วานนี้ (16 มกราคม) สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวผลการหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับผู้แทนภาคเอกชนไทย เรื่องการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การทูตเศรษฐกิจ ภายใต้โจทย์สำคัญคือกระทรวงการต่างประเทศจะมีบทบาทช่วยเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยได้อย่างไร
สำหรับผู้แทนภาคเอกชนที่ร่วมประชุมครั้งนี้ ประกอบด้วยตัวแทนจากหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย
รัฐมนตรีได้อธิบายภาพใหญ่ของยุทธศาสตร์การทูตด้านเศรษฐกิจของไทยว่า มีกรอบเป้าหมาย 3 ด้าน คือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติเพื่อดึงดูดการค้าและการลงทุนในไทย ด้านการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อรองรับการเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียว และด้านความร่วมมือและการเป็นหุ้นส่วน เพื่อค้ำจุนระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดถือกฎกติกา รวมถึงการเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้า ท่ามกลางความท้าทายจากสงครามภาษีและมาตรการฝ่ายเดียวของบางประเทศ
การประชุมเมื่อวานนี้ มีการหารือลงรายละเอียดกับภาคเอกชนเพื่อดูว่า ตอนนี้มีตลาดประเทศใดที่มีศักยภาพ และตลาดแต่ละแห่งมีอุปสรรคในเชิงนโยบายอะไรบ้าง หรือมีโอกาสอะไรในเชิงการลงทุน ซึ่งรัฐมนตรีระบุว่าได้แบ่งตลาดออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ตลาดหลัก ตลาดที่มีศักยภาพ และตลาดที่ไทยยังเข้าไม่ถึงและต้องพัฒนาความสัมพันธ์ต่อไป
สำหรับตลาดหลักนั้น รัฐมนตรีระบุว่า สหรัฐฯ ก็ยังมีความสำคัญในฐานะตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งไทยต้องให้ความสำคัญอยู่ ตลาดต่อมาคือ สหภาพยุโรป (EU) ที่ไทยต้องเร่งเจรจาทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ให้ลุล่วง
ส่วนตลาดที่มีศักยภาพ รัฐมนตรีได้ยกตัวอย่างตะวันออกกลาง ซึ่งก็ได้แก่ประเทศในกลุ่มความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) นอกจากนี้ประเทศในเอเชียกลาง เช่น คาซัคสถาน ก็จัดเป็นตลาดที่มีศักยภาพเช่นกัน
ตลาดสุดท้ายคือตลาดที่ไทยต้องเข้าไปพัฒนาความสัมพันธ์ ซึ่งก็คือตลาดในแอฟริกา และลาตินอเมริกา เป็นต้น
รัฐมนตรีกล่าวว่า ข้อมูลที่ได้จากการประชุมกับภาคเอกชนนั้นเป็นประโยชน์ในการนำไปดำเนินการต่อไป ซึ่งการทำงานหลังจากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย
รัฐมนตรียังกล่าวถึงภารกิจ 5 ข้อของกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ประกอบด้วย
- การกำหนดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจโดยคำนึงถึงบริบทโลกที่ท้าทาย
- การใช้องคาพยพของการทูตไทยเพื่อผลักดันเป้าหมายทางเศรษฐกิจ
- การรักษาตลาดเดิม เพิ่มตลาดใหม่ เพื่อเปิดโอกาสไทยในเวทีโลก
- การส่งเสริมการสร้างหุ้นส่วนกับประเทศและภูมิภาคต่างๆ
- การทำงานอย่างมีเอกภาพกับ Team Thailand ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
ในการแถลงข่าว สีหศักดิ์กล่าวด้วยว่า วันที่ 16 มกราคมถือเป็นการคิกออฟนโยบายการทูตเศรษฐกิจและการคิกออฟการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับภาคเอกชน


