×

Suzuki เทขายโรงงานระยองให้ Ford หลังพ่ายศึกรถจีน ปิดฉากฐานผลิต 14 ปีในไทย สะท้อนจุดเปลี่ยนที่ ‘เจ้าตลาดเดิม’ อยู่ยาก

26.01.2026
  • LOADING...
โรงงานผลิตรถยนต์ Suzuki ในจังหวัดระยอง ที่กำลังจะถูกขายให้ Ford ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดรถยนต์

ท่ามกลางสมรภูมิยานยนต์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Nikkei Asia ได้รายงานข่าวใหญ่เมื่อวันเสาร์ที่ 24 มกราคม ว่า Suzuki Motor ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่น ได้บรรลุข้อตกลงขายโรงงานประกอบรถยนต์ในจังหวัดระยองให้กับ Ford Motor ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นการปิดฉากฐานการผลิตของ Suzuki ในไทยอย่างสมบูรณ์ หลังต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาลจากการรุกคืบของคู่แข่งสัญชาติจีน

 

Nikkei Asia ระบุว่า Suzuki ได้ลงนามในข้อตกลงขายโรงงานดังกล่าวให้กับ Ford แล้ว โดยคาดว่ากระบวนการโอนที่ดินและสินทรัพย์จะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 Suzuki ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านเยน (ประมาณ 4,000 ล้านบาท) เพื่อก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ โดยมีกำลังการผลิตรวม 80,000 คันต่อปี เพื่อผลิตรถยนต์รุ่นยอดนิยมอย่าง Swift แต่ทว่ายอดการผลิตที่เคยพุ่งสูงสุดเกือบ 60,000 คัน กลับดิ่งลงเหลือเพียงราว 4,400 คัน ในปี 2567 จนนำมาสู่การประกาศยุติการผลิตภายในสิ้นปี 2568

 

โฆษกของ Suzuki ได้ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Asia เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาถึงเบื้องหลังการตัดสินใจว่า “เราตัดสินใจขายโรงงานเนื่องจากรถยนต์ซับคอมแพกต์ไม่สามารถเจาะตลาดได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับการพิจารณาถึงผลกระทบจาก ‘ค่าเงินบาทแข็ง’ และปัจจัยอื่นๆ”

 

นอกจากนี้ แหล่งข่าววงในยังเปิดเผยกับ Nikkei Asia ว่า ก่อนหน้านี้ Suzuki ได้เดินสายทาบทามบริษัทหลายแห่งเพื่อเสนอขายโรงงาน ซึ่งรวมถึงผู้นำรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนอย่าง BYD แต่ท้ายที่สุด Ford เป็นผู้ชนะในดีลนี้เนื่องจากสามารถตกลงเงื่อนไขต่างๆ ได้ลงตัวที่สุด

 

ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง ทาง Ford Motor ได้มีการเคลื่อนไหวอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ โดยเมื่อวันที่ 22 มกราคม ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ต่อสื่อมวลชนไทยถึงการลงนามสัญญาฉบับนี้ เพื่อต้อนรับการก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

 

แถลงการณ์ของ Ford ระบุรายละเอียดของสินทรัพย์ว่า พื้นที่โครงการนี้ครอบคลุมอาณาบริเวณกว่า 412.5 ไร่ (66 เฮกตาร์) พร้อมพื้นที่อาคารรวม 65,000 ตารางเมตร จุดยุทธศาสตร์สำคัญคือทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ติดกับโรงงาน ‘ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง’ (FTM) ในปัจจุบัน และตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ได้เป็นอย่างดี

 

อังเดร คาวาลาโร ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ กลุ่มตลาดนานาชาติ ของ Ford กล่าวในแถลงการณ์ว่า “การลงทุนในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทย ภายในเครือข่ายการผลิตระดับโลกของ Ford การเข้าซื้อโรงงานจะช่วยเสริมขีดความสามารถและสร้างความยืดหยุ่นในการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ”

 

ด้าน รัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “ในวาระที่ฟอร์ดกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย การเข้าซื้อโรงงานที่มีศักยภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัยแห่งนี้คือหลักฐานสำคัญที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของ Ford ที่มีต่อประเทศไทย” พร้อมระบุว่า Ford ได้ลงทุนสะสมในไทยไปแล้วมากกว่า 1.33 แสนล้านบาท ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

 

รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า ปัจจุบัน Ford ใช้ฐานการผลิตในไทยสำหรับผลิตรถกระบะขนาดกลางรุ่นยอดนิยมอย่าง Ranger และรถยนต์อเนกประสงค์ Everest เพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การได้โรงงานของ Suzuki มาเสริมทัพจึงเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายการดำเนินงานในอนาคต

 

การเปลี่ยนมือเจ้าของโรงงานครั้งนี้ สะท้อนภาพรวมที่ Nikkei Asia ชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรุนแรง แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค แต่ส่วนแบ่งตลาดของค่ายรถญี่ปุ่นที่เคยสูงถึง 90% ในปี 2563 กลับลดลงเหลือ 69% ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568

 

สวนทางกับค่ายรถยนต์จากจีนอย่าง BYD ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดและชิงส่วนแบ่งตลาดไปได้ถึง 21% ซึ่งสถานการณ์นี้บีบให้ค่ายรถญี่ปุ่นรายอื่นต้องปรับตัว ไม่ว่าจะเป็น Honda ที่ลดกำลังการผลิต, Nissan ที่ยุติสายการผลิตในโรงงานบางแห่ง หรือ Mitsubishi ที่มีแผนจะหยุดการดำเนินงานในโรงงานประกอบรถยนต์หนึ่งในสามแห่งภายในกลางปี 2570

 

ภาพ : Thampapon / Shutterstock

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 เยน เท่ากับ 0.20 บาท เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising