วันนี้ (29 พฤศจิกายน)อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เผยแพร่เอกสารของสำนักพระราชวัง เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแสเนื่องด้วยเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้
มีรายละเอียดระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่ อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ในการนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญพระราชกระแส ดังนี้
1. ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์
2. พระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว
3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเงิน จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูและซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ทดแทนที่เสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นพ.วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานเงินดังกล่าว
4. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับค้นหา และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับขนส่งอาหาร แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และบรรเทาสาธารณภัย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เชิญพระราชกระแส มา ณ โอกาสนี้
ต่อมา อนุทินเปิดเผยว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งตนได้รับการเชิญพระราชกระแส จาก พล.อ.อ. สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านได้อัญเชิญพระราชกระแสมาให้เร่งดำเนินการตามนี้ ด้วยพระองค์ท่านพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 100 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่
ซึ่งมีความหมายมาก เพราะทางโรงพยาบาลจะได้นำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ที่เสียหายไปจากเหตุน้ำท่วม และนำไปพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อมาดูแลผู้ป่วย ซึ่งตนได้นำเรื่องขอนำผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ รีบไปรับพระราชทานพระราชทรัพย์ และทำเรื่องกราบบังคมทูลขึ้นไปทันที นอกจากนี้ ทั้งสองพระองค์ทรงรับผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เรื่องของการจัดการศพต่างๆ ก็จะทรงรับเป็นเจ้าภาพทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า แต่ในส่วนของผู้เสียชีวิตเอง ทางรัฐบาลก็จะเร่งดำเนินการออกใบมรณบัตร และเร่งคืนร่างให้กับญาติ เพื่อไปทำพิธีทางศาสนา และเร่งจ่ายค่าปลงศพ รายละ 2 ล้านบาท โดยทันที
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า พระองค์ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานกำลังใจให้กับบุคลากรทุกเหล่า ที่ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย ทั้งแพทย์ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทั้งหลาย และยังทรงพระราชทานโดรนให้กับเหล่าทัพทั้งหมด เพื่อมาใช้ในการบริหารสถานการณ์ผู้ประสบภัย ซึ่งตนคิดว่าเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแล้ว ที่เหลือรัฐบาลก็จะต้องไปสืบสานต่อยอดทุกอย่าง ให้สมกับที่เราได้รับพระราชทานคำแนะนำต่างๆ มา


