สถานการณ์น้ำท่วมในภูมิภาคเอเชียครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี อันเนื่องจากพายุฝนที่ทวีความรุนแรงจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนหลายลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นจนถึงขณะนี้ รวมแล้วเกือบ 700 คน
โดยอินโดนีเซียที่เผชิญอิทธิพลพายุโซนร้อนเซนยาร์ (Senyar) ซึ่งก่อให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุดบนเกาะสุมาตรา และทำให้อาคารบ้านเรือนนับพันหลังจมอยู่ใต้น้่ำท่วม ล่าสุดพบว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีการยืนยันจนถึงวานนี้ (29 พฤศจิกายน) เพิ่มเป็นมากกว่า 300 คนแล้ว โดยสำนักงานภัยพิบัติของอินโดนีเซียรายงานว่า ยังมีผู้สูญหายจากเหตุน้ำท่วมอีกเกือบ 300 คน
ส่วนไทย วานนี้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตเหตุน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ล่าสุด อยู่ที่ 162 คน
นอกจากนี้ที่มาเลเซีย เหตุน้ำท่วมในหลายรัฐทางตอนเหนือยังคงรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ 2 คน ส่วนที่เวียดนาม ซึ่งก่อนหน้านี้เผชิญกับน้ำท่วมและดินถล่มรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศ มีรายงานผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 98 คน และล่าสุดมีรายงานจากสำนักข่าวท้องถิ่นว่า อิทธิพลพายุไต้ฝุ่นโคโตะ ที่เคลื่อนตัวอยู่ในทะเลตะวันออกแม้จะอ่อนกำลังลง แต่ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรง และทำให้มีผู้เสียชีวิตอีกอย่างน้อย 1 คน และสูญหาย 3 คน จากเหตุเรือล่ม
ส่วนในภูมิภาคเอเชียใต้ ประเทศศรีลังกาที่เผชิญพายุไซโคลนดิตวาห์ (Ditwah) พัดถล่มชายฝั่งทางตอนกลางและตะวันออก มีรายงานจากทางการวานนี้ ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นมากกว่า 130 คนแล้ว และสูญหายอีกราว 170 คน โดยเหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในเหตุภัยธรรมชาติครั้งเลวร้ายที่สุดของศรีลังกาในรอบหลายปี ซึ่งทางการได้ประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือสถานการณ์แล้ว
นอกจากนี้พบว่ามีบ้านเรือนมากกว่า 15,000 หลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก และประชาชนกว่า 78,000 คนต้องอพยพ ขณะที่ราว 1 ใน 3 ของประเทศเผชิญปัญหาไฟฟ้าและน้ำประปาใช้การไม่ได้
ภาพ: REUTERS/Stringer
อ้างอิง:


