วันนี้ (21 มกราคม) อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก เพื่อปักธงเพิ่ม หลังการเลือกตั้งปี 2566 พรรคภูมิใจไทยได้ สส. ในพื้นที่นครราชสีมาเพียง 1 เขต จากทั้งหมด 16 เขต
จุดแรกเป็นการปราศรัยที่อาคารโดม เทศบาลตำบลโนนสูง อำเภอโนนสูง โดยเดินทางมาด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ด สีขาว ทะเบียน งจ 191 นครราชสีมา เพื่อช่วยหาเสียงให้ ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย
เมื่อเดินทางถึง อนุทินได้ทักทายประชาชนที่มารอฟังการปราศรัยอย่างเป็นกันเอง โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า เวทีปราศรัยครั้งนี้มีการใช้ธงชาติไทยโบกสะบัดทั่วพื้นที่ พร้อมเปิดเพลง “แผ่นดินไทย” ประกอบบรรยากาศ
อนุทินเริ่มการปราศรัยด้วยการขอบคุณประชาชนในพื้นที่อำเภอโนนสูง พิมาย และเฉลิมพระเกียรติ ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมระบุว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีผู้แทนจากโนนสูงมาก่อน จึงขอโอกาสให้ประชาชนมอบ สส. ให้พรรคเป็นครั้งแรก พร้อมกล่าวแนะนำผู้สมัครว่า ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ชื่อนามเป็นมงคล จะทำให้พี่น้องมีคลังใหญ่ กันถ้วนหน้า
อนุทินกล่าวว่า ตนถือเป็นคนโคราชโดยปริยาย เนื่องจากอาศัยอยู่ที่อำเภอปากช่อง และเคยทำงานทางการเมืองร่วมกับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ และสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ทำให้คุ้นเคยกับจังหวัดนครราชสีมาเป็นอย่างดี พร้อมกล่าวว่า โคราชเคยมีนายกรัฐมนตรี และปัจจุบันนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนโคราชเช่นกัน
อนุทินระบุว่า นครราชสีมาเป็นจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่อีสานใต้ที่มีแนวชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งสถานการณ์ความสัมพันธ์ในช่วงหลังตึงเครียด พร้อมย้ำว่า ในช่วง 4 เดือนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐบาลร่วมกับกองทัพได้ทวงคืนผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วกลับมาเป็นของไทยอย่างชัดเจน
ระหว่างการปราศรัย อนุทินได้สอบถามประชาชนถึงประเด็นการเปิด-ปิดด่านชายแดน โดยเมื่อประชาชนแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่าน อนุทินกล่าวว่า เมื่อประชาชนไม่ต้องการเปิด ก็ไม่มีใครกล้าเปิด พร้อมย้ำว่าการปิดด่านส่งผลให้ผลประโยชน์ตกกับประเทศไทยโดยตรง โดยเฉพาะราคามันสำปะหลังที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากไม่มีผลผลิตเถื่อนจากต่างประเทศเข้ามากดราคา
อนุทินกล่าวต่อว่า รัฐบาลจะเดินหน้าหาตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร โดยมอบหมายให้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เดินสายเจรจาการค้าต่างประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยขายสินค้าเกษตรในรูปแบบที่มีมูลค่า ไม่ใช่เพียงวัตถุดิบราคาถูก
ในช่วงหนึ่ง อนุทินยังกล่าวถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยมีแนวคิด ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งหากพรรคได้กลับเข้าไปบริหารประเทศ โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 จะกลับมาอีกครั้ง พร้อมสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม โดยย้ำว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐและประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ใช่การแจกเงินโดยตรง
ช่วงท้าย อนุทินให้คำมั่นว่า หากได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พรรคภูมิใจไทยจะทำงานอย่างเต็มที่ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อรับใช้ประชาชน พร้อมอวยพรให้ประชาชนมีความมั่งคั่ง มีคนละครึ่งพลัสเฟส 2 และมีกำแพงชายแดนที่มั่นคง ซึ่งประชาชนต่างขานรับว่า ‘สาธุ’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวทีดังกล่าวยังเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของ วิรัช รัตนเศรษฐ หลังห่างหายจากเวทีการเมือง เนื่องจากถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกในคดีทุจริตก่อสร้างสนามฟุตซอล และอยู่ระหว่างกระบวนการยื่นอุทธรณ์
วิรัชนั่งรถเข็นขึ้นปราศรัย พร้อมขอให้ประชาชนเลือก ทวิรัฐ รัตนเศรษฐ และพรรคภูมิใจไทย โดยระบุว่าเป็นพรรคที่พูดแล้วทำ ไม่เหมือนบางพรรคที่พูดแล้วไม่ทำ พร้อมกล่าวสนับสนุนว่า อนุทินมีความพร้อมในการจัดการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะที่อีกฝ่ายเลือกแนวทางทางการเมืองที่แตกต่างออกไป





เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/
- Facebook: THE STANDARD
- YouTube: THE STANDARD


