วันนี้ (5 มกราคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 9 มกราคม ที่จะถึงนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ฟ.117/2567 ซึ่งเป็นคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (อดีต รอง ผบ.ตร.) เป็นผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.), คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1-3 ตามลำดับ ในกรณีที่มีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการไว้ก่อนโดยมิชอบ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุในคำฟ้องว่า เดิมตนเองดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. แต่ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ ผบ.ตร. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) มีคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 178/2567 ลงวันที่ 18 เมษายน 2567 ให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยอ้างเหตุผลว่าถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงจนถูกตั้งกรรมการสอบสวน จากกรณีมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ชื่อ BNKMASTER จนถูกดำเนินคดีอาญาและถูกศาลอาญาออกหมายจับ ในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน
โดยผู้ฟ้องคดีเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงได้ดำเนินการยื่นอุทธรณ์ต่อ ก.พ.ค.ตร. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) แต่ต่อมา ก.พ.ค.ตร. ได้มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์และยกคำขอวิธีการชั่วคราวฯ ตามหนังสือที่ ตช 0083(อธ)/933 ลงวันที่ 5 สิงหาคม 2567 จึงนำมาสู่การนำคดีขึ้นสู่ศาลปกครองสูงสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับคดีนี้มีความซับซ้อนในขั้นตอนการพิจารณา โดยในชั้นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนหน้านี้ เดิมองค์คณะ 5 คนในศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาประเด็นดังกล่าวไว้แล้ว แต่ประธานศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่ ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด เพื่ออภิปรายและพิจารณา จนกระทั่งมีมติไม่คุ้มครองชั่วคราว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นชนวนเหตุให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดำเนินการยื่นฟ้องอาญาต่อตุลาการศาลปกครองหลายราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบฯ ในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ผลแห่งคำพิพากษาในวันที่ 9 มกราคมนี้ จะเป็นบทสรุปสำคัญว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะมีโอกาสได้กลับเข้ารับราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้งหรือไม่


