คณะทำงานของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ยกระดับมาตรการกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดยขู่ว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีอาญากับ ‘เจอโรม พาวเวลล์’ ประธาน Fed จากกรณีคำให้การต่อสภาคองเกรสเกี่ยวกับโครงการปรับปรุงอาคาร Fed โดยพาวเวลล์เรียกการกระทำนี้ว่าเป็น ‘ข้ออ้าง’ ของทรัมป์ ที่หวังมีอิทธิพลเหนืออัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed ด้านนักประวัติศาสตร์ด้าน Fed จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าวว่า การสอบสวนพาวเวลล์ “ถือเป็นจุดตกต่ำในประวัติศาสตร์การธนาคารกลางของอเมริกา”
‘พาวเวลล์’ เผยตนอยู่ระหว่างการสอบสวนทางอาญา (under criminal investigation)
การโจมตีระลอกล่าสุดจากทรัมป์ถูกเปิดเผยโดย เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed เมื่อช่วงดึกวันอาทิตย์ (11 มกราคม) ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ โดยพาวเวลล์ เปิดเผยว่า ได้รับหมายเรียกจากกระทรวงยุติธรรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวข้องกับถ้อยแถลงของตน ที่กล่าวต่อสภาคองเกรสเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว เรื่องงบประมาณในโครงการปรับปรุงอาคารสำนักงานใหญ่ของ Fed ในวอชิงตัน มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์
“เมื่อวันศุกร์ กระทรวงยุติธรรมได้ส่งหมายเรียกพยานต่อหน้าคณะลูกขุนใหญ่ (Grand Jury Subpoenas) มายังธนาคารกลางสหรัฐฯ โดยขู่ว่าจะฟ้องร้องคดีอาญา ที่เกี่ยวข้องกับคำให้การของผม (พาวเวลล์) ต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภาเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว” พาวเวลล์กล่าว
พร้อมทั้งระบุต่อว่า “ตนมีความเคารพอย่างสูงต่อหลักนิติธรรมและความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐฯ ไม่มีใคร และแน่นอนว่าไม่ใช่ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะอยู่เหนือกฎหมาย”
พาวเวลล์ ชี้คำขู่ฟ้องครั้งนี้เป็นเพียง ‘ข้ออ้าง’ ของทรัมป์ที่ต้องการกดดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม “ภัยคุกคามครั้งใหม่นี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับคำให้การของผม เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว หรือเกี่ยวกับการปรับปรุงอาคารของธนาคารกลางสหรัฐฯ และไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับบทบาทการตรวจสอบของรัฐสภา สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงข้ออ้าง คำขู่ทางอาญานี้เป็นผลพวงจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยอิงจากการประเมินที่ดีที่สุดของเราว่า สิ่งใดจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชน แทนที่จะทำตามความต้องการของประธานาธิบดี” พาวเวลล์กล่าว
ขณะที่ ทรัมป์กล่าวกับ NBC News เมื่อวันอาทิตย์ว่า ตนไม่ทราบเรื่องการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรม
ด้านโฆษกกระทรวงยุติธรรมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีนี้ แต่กล่าวเสริมว่า “อัยการสูงสุดได้สั่งการให้อัยการสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการสอบสวนการใช้เงินภาษีของประชาชนในทางที่ผิด”
ด้านทอม ทิลลิส (Thom Tillis) วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการการธนาคารของวุฒิสภา (the Senate Banking Committee) ที่มีหน้าที่ตรวจสอบผู้ได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีเข้าสู่ Fed กล่าวว่าคำขู่ฟ้องร้องนี้ทำให้เกิดคำถามต่อ “ความเป็นอิสระและความน่าเชื่อถือ” ของ Fed
โดยทิลลิสยังระบุต่อว่า เขาจะคัดค้านผู้ที่ทรัมป์เสนอชื่อเข้าสู่ Fed ทุกคน รวมถึงว่าที่ผู้สืบทอดตำแหน่งประธานต่อจากพาวเวลล์ด้วย “จนกว่าเรื่องทางกฎหมายนี้จะได้รับการแก้ไขจนเป็นที่ยุติ”
ดังนั้น สิ่งที่เป็นเดิมพันสำคัญนี้ คือความเป็นอิสระของ Fed ซึ่งเป็นธนาคารกลางที่สำคัญที่สุดในโลกในการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐฯ โดยปราศจากการแทรกแซงที่ไม่เหมาะสมจากฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้งอย่างทรัมป์ ผู้ซึ่งต้องการให้ต้นทุนการกู้ยืมถูกลงเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง
ย้อนรอย การคุกคาม Fed จากฝ่ายบริหารของทรัมป์ ‘ซ้ำแล้วซ้ำเล่า’
การกระทำครั้งนี้ของทรัมป์ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่ความพยายามของทรัมป์ในการปลดผู้ว่าการ Fed อีกคนหนึ่งคือ ลิซา คุก จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของศาลสูงสุด
โดยนักลงทุนต่างจับตามองอย่างกังวลเมื่อเห็นการตอบโต้ไปมาระหว่างทรัมป์และ Fed ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งเป็นสมัยที่สองในเดือนพฤศจิกายน 2024 ด้วยคำสัญญาว่าจะแก้ปัญหาค่าครองชีพให้ชาวอเมริกันหลังจากเผชิญภาวะเงินเฟ้อสูงมาอย่างยาวนาน
ย้อนกลับไปอีก ทรัมป์เรียกร้องให้ Fed ลดอัตราดอกเบี้ยลง นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม โดยโทษว่านโยบายของ Fed ฉุดรั้งเศรษฐกิจ และเปรยเรื่องการปลดพาวเวลล์บ่อยครั้ง แม้ว่าในทางทฤษฎีจะมีกฎหมายคุ้มครองประธาน Fed จากการถูกปลดก็ตาม
ทั้งนี้ ความเป็นอิสระของธนาคารกลาง โดยเฉพาะในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ถือเป็นหลักการสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ซึ่งช่วยปกป้องผู้กำหนดนโยบายการเงินจากการพิจารณาทางการเมืองในระยะสั้น และช่วยให้พวกเขาสามารถมุ่งเน้นไปที่ความพยายามในระยะยาวเพื่อรักษาเสถียรภาพของราคา
พาวเวลล์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธาน Fed โดยทรัมป์เมื่อปี 2018 จะครบวาระการดำรงตำแหน่งผู้นำ Fed ในเดือนพฤษภาคมนี้ แต่เขาไม่มีข้อผูกมัดที่จะต้องออกจากตำแหน่ง และนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าความเคลื่อนไหวล่าสุดของรัฐบาลกลับจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้เขายืนหยัดอยู่ในตำแหน่งต่อไปเพื่อเป็นการต่อต้านการแทรกแซงอิสระดังกล่าว
‘จุดตกต่ำ’ ในประวัติศาสตร์การธนาคารกลางอเมริกา
Karl Schamotta หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดของ Corpay ในแคนาดากล่าวว่า “การเปิดเผยในคืนนี้ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างมากในความพยายามของรัฐบาลที่จะตัดแข้งตัดขา Fed และอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจตามมาเป็นลูกโซ่ ซึ่งจะขัดแย้งโดยตรงกับเป้าหมายที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศไว้”
ด้าน ปีเตอร์ คอนติ-บราวน์ (Peter Conti-Brown) นักประวัติศาสตร์ด้าน Fed จากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียกล่าวว่า การสอบสวนพาวเวลล์ “ถือเป็นจุดตกต่ำในยุคการเป็นประธานาธิบดีของทรัมป์ และเป็นจุดตกต่ำในประวัติศาสตร์การธนาคารกลางของอเมริกา”
“สภาคองเกรสไม่ได้ออกแบบ Fed มาเพื่อตอบสนองต่อความผันผวนรายวันของประธานาธิบดี และเนื่องจาก Fed ได้ปฏิเสธความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะโค่นล้ม Fed เขาจึงกำลังใช้กฎหมายอาญาของอเมริกาเข้าเล่นงานประธาน Fed”
อ้างอิง:


