Jennifer Lawrence เคยเกือบได้รับบทเป็น Sharon Tate ในภาพยนตร์เรื่อง Once Upon a Time in Hollywood ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบแดงของผู้กำกับมือฉมัง Quentin Tarantino ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2019 ร่วมกับนักแสดงนำอย่าง Leonardo DiCaprio และ Brad Pitt แต่สุดท้ายเธอก็เสียบทดังกล่าวให้กับ Margot Robbie อีกหนึ่งนักแสดงที่ในเวลานั้นก็มาแรงไม่แพ้กัน
Jennifer Lawrence เล่าเรื่องราวผ่านพอดแคสต์ Happy Sad Confused ว่า ถึงแม้ว่า Quentin Tarantino จะอยากได้เธอมาร่วมงาน แต่หลายคนกลับรู้สึกว่าเธอยัง ‘สวยไม่พอ’ สำหรับบท Sharon Tate ผู้เป็นนักแสดงที่เคยมีชีวิตอยู่จริงและถูกฆาตกรรมอย่างโหดร้ายในช่วงยุค 60 สุดท้ายแล้วบทดังกล่าวจึงตกเป็นของ Margot Robbie ไป
“หรือไม่มันก็เป็นสิ่งที่ฉันบอกคนอื่นมานานจนฉันเองก็เชื่อแบบนั้น แต่ไม่หรอก ฉันมั่นใจว่าเรื่องมันเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ” Jennifer Lawrence กล่าว
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจริงตามที่ Jennifer Lawrence เล่า เพราะแม้แต่ Debra Tate น้องสาวแท้ๆ ของ Sharon Tate ก็ยังเคยออกมาแสดงความคิดเห็นต่อการแคสติ้งนักแสดงเมื่อปี 2017 ว่า
Margot Robbie เป็นตัวเลือกที่เธอชอบมากกว่า ด้วยรูปร่างหน้าตาที่งดงาม และบุคลิกภาพกับการวางตัวของเธอ แต่สำหรับ Jennifer Lawrence นั้น Debra Tate เผยว่า “ไม่รู้สิ เธอแค่ไม่สวยพอที่จะแสดงเป็น Sharon มันเป็นอะไรที่ฟังดูแย่ แต่ฉันมีมาตรฐานของตัวเองน่ะ”
ทางด้านผู้กำกับ Quentin Tarantino ตอนแรกเขาตั้งใจให้ Jennifer Lawrence รับบทเป็น Sharon Tate แต่ขณะเดียวกันก็พิจารณาด้วยว่าอาจให้เธอรับบทเป็น Squeaky Fromme แทนดีหรือไม่ ซึ่งสุดท้ายบทนี้ได้กลายเป็นของ Dakota Fanning ที่แสดงออกมาได้อย่างน่าประทับใจ เขาเผยว่า “ผมมีความสุขมากกับสิ่งที่ Dakota Fanning ทำออกมา มันเป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของหนังเรื่องนี้เลย” และเขายังชื่นชม Jennifer Lawrence ด้วยว่า “เธอเป็นคนที่น่ารักมาก” พร้อมกับเผยว่าเขาให้เกียรติและยกย่องเธอในฐานะนักแสดง
ภาพ: Taylor Hill/FilmMagic


