เทเลนอร์ขายหุ้น TRUE 24.95% ให้กับ ศุภชัย เจียรวนนท์ และตกลงให้มีสิทธิการซื้อขายหุ้น (put/call option) สําหรับหุ้นส่วนที่เหลือ 5.35% ของเทเลนอร์ภายหลังครบระยะเวลา 2 ปี
ราคาหุ้น บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดการซื้อขายช่วงบ่ายวันนี้ (22 มกราคม) ที่ 11.50 บาท ก่อนจะร่วงลงไปแตะระดับ 10.50 บาท (ณ เวลา 15.45 น.) ลดลง 15.32% จากวันก่อนหน้า
TRUE แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้รับแจ้งจาก Telenor Thailand Investments Pte. Ltd. หรือ เทเลนอร์ ผู้ถือหุ้นของบริษัทว่า เทเลนอร์ได้ลงนามในสัญญากับบริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานกรรมการของ TRUE เพื่อขายหุ้นของบริษัทในสัดส่วน 24.95%
นอกจากนี้ เทเลนอร์และอะไรซ์ยังได้ตกลงให้มีสิทธิการซื้อขายหุ้น (put/call option) สําหรับหุ้นส่วนที่เหลือ 5.35% ของเทเลนอร์ภายหลังครบระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ปิดการขายครั้งแรก โดยการทํารายการขายดังกล่าวยังต้องเป็นไปตามเงื่อนไขตามแบบปฏิบัติทั่วไป บริษัทไม่คาดว่าการขายหุ้นของเทเลนอร์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญต่อ บริษัทและการดําเนินธุรกิจของบริษัทแต่อย่างใด
สำหรับเทเลนอร์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งของ TRUE ในสัดส่วน 30.30% ตั้งแต่ต้นปี 2566 หลังจากการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC
ด้าน ศุภชัย วัฒนวิเทศกุล นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า การขายหุ้น TRUE ของเทเลนอร์เป็นหนึ่งในแผนของบริษัทมาหลายปี โดยต้องการจะลดสัดส่วนการลงทุนในเอเชีย แต่ไม่เคยบอกชัดเจนว่าจะขายหุ้น TRUE ออกมา
“หนึ่งในเป้าหมายของเทเลนอร์คือการลงทุนเพิ่มในยุโรป ตลาดคิดว่าเทเลนอร์อยากจะขายหุ้น TRUE แต่ไม่คิดว่าจะขายที่ระดับนี้ เพราะ TRUE กำลังดีขึ้น กำไรดีขึ้น และอุตสาหกรรมเหลือผู้เล่นแค่ 2 ราย”
อย่างไรก็ดี การที่คุณศุภชัยซื้อหุ้น TRUE ที่ระดับ 11.70 บาท หากมีการซื้อขายหุ้นทั้งหมดของเทเลนอร์ จะคิดเป็นมูลค่าราว 1.23 แสนล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อธุรกิจค่อนข้างมาก
ส่วนความกังวลว่าการขายหุ้นของเทเลนอร์ครั้งนี้ สะท้อนว่าอุตสาหกรรมเทเลคอมกำลังแย่ลงหรือไม่นั้น ศุภชัยมองว่า อาจจะเป็นคนละประเด็น เพราะช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่ากำไรของธุรกิจเทเลคอมเติบโตสูงมาก เมื่อเทียบกับ GDP และยังน่าจะเห็นการเก็บเกี่ยวกำไรไปได้อีกอย่างน้อย 2-3 ปี
ดังนั้นราคาหุ้น TRUE ที่ร่วงลงแรงล่าสุด เป็นการตอบสนองที่ค่อนข้างรุนแรงกว่าความเป็นจริง เพราะอุตสาหกรรมยังเหมือนเดิม ขณะที่ผู้บริหารส่วนใหญ่ยังเป็นชุดเดิม
สิ่งที่ตลาดกังวลมีอย่างเดียว คือวินัยการเงินอาจจะลดลงหรือไม่ หากเทเลนอร์ขายหุ้นออกไปแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น


