×

BTS เปิดฉากเวิลด์ทัวร์ในรอบ 4 ปี ปลุกกระแส K-Pop ปี 2026 หวนคืนสู่ยุคทองอีกครั้ง

17.01.2026
  • LOADING...
ตามกฎการเว้นวรรคที่ระบุว่า เพิ่มวรรคหน้าคำนามเฉพาะที่ตามหลังคำกริยา ในพาดหัวข่าวนี้ ไม่มีคำนามเฉพาะใด ๆ ที่ตามหลังคำกริยาโดยตรง จึงไม่จำเป็นต้องเพิ่มการเว้นวรรคตามกฎดังกล่าว Headline: BTS เปิดฉากเวิลด์ทัวร์ในรอบ 4 ปี ปลุกกระแส K-Pop ปี 2026 หวนคืนสู่ยุคทองอีกครั้ง

อุตสาหกรรม K-pop เตรียมก้าวเข้าสู่ยุคทองอีกครั้งในปี 2026 เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง HYBE ประกาศข่าวดีที่แฟนคลับทั่วโลกต่างรอคอยว่า BTS กำลังจะกลับมารวมตัวกันอย่างเต็มรูปแบบในเดือนเมษายนนี้ พร้อมการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ และ เวิลด์ทัวร์ครั้งยิ่งใหญ่ในรอบ 4 ปี

 

หากย้อนกลับไปในช่วงที่วงต้องพักกิจกรรมกลุ่มลงชั่วคราวเพื่อให้สมาชิกเข้ารับราชการทหาร นักวิเคราะห์หลายฝ่ายต่างมองว่านี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะสั่นคลอนทั้งโครงสร้างของค่ายเพลง และ ภาพรวมของอุตสาหกรรม K-pop ทั่วโลก แต่การกลับมาครั้งนี้กำลังจะกลายเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงอิทธิพลที่ยังคงแข็งแกร่งของพวกเขา

 

โดยบริษัท Hybe เปิดเผยว่า การเวิลด์ทัวร์ครั้งนี้จะกินระยะเวลายาวตลอดปี เริ่มต้นที่เมืองโกยาง ชานกรุงโซล ก่อนเดินทางไปยังโตเกียว และขยายไปยังเมืองหลักในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรป จากนั้นกลับมาจัดการแสดงในเอเชีย และปิดท้ายด้วยทัวร์ในออสเตรเลียช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 ถึงมีนาคม 2027

 

นักวิเคราะห์จาก HSBC ระบุในบทวิเคราะห์ว่า BTS มีศักยภาพสร้างรายได้รวมสูงถึง 1.5 ล้านล้านวอน หรือราว 1 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2025 โดยรายได้หลักคาดว่าจะมาจากคอนเสิร์ตประมาณ 7 แสนล้านวอน ตามด้วยรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึก (Merchandise) ราว 4.9 แสนล้านวอน และรายได้จากยอดขายอัลบั้มอีกประมาณ 1.7 แสนล้านวอน ทั้งนี้ อัลบั้มชุดใหม่ ซึ่งนับเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกในรอบกว่า 5 ปี จะเริ่มวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม

 

เวิลด์ทัวร์ BTS ปลุกเศรษฐกิจ K-pop

 

การกลับมาของศิลปินระดับท็อปกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ภาพรวมของอุตสาหกรรม K-pop กลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยคาดการณ์ว่าในปี 2026 รายได้รวมของ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ อย่าง HYBE, SM และ JYP จะเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 34% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

 

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้มีสาเหตุหลักมาจาก 2 ปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน เริ่มตั้งแต่ จำนวนผู้เข้าชมคอนเสิร์ตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงราคาบัตรคอนเสิร์ตที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศที่แฟนๆ พร้อมจ่ายเพื่อให้ได้ชมศิลปินคนโปรด

 

ไม่เว้นแม้แต่ในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้กลายเป็นเป้าหมายหลักของศิลปิน K-pop ยุคนี้ โดยกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยปั๊มรายได้คือ 1. ยกระดับสเกลงาน เปลี่ยนจากการจัดในฮอลล์ทั่วไป สู่การจัดคอนเสิร์ตในระดับสนามกีฬา 2 ระบบราคาบัตรแบบไดนามิก (Dynamic Pricing) การปรับราคาบัตรตามความต้องการของตลาด ช่วยเพิ่มรายได้ต่อผู้ชมให้สูงขึ้นกว่าเดิม

 

คิม จุน-ฮยอน นักวิเคราะห์จากบริษัท HSBC ระบุว่า คอนเสิร์ตจะยังคงเป็นฟันเฟืองหลักที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในปี 2026 และ หากศิลปินเบอร์ใหญ่เริ่มประกาศรายละเอียดของการเวิลด์ทัวร์ออกมาเมื่อไหร่ นั่นจะเป็นสัญญาณสำคัญที่ช่วยกระตุ้นราคาหุ้นในกลุ่มนี้พุ่งสูงขึ้น

 

Hybe นำโด่งด้วยโมเดลธุรกิจ ส่วน YG เตรียมกลับมาทวงบัลลังก์

 

ในบรรดาค่ายเพลงทั้งหมด Hybe ถูกมองว่าเป็นผู้ที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากกระแสการฟื้นตัวนี้ เนื่องจากความได้เปรียบทางโครงสร้างธุรกิจที่โดดเด่น โดยบริษัทเป็นผู้จัดและผลิตคอนเสิร์ตเองเกือบทุกภูมิภาคทั่วโลก ยกเว้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความสามารถในการบริหารจัดการเองนี้ช่วยให้ Hybe เก็บเกี่ยวรายได้จากทั้งจำนวนผู้ชมและราคาบัตรที่สูงขึ้นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แตกต่างจากค่ายคู่แข่งที่ยังต้องพึ่งพาผู้จัดภายนอกในหลายตลาด

 

ถึงกระนั้น อุตสาหกรรมนี้ไม่ได้เติบโตเพียงแค่รายเดียว YG Entertainment อดีตยักษ์ใหญ่ของวงการ กำลังกลับมาทวงคืนความสนใจอีกครั้ง ด้วยไลน์อัปศิลปินที่แข็งแกร่งและแผนการขยายเวิลด์ทัวร์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นทัวร์รอบโลกของ Blackpink ที่คาดว่าจะลากยาวไปจนถึงปี 2026 รวมถึงเกิร์ลกรุ๊ปรุ่นใหม่อย่าง Babymonster ที่สร้างปรากฏการณ์ความนิยมอย่างรวดเร็วด้วยจำนวนผู้ชมทัวร์แรกกว่า 3 แสนคน

 

ทางด้าน ชเว มิน-ฮา นักวิเคราะห์จาก Samsung Securities ระบุว่า YG มีแนวโน้มทำกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเกือบ 19% ในปี 2026 ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งรายได้คอนเสิร์ตที่พุ่งสูงขึ้น และการปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้นหลังถอนตัวจากธุรกิจที่ไม่ใช่แกนหลัก

 

นักวิเคราะห์ชี้ K-Pop ในจีน ยังต้องใช้เวลา

 

แม้ภาพรวมอุตสาหกรรม K-Pop จะดูสดใส แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังคงมองตลาดจีนด้วยความระมัดระวัง หลังจากประตูบานนี้ถูกปิดตายมานานเกือบทศวรรษจากปมขัดแย้งเรื่องการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ (THAAD) ของสหรัฐฯ

 

แม้การพบปะระหว่างประธานาธิบดี อี แจ-มยอง และ สี จิ้นผิง ณ กรุงปักกิ่งในเดือนนี้จะส่งสัญญาณบวก แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าการฟื้นตัวของตลาดวัฒนธรรมยังต้องอาศัยเวลา โดยผู้นำเกาหลีใต้ยืนยันว่ากำลังเร่งแก้ข้อจำกัดด้านวัฒนธรรมอย่างค่อยเป็นค่อยไป

 

ด้าน คิม จากบริษัท HSBC ทิ้งท้ายว่า เรายังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าคอนเสิร์ต K-Pop จะกลับมาจัดในจีนอย่างเต็มรูปแบบได้เมื่อไหร่ และต่อให้เริ่มจัดได้จริง ก็ยังต้องรออีกระยะกว่ารายได้จากการขายบัตรจะส่งผลบวกต่อตัวเลขรวมของอุตสาหกรรมได้

 

ภาพ:Kathy Hutchin/shutterstock

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising