ชะลอการซื้อเงินบาท! ‘แบงก์ชาติ’ ประกาศ ขยายวงเงินเว้นนำรายได้เข้าประเทศ เป็น 10 ล้านดอลลาร์ (จากเดิม 1 ล้านดอลลาร์) หวังลดแรงกดดันค่าเงินบาท เหตุเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง ตามการเพิ่มขึ้นของราคาทองคำ
วันนี้ (20 มกราคม) พิมพ์พันธ์ เจริญขวัญ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังและ ธปท. ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนำรายได้กลับประเทศ (Repatriation) ซึ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษา วานนี้ (19 มกราคม 2569) โดยได้ขยายวงเงินรายได้ต่างประเทศของคนไทยและผู้ประกอบการไทยที่ไม่ต้องนำกลับเข้าประเทศเป็น 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง (จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อครั้ง) ซึ่งมูลค่าธุรกรรมการส่งออกที่ต่ำกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นประมาณ 92% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
พิมพ์พันธ์ กล่าวต่อว่า มาตรการนี้จะช่วยลดแรงกดดันด้านแข็งค่าต่อเงินบาท เพราะผู้ประกอบการสามารถนำเงินดอลลาร์สหรัฐไปชำระค่าสินค้าหรือเก็บไว้บริหารจัดการต่อได้ โดยไม่ต้องขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และซื้อเงินบาท ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน ช่วยลดต้นทุนในการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายของผู้ประกอบการ
มาตรการนี้ถือเป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่ ธปท. ดำเนินการเพื่อชะลอการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน
โดยที่ผ่านมา ธปท. ได้ยกระดับความเข้มงวดในการกำกับดูแลธุรกรรมเงินตราต่างประเทศขาเข้า โดยเรียกตรวจเอกสารทุกธุรกรรมที่มีมูลค่าตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป และเพิ่มความเข้มงวดให้ธนาคารพาณิชย์เรียกตรวจเอกสารธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับทองคำ
รวมถึงอยู่ระหว่างการออกประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินเพื่อเรียกข้อมูลการซื้อขายทองคำ และพิจารณากำหนดเพดานการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์สกุลบาท เพื่อลดแรงกดดันด้านแข็งค่าของเงินบาท
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้น ขณะที่ เงินบาทยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง โดยวันนี้ (20 มกราคม) เคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 – 31.28 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือแข็งค่าขึ้นราว -0.77% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) หรือกว่า 8.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY)


