ดาวอสปี 2026 ข้างนอกหนาวมาก แต่ข้างในร้อนกว่าที่คิด เพราะโลกกำลังคุยเรื่อง ‘การค้า’ ในภาษาใหม่ ภาษาแห่งอำนาจ ความเสี่ยง และการจัดขั้ว หลังยุคกติกาเดิมเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ
ผมคุยกับ พี่แต๋ม ศุภจี สุธรรมพันธุ์ Suphajee Suthumpun ที่มาดาวอสด้วยโจทย์ตรงไปตรงมา ‘Position ประเทศไทย’ บนเวทีที่ผู้นำโลกทั้งรัฐและเอกชนเดินชนกันทุกชั่วโมง ทำให้โลก ‘ไม่ลืมไทย’ และเห็นไทยเป็น คู่ค้า/พันธมิตร ไม่ใช่แค่ประเทศท่องเที่ยว
3 ก้อนที่กำหนดเกมการค้าโลก
พี่แต๋มสรุปภาพใหญ่ไว้ 3 ก้อน
(1) Geopolitics ความขัดแย้งสูง ทำให้ทุกประเทศต้อง ‘หาคู่ค้าใหม่’ หรือ Trade Diversion
(2) Digital & AI เปลี่ยนธุรกรรมให้เร็วขึ้นใกล้ Real-Time และเปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนของการค้าทั้งระบบ
(3) Sustainability / Green ไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็น ‘เงื่อนไขการค้า’ ใครปรับไม่ทัน เสี่ยงเสียตลาด
กติกาใหม่: ไม่ใช่ ‘ฉัน-เธอ’ แต่คือ ‘ไปทำ Supply Chain ด้วยกัน’
การเจรจายุคนี้ไม่ใช่แค่ซื้อขายกันตรงๆ แต่ต้องคุยว่าเราจะ ร่วมมือกันต่อยอดซัพพลายเชน ไปตีตลาดอื่นอย่างไร ประเทศต่างๆ มองหา partner ที่ เชื่อถือได้ และมอง ผลประโยชน์ร่วม (Joint Benefit)
และนี่คือประโยคที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจ: Currency ของโลกการค้าใหม่ไม่ใช่ USD ไม่ใช่หยวน แต่คือ Trust
ดาวอสจึงเป็นพื้นที่ที่หลายประเทศใช้คุยแบบ Bilateral/Multilateral เพื่อ ‘สร้างความไว้ใจ’ และ ‘จับพันธมิตร’
ไทยได้เปรียบอะไร และต้องระวังอะไร
พี่แต๋มมองว่าไทยมีแต้มต่อสำคัญ 2 เรื่อง
1. ภูมิศาสตร์ เชื่อม North–South / East–West corridor
2. ท่าทีที่คุยได้กับทุกฝ่าย ทำให้ทั้งกลุ่มที่อยาก Divert ออกจากสหรัฐ และกลุ่มที่อยาก Divert ออกจากจีน ‘อยากคุยกับไทย’
แต่แค่คุยได้ยังไม่พอ ไทยต้องทำตัวเองให้เป็น ‘จิ๊กซอว์ที่ขาดไม่ได้’ ในซัพพลายเชน ด้วยการชู “ประโยชน์ร่วม” ให้ชัด
สัญญาณว่าคนยังสนใจไทยคือคำขอลงทุน (9 เดือน ปี 68) รวม 1.3 ล้านล้านบาท ต่างชาติราว 9.8 แสนล้านบาท และมาในอุตสาหกรรม New S-Curve เช่น Data Center, Clean Energy, Advanced Semiconductor, New Gen Automotive
สรุปคือ ไทยยังไม่ตกขบวน—แต่ต้องเร่งทำการบ้าน
ต่างชาติถามไทยอะไร?
ไม่ได้กดดัน แต่สนใจ ‘โอกาส’ และอยากฟัง Narrative ใหม่
พี่แต๋มบอกว่าส่วนใหญ่ไม่ได้เจอคำถามยาก เพราะไทยเตรียมการบ้านมา แต่สิ่งที่ต่างชาติสนใจคือ Narrative ใหม่ที่ไทยจะเสนอ เธอใช้คำที่ผมคิดว่าคมมากว่า ไทยไม่ได้ขายแค่สินค้า แต่ขาย Food Security
เธอยกตัวอย่างกับสิงคโปร์ในเรื่องความมั่นคงทางข้าว และกับซาอุฯ/กัลฟ์ในเรื่องปศุสัตว์ โดยเสนอวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่นมันสำปะหลังอัดเม็ดหรือหญ้าเนเปียร์ เพื่อลดความเสี่ยงบางอย่าง นี่คือการเล่าไทยในฐานะ ‘โครงสร้างความมั่นคง’ ไม่ใช่แค่ Exporter
การบ้านไทย 3 ข้อ: ระบบ-ความเร็ว-คน
พี่แต๋มชี้ชัดว่าถ้าจะไม่หลุดจากเกมนี้ ไทยต้องทำ 3 เรื่องพร้อมกัน
1. ระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ สร้างความมั่นใจนักลงทุน
2. กฎ/กระบวนการ เร็วขึ้น ลดซ้ำซ้อน (แนวคิด Fast Pass ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย)
3. ทักษะคนสำคัญสุด เพราะไทย ‘คนลดลงและแก่ขึ้น’ ต้องทำ Skill Bridge จับคู่ความต้องการลงทุนกับการพัฒนาคนให้ตรงงานจริง
โลกบีบให้เลือกข้างไหม?
ไม่จำเป็นต้องเลือก แต่ห้ามผูกมัดเกินไป
พี่แต๋มอธิบายด้วยเคส Rare Earth ว่าหลายอย่างที่คนตีความว่าเลือกข้าง แท้จริงเป็นแค่กรอบความร่วมมือแบบ MOU non-legal binding ไม่ใช่ข้อผูกพันทางกฎหมาย และถ้าจะทำจริงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย
หลักคิดคือ ถ้าอะไร ‘ผูกมัด’ เกินไป ไทยไม่ต้องตกลง การค้าในโลกจริงคือ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ไม่ใช่ “ซื้อจากฉันแล้วห้ามซื้อจากคนอื่น”
Green และ Digital: ทางรอดใหม่ของการค้า
ฝั่งยุโรปมีมาตรการอย่าง CBAM และมาตรฐานอื่นๆ ที่ทำให้ Green กลายเป็น ‘เงื่อนไข’ มากกว่า ‘ทางเลือก’ ไทยต้องช่วยผู้ประกอบการช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้ง policy และ incentive และทำให้พลังงานสะอาดเข้าถึงได้จริง
อีกด้านคือ Digital Trade อาเซียน ถ้าทำมาตรฐานร่วมและโครงสร้างเชื่อมกัน เช่น QR Pay ข้ามประเทศ, e-document ตลาดของ SME ไทยจะขยายจาก 60 ล้านไปสู่เกือบ 600 ล้านคน และไทยยังผลักดันกรอบ DEFA เพื่อยกระดับ Position ต่อโลก ไม่ใช่แค่อาเซียน
บทสรุปของพี่แต๋ม: ทำการบ้านหนัก + ขายสิ่งที่เขาอยากได้ + หา ‘Mutual Benefit’
ดีลที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าเสียเปรียบ ‘ไม่ยั่งยืน’ ในโลกที่ Trust คือเงินตรา ประเทศที่ชนะไม่ใช่ประเทศที่พูดเก่งที่สุด แต่คือประเทศที่ทำให้คนเชื่อได้ว่า ไปด้วยกันแล้วคุ้ม และไม่ถูกทิ้งกลางทาง
ข้อฝากของพี่แต๋มถึงผู้นำรัฐและเอกชนไทยมี 3 ชั้นที่ผมคิดว่าใช้ได้กับทุกยุค แต่จำเป็นที่สุดในยุคนี้
1. ทำการบ้านให้หนัก เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร
2. ขายสิ่งที่เขาอยากได้ ไม่ใช่ขายสิ่งที่เราถนัดอย่างเดียว
3. ออกแบบผลประโยชน์ร่วม เพราะดีลที่อีกฝ่ายรู้สึกว่าเสียเปรียบ ‘ไม่ยั่งยืน’
ท้ายที่สุด ถ้าจะตอบคำถามแรกของผมว่า “โลกจะลืมไทยไหม?” คำตอบอาจไม่ใช่ ‘โลกอย่าลืมเรา’
แต่คือ ไทยต้องทำให้ตัวเองเป็นประเทศที่โลก ‘จำเป็นต้องนึกถึง’ ในซัพพลายเชนใหม่ และในโลกการค้าใหม่ที่ Trust คือเงินตรา ประเทศที่สร้างความไว้ใจได้เร็วและชัดกว่า มักได้สิทธิ์เลือกก่อนเสมอ
ติดตามคอนเทนต์เต็มๆ ที่ The Secret Sauce นะครับ


