×

กรมทางหลวง คืนผิวจราจร ‘พระราม 2’ บรรเทาวิกฤตหลังเหตุเครนถล่ม สั่งเปิดช่องทางหลักรับรถเข้า-ออก กทม. ช่วงกลางวัน เริ่ม 26 ม.ค. นี้

โดย THE STANDARD TEAM
26.01.2026
  • LOADING...
การจราจรบนถนนพระราม 2 หลังเหตุเครนถล่ม กรมทางหลวงเร่งคืนผิวจราจร

วันนี้ (26 มกราคม) ปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงมาตรการเร่งด่วนในการบรรเทาปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 35 หรือถนนพระราม 2 เพื่อรองรับสถานการณ์ระหว่างการรื้อถอนสะพานที่เสียหายจากเหตุการณ์เครน LG ถล่ม และงานเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่น

 

โดยระบุว่า กรมทางหลวงตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้ใช้เส้นทางสืบเนื่องจากการปิดการจราจรช่องทางหลักช่วง กม. 29 ถึง กม. 32 ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดแม้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุจนเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังคงมีความจำเป็นต้องปิดพื้นที่ก่อสร้างบางส่วนเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการระบายรถและลดผลกระทบต่อประชาชน อธิบดีกรมทางหลวงได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการปรับแผนการจัดการจราจรเชิงรุก โดยมอบหมายให้สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) และแขวงทางหลวงสมุทรสาคร เร่งเปิดช่องจราจรในทางหลัก (Main Road) บริเวณ กม. 29 ถึง 32 เพิ่มเติมทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ฝั่งละ 1 ช่องทาง เพื่อช่วยระบายรถในช่วงวิกฤต

 

โดยมีรายละเอียดการเปิดช่องทางตั้งแต่วันนี้ (26 มกราคม 2569) เป็นต้นไป ดังนี้ ฝั่งขาเข้ามุ่งหน้ากรุงเทพฯ จะเปิดช่องทางหลัก 1 ช่องทาง ให้เริ่มใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ส่วนฝั่งขาออกมุ่งหน้าสมุทรสงคราม จะจัดทำช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) บนทางหลัก 1 ช่องทาง เพื่อให้รถสามารถสัญจรผ่านแนวพื้นที่ปฏิบัติงานและเบี่ยงกลับเข้าสู่เส้นทางปกติก่อนข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน โดยจะเริ่มเปิดให้ใช้งานได้ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

 

ทั้งนี้ การเปิดใช้ช่องทางหลักดังกล่าวจะดำเนินการเฉพาะในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น สำหรับช่วงเวลากลางคืน ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึง 05.30 น. กรมทางหลวงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรในช่องทางหลักทั้งหมด โดยขอความร่วมมือผู้ใช้ทางให้เบี่ยงออกไปใช้ช่องทางขนาน (Frontage Road) แทน เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานรื้อถอนพื้นสะพานและเทคอนกรีตเชื่อมโครงสร้างสะพานได้อย่างปลอดภัยและเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้

 

นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้ดำเนินการปรับปรุงจุดเชื่อมต่อทางเข้า-ออกระหว่างทางหลักและทางขนานเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของรถและลดปัญหาคอขวดสะสม พร้อมทั้งประสานงานกับตำรวจทางหลวงและอาสาจราจรให้เข้าประจำจุดเพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

 

โดยอธิบดีกรมทางหลวงย้ำว่า ความปลอดภัยของประชาชนคือหัวใจสำคัญ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการจราจรให้คล่องตัวที่สุด แต่อาจมีความหนาแน่นในบางช่วงเวลา จึงขอให้ประชาชนเผื่อเวลาในการเดินทาง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามเส้นทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising