วานนี้ (23 มกราคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD เดินทางไปยังสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำจังหวัดเชียงใหม่ ถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศพิธีเปิดอาคารที่ทำการแห่งใหม่
มีผู้แทนระดับสูงจากไทยและสหรัฐอเมริกาเข้าร่วม อาทิ ไมเคิล เจ. รีกาส รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ฝ่ายบริหารธุรการและทรัพยากร, วิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ, ฌอน เค. โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และคีเลีย คัมมินส์ กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่
กงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่ให้สัมภาษณ์ ระบุว่า อาคารสถานกงสุลใหญ่แห่งใหม่นี้สะท้อนความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างสหรัฐฯ และไทย ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2376 และมีบทบาทสำคัญในการกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับพื้นที่ 15 จังหวัดภาคเหนือในมิติเศรษฐกิจ การค้า นวัตกรรม เทคโนโลยี และความมั่นคง
อาคารแห่งใหม่นี้ออกแบบให้ผสานนวัตกรรมแบบอเมริกันเข้ากับสถาปัตยกรรมล้านนา ใช้วัสดุและแรงงานท้องถิ่น พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน รองรับการดูแลชาวอเมริกันกว่า 21,000 คนในภาคเหนือ รวมถึงการให้บริการด้านวีซ่าแก่ประชาชนชาวไทยหลายพันคนต่อปี โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำราว 100 คน และใช้สำหรับภารกิจด้านการทูต ไม่ใช่ฐานทัพทางทหาร
อาคารสถานกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกาประจำเชียงใหม่แห่งใหม่นี้ เป็นโครงการภายใต้การดูแลของสำนักงานโครงการก่อสร้างอาคารต่างประเทศ (OBO) กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา มีพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 บนพื้นที่16ไร่ ใช้งบประมาณราว 284 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 8.8 พันล้านบาท นับเป็นหนึ่งในการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการทูตที่มีมูลค่าสูงที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
อย่างไรก็ตาม ที่ตั้งสถานกงสุลเดิม รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการขนย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อเตรียมส่งมอบคืนให้รัฐบาลไทย หลังเช่าพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493












