×

คุยกับ ‘เอกนิติ’ ภารกิจดาวอส ไทยชู Regionalism หนุนความร่วมมืออาเซียน เร่งคว้า ‘โอกาสใหม่’ ในวันที่โลกทะเลาะกัน

21.01.2026
  • LOADING...
คุยกับ ‘เอกนิติ’ ภารกิจดาวอส ไทย ชู Regionalism หนุนความร่วมมืออาเซียน เร่งคว้า ‘โอกาสใหม่’ ในวันที่โลกทะเลาะกัน

ท่ามกลางระเบียบโลกที่สั่นคลอนจากแรงปะทะของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ เวที World Economic Forum (WEF) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2569 ที่เมืองดาวอส ปีนี้กลายเป็นสนามต่อรองเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

 

ภารกิจการเข้าร่วม WEF 2026 ของหนึ่งในทีมไทยแลนด์ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จึงเป็นภารกิจ ‘เชิงยุทธศาสตร์‘ ที่พร้อมวาง Position ดึงดูดและต่อยอดการลงทุน

 

พร้อมปูทางสู่บทบาทเจ้าภาพเวที IMF-World Bank ปลายปีนี้ในวันที่กติกาโลกเดิมอ่อนแรงลง ไทยเลือกเดินเกมด้วย ‘โอกาส’ และ ‘ความร่วมมือ’ โดยชูอาเซียนเป็นฐานเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ใช้ความเป็นกลางทางการเมือง

 

คุยกับ ‘เอกนิติ’ ภารกิจดาวอส ไทย ชู Regionalism หนุนความร่วมมืออาเซียน เร่งคว้า ‘โอกาสใหม่’ ในวันที่โลกทะเลาะกัน 1

 

มาทำอะไรที่ดาวอส?

 

ดร. เอกนิติ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ ‘THE STANDARD’ ว่า การมาประชุมงาน WEF ครั้งนี้ มีโจทย์ที่ต้องการบรรลุด้วยกัน 3 ข้อ ได้แก่

 

1. ต้องการนำภาคธุรกิจและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาแสดงจุดยืนของไทยในเวทีโลก

 

2. ในฐานะประธานกรรมการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ต้องการหานักลงทุนรายใหม่เข้ามาลงทุนในประเทศ พร้อมดึงนักลงทุนรายเก่าให้กลับมาต่อยอดการลงทุนในไทย

 

3. แสดงศักยภาพความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group: WBG) หรือ IMF-WBG Annual Meetings (AM2026) ที่จะจัดขึ้นภายในเดือนตุลาคมนี้

 

Landscape โลกเปลี่ยน ‘เศรษฐกิจโลก’ เข้มงวดกว่าเดิม

 

ดร.เอกนิติชี้ว่า Landscape โลกเข้มงวดขึ้นกว่าเดิมมาก ไม่เพียงแค่ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังเชื่อมโยงถึง ‘ภูมิเศรษฐศาสตร์’ โดยสังเกตได้จากการนำมาตรการภาษี ซึ่งเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจมาใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มอำนาจต่อรองมากขึ้น ทั้งจากฝั่งของสหรัฐอเมริกา จีน หรือแม้แต่สหภาพยุโรป (EU)

 

โดยแต่ละขั้วอำนาจพยายามใช้มาตรการภาษีมาบีบให้ประเทศต่างๆให้ ‘เลือกข้าง’ ทำกิจกรรมตามที่ต้องการ ซึ่งหากขั้วอำนาจใดมีอำนาจมาก ก็จะยิ่งมีแรงกดดันต่อประเทศอื่นๆ ได้มาก

 

ดร.เอกนิติ ชี้ว่า กติการะดับพหุภาคีที่คอยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมาตลอด 80 ปี ‘เริ่มอ่อนแรงลง’ โดยองค์กรระหว่างประเทศ ทั้งองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่มีบทบาทด้านการเมือง และองค์การการค้าโลก (WTO) ที่มีบทบาทด้านเศรษฐกิจก็ไม่สามารถควบคุมระเบียบความเป็นไป ตลอดจนออกบทลงโทษแก่ผู้ไม่เคารพกติการได้เหมือนเดิม องค์กรเหล่านี้ถูกลดความสำคัญลง

 

โจทย์สำคัญของการประชุม WEF 2026 ในครั้งนี้ จึงเป็นการร่วมกันหาคำตอบว่า “แต่ละประเทศจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ท่ามกลางระเบียบโลกเก่าที่กำลังสั่นคลอน”

 

ชู Regionalism เน้นความร่วมมือดึง FDI เข้าอาเซียน

 

ดังนั้น ไทยจึงพยายามเสนอความร่วมมือกันในระดับภูมิภาค (Regionalism) ของกลุ่มประเทศอาเซียน ท่ามกลางระเบียบโลกที่สั่นคลอน และความร่วมมือระดับพหุภาคีที่กำลังอ่อนแอลง

 

เนื่องจากในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ มองประชาคมอาเซียนมีจุดยืนด้าน ‘ความเป็นกลาง’ ทางการเมือง โดยประเทศไทยเองก็ถือเป็นประเทศ ที่มีความเป็นกลางทางการเมืองสูงเช่นกัน อีกทั้งยังมีความพร้อมในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งอีกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศมีจุดแข็งของอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันไป เช่น มาเลเซียที่มีจุดแข็งด้านเซมิคอนดักเตอร์ เวียดนามมีจุดแข็งด้าน IC Design

 

คุยกับ ‘เอกนิติ’ ภารกิจดาวอส ไทย ชู Regionalism หนุนความร่วมมืออาเซียน เร่งคว้า ‘โอกาสใหม่’ ในวันที่โลกทะเลาะกัน 2

 

ส่วนไทยมี ‘จุดแข็ง’ ที่ได้รับการต่อยอดจากฐานอุตสาหกรรมเดิม เช่น Bio-based Solution ในสินค้าเกษตร มี Printed Circuit Board (PCB) ที่ขึ้นแท่นอันดับ 1 อาเซียน มี Data Center ที่ต่อยอดมาจากการเป็นฐานเซิฟเวอร์ ตลอดจนจุดเด่นด้าน Longevity และ Wellness ตลอดจนฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ดี ซึ่งสิ่งที่ไทยต้องทำคือสร้างความเข้มแข็งและคว้าโอกาส

 

“ความท้าทายไทยในเวทีอาเซียนคือ Regionalism จึงสำคัญมาก เราสามารถสร้างกติกาภูมิภาค หากมีการ Upskill Reskill มาช่วยทำให้คนไทยเก่งขึ้น ยกระดับแรงงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อชดเชยประชากรที่ลดลงของไทย ซึ่งต่างจากอินโดนีเซียที่จำนวนประชากรมาก”

 

โดยจะทำอย่างไรให้ AI มาช่วยยกระดับอุตสาหกรรม เช่น จาก Data Center เป็น Cloud Services เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มต่อยอดทักษะให้คนไทยเก่งขึ้น หรือพัฒนาแพลตฟอร์มให้เมืองไทยเป็น ‘Regional Creativity’ ซึ่งคนไทยมีจุดแข็ง Influencer รวมถึง SMEs ก็จะสามารถยกระดับรายได้ของคนไทย และแก้ปัญหาความยากจนไปพร้อมกัน สิ่งเหล่าล้วนต่อยอดมาจากการลงทุน

 

‘จุดอ่อนขาดแคลนพลังงาน’ และ ‘ทักษะที่จำเป็น’ โจทย์ใหญ่ของไทย

 

เมื่อหันกลับมามองที่จุดอ่อนของไทย ดร.เอกนิติ ระบุว่า แม้ประเทศไทยเป็นที่ต้องการของนักลงทุน แต่ไทยยังมีพลังงานสะอาดไม่เพียงพอ และยังมีราคาพลังงานค่าไฟฟ้าที่สูง อย่างไรก็ตาม ได้มีโอกาสหารือกับรัฐมนตรีพลังงาน และได้มอบหมายงานในส่วนนี้ไว้แล้ว

 

จุดอ่อนประการต่อมาคือ ไทยมีทักษะแรงงานที่ยังไม่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเร่ง Upskill Reskill

 

สำหรับ ความเสถียรภาพทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจ ดร.เอกนิติมองว่า นักลงทุนส่วนใหญ่คุ้นชินกับปัญหาการเมืองไทย ถึงแม้อย่างนั้น การลงทุนต่างๆ ก็ยังสามารถเดินหน้าต่อได้ ซึ่งนี่เป็นโอกาสครั้งท้ายๆ ที่เหลืออยู่น้อย ซึ่งไทยต้องรีบคว้าไว้ ‘ในวันที่โลกทะเลาะกัน’

 

เดินหน้าปลดล็อกเงื่อนไข-กระจายโอกาสสู่ธุรกิจรายเล็ก

 

ต่อคำถามที่ว่า ในการขยับเศรษฐกิจไทยการเปลี่ยนผ่านจาก Old Industry (อุตสาหกรรมเก่า) สู่ New Industry (อุตสาหกรรมใหม่) ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากที่สุด จะทำอย่างไร

 

ดร.เอกนิติ มองว่า ประเด็นนี้ก็เป็นเรื่องที่จะนำมาถกในเวทีอาเซียนว่า จะทำอย่างไรให้คนได้รับประโยชน์หรือสร้างโอกาสใหม่ให้อาเซียนตกถึงธุรกิจขนาดเล็ก และชุมชน ซึ่งไม่ใช่แค่ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็กล่าวถึงประเด็นนี้

 

ถัดมาคือ ‘กฎกติกา’ ที่ต้องแก้ ปลดล็อก ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการแก้ปัญหาระยะสั้นผ่านมาตรการ BOI ‘FastPass’ โดยมาตรการดังกล่าวจะสามารถปลดล็อกการลงทุนได้กว่า 80 โครงการ และมีเม็ดเงินลงทุนกว่า 4.8 แสนล้านในปี 2569 นี้

 

ส่วนการปลดล็อกในระยะยาว ดร.เอกนิติชี้ว่า จำเป็นต้องแก้ไขด้วยการแก้ กิโยตินกฎหมาย ซึ่งได้รับการพูดถึงมาโดยตลอด แต่ไม่เคยได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง

 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลเองก็ออกมาตรการ SME Credit Boost ซึ่งได้รับความร่วมมือจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย เพื่อให้ SMEs เข้าสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ได้ เพื่อให้ธนาคารกล้าปล่อยสินเชื่อ

 

ตลอดจนออกโครงการ ‘พี่ช่วยน้อง’ เพื่อดึง SMEs ให้เข้าสู่ซัพพลายเชนของบริษัทรายใหญ่ โดยกระตุ้น จูงใจ ด้วยการหักลดหย่อยภาษีผ่านเงินกองทุนขีดความสามารถแข่งขัน รวมถึง Green Energy สระบุรีโมเดล พัฒนาไปสู่โครงการ Low Carbon city ทั้งโรงเรียน องค์กร หน่วยงานรัฐ ต้องลดค่าไฟให้ถูกลง ด้วยการทำคาร์บอนเครดิต ซึ่งท้ายที่สุดเงินก็ตกอยู่กับชุมชน

 

สิ่งเหล่านี้คือโอกาสของไทยและอาเซียน และให้โอกาสตกอยู่กับคนตัวเล็กและชุมชน โดยสะท้อนจากเม็ดเงินลงทุนที่พร้อม ดังนั้น ไทยจะคว้าโอกาสนี้ไว้ ผ่านการพัฒนาทักษะแรงงาน AI และเอื้อให้ SMEs ได้ลงทุนพัฒนาเครื่องจักรเพื่อก้าวเข้าสู่ซัพพลายเชนของธุรกิจระหว่างประเทศ

 

“ไทยจะต้องมีการออกแบบกติกาใหม่เพื่อสร้างความปลอดภัย และไม่เสี่ยงตกขบวน ท่ามกลางเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว”

 

คว้าโอกาส Uplink ดาวอส ต่อยอดสู่ เจ้าภาพจัดงาน Gastech-World bank-IMF

 

อีกหนึ่งโอกาสสำคัญจากการเข้าร่วม WEF 2026 ปีนี้ คือการนำบทเรียนและเครือข่ายระดับโลกมาต่อยอดเป็นโอกาสเชิงรูปธรรมในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศไทย เตรียมรับบทบาทเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก (IMF-World Bank) ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนตุลาคมนี้

 

โดยในฐานะประธานจัดงาน และรัฐบาลตั้งเป้าใช้เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่โชว์เคสศักยภาพของไทย โดยจะนำนวัตกรรมจากแพลตฟอร์ม Uplink ของ WEF มาจับคู่กับสตาร์ตอัปไทย พร้อมสนับสนุนผ่านกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและมาตรการของ BOI เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เชื่อมต่อกับเครือข่ายทุน เทคโนโลยี และตลาดโลก

 

ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย ไม่ว่าจะเป็น AgriTech, FoodTech, Industrial Tech และ Wellness ควบคู่กับการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก ยังไม่รวมอีกหนึ่งงานสำคัญคือ Gastech และ Global Wellness ซึ่งทั้งหมดสะท้อนความพยายามในการเปลี่ยน ‘เวทีเจรจา’ ให้กลายเป็น ‘เวทีสร้างโอกาส’ นี่คือโอกสทอง ที่นับเป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญที่ไทยต้องคว้าไว้ท่ามกลางการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลกที่เข้มข้นขึ้น

 

ชี้ OECD พร้อมสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก

 

ดร.เอกนิติ ระบุว่า ได้หารือกับ Mathias Cormann เลขาธิการองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) พร้อมชี้ว่า OECD พร้อมสนับสนุนไทยเข้าเป็นสมาชิก

 

โดยทาง OECD จะทำการส่งบุคลากรมาช่วยงาน (Secondment) เพื่อให้ไทยเตรียมตัว ยกระดับหลักนิติธรรม (Rule of Law) ในประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานของ OECD

 

คุยกับ ‘เอกนิติ’ ภารกิจดาวอส ไทย ชู Regionalism หนุนความร่วมมืออาเซียน เร่งคว้า ‘โอกาสใหม่’ ในวันที่โลกทะเลาะกัน 3

 

แนะปรับมายเซ็ต “กล้าที่จะปรับ รีบคว้าโอกาส”

 

ดร.เอกนิติ ทิ้งท้ายว่า มายด์เซตเป็นเรื่องสำคัญ หากเรามองถึง ‘โอกาส’ นี่คือมายด์เซตที่ดี สะท้อนว่า ‘เราสู้เขาได้’ เรามีทัศนคติที่ดีแล้ว แต่ต้องกล้าที่จะปรับ เพราะโอกาสไม่ได้ลอยมาหาเรา

 

ทั้งระบบราชการเราต้องกล้าเปลี่ยน ทุกคน ประชาชน ธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กต้องคว้าโอกาส จับมือไปด้วยกัน

 

“โอกาสของไทยยังมีอยู่ในเวทีโลกอย่างสง่างาม แม้เป็นโอกาสท้ายๆ ซึ่งคณะทำงานไทยแลนด์ ได้เดินทางมาร่วมงาน WEF เพื่อคว้าโอกาสนี้ไว้”

 

“การมาดาวอสครั้งนี้ สะท้อนว่าไทยมี Position บนเวทีโลก ซึ่งไทยเป็นกลางการเมือง แต่เข้มงวดในเรื่องเศรษฐกิจ มีคนเก่ง คนไทยพร้อมปรับตัวอยู่เสมอ เพราะโอกาสมาเร็วและไปเร็ว ท่ามกลางความเสี่ยงวันนี้และในอนาคตก็จะมีมากขึ้น ไทยจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาคที่เข้มแข็ง และจะผลักดันความร่วมมือในกลุ่มอาเซียนต่อไป” ดร.เอกนิติ กล่าว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising