ (zero-sum) ซึ่งทำลายความร่วมมือระหว่างประเทศที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา

 

แถลงการณ์ของทีมประเมิน นาฬิกาวันสิ้นโลก ได้เรียกร้องให้สหรัฐฯ และรัสเซียกลับมาเจรจากันในประเด็นด้านนิวเคลียร์ ขณะที่ประชาคมโลกต้องร่วมมือกันป้องกันการสร้าง ‘Mirror Life’ รวมถึงรัฐสภาสหรัฐฯ ควรผลักดันพลังงานสะอาดสวนทางนโยบายของทรัมป์ ด้านมหาอำนาจเองก็ต้องหารือเรื่องการควบคุม AI ในระบบสั่งการนิวเคลียร์ เพื่อช่วยกันชะลอความเสี่ยงที่เข็มนาฬิกาวันสิ้นโลกจะขยับเข้าใกล้จุดหายนะมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

 

ภาพ: Kevin Fogarty / Reuters

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising