วันนี้ (28 พฤศจิกายน) ที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นประธานเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมและฟื้นฟูพื้นที่บริเวณเขต 8 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหลังวิกฤติน้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย
โดยผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า เข้าใจดีถึงความเดือดร้อนสาหัสของประชาชนตลอด 4-5 วันที่ผ่านมา ทั้งปัญหาน้ำท่วมและการจราจร จนถึงขณะนี้ที่เข้าสู่ระยะฟื้นฟู สิ่งที่น่ากังวลคือความสับสนที่อาจเปิดช่องให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติมผู้ประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นการลักขโมยหรือการงัดแงะบ้านเรือน ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่ไม่ควรเกิดขึ้น
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ ย้ำชัดเจนว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การปล่อยแถวแล้วจบไป แต่เป็นการระดมกำลังตำรวจจากจังหวัดข้างเคียงทั้งตรังและพัทลุง เข้ามาเสริมทัพตำรวจสงขลาเพื่อดูแลพื้นที่อย่างเข้มข้นต่อเนื่องอย่างน้อย 15 วัน โดยมีเป้าหมายหลักคือการสร้างความมั่นคงและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
โดยเฉพาะในพื้นที่เขต 8 ที่มักมีข่าวเรื่องความไม่ปลอดภัย โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงทำความเข้าใจกับทุกหลังคาเรือนและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบผู้กระทำผิดต้องดำเนินการทันที เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาเป็นเมืองเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่สงบสุขดังเดิม
ภายหลังพิธีปล่อยแถว คณะผู้บังคับบัญชา นำโดย พล.ต.ต.ณฐกรญ์ กาญจนาภรณ์ และ พล.ต.ต.อาซาน จันทร์ศิริ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ พ.ต.อ.สุวโรจน์ ลุนหวิทยานนท์ รักษาการ ผกก.สภ.หาดใหญ่ ได้นำกำลังตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เดินเท้าลงพื้นที่สำรวจตามซอยต่างๆ ในเขต 8 เพื่อรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน
ซึ่งเสียงสะท้อนส่วนใหญ่ระบุว่ารู้สึกอุ่นใจที่เห็นเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ แต่ก็ยังมีความกังวลเรื่องมิจฉาชีพ โดยชาวบ้านรายหนึ่งได้แจ้งเบาะแสว่า ในพื้นที่นี้โจรชุกชุมมาก ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมผู้ที่กำลังลำบากจากภัยธรรมชาติ
นอกเหนือจากปัญหาอาชญากรรม ชาวบ้านในพื้นที่ ได้ร้องไห้ระบายความในใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงความยากลำบากแสนสาหัส โดยระบุว่าสาเหตุที่อพยพไม่ทันเนื่องจากวางใจในการแจ้งเตือนของหน่วยงานท้องถิ่น ที่ระบุในตอนแรกว่าสถานการณ์เอาอยู่ แต่สุดท้ายกลับรับมือไม่ได้ และกว่าจะมีการแจ้งเตือนให้อพยพก็สายเกินไป ประกอบกับสัญญาณอินเทอร์เน็ตล่มทำให้ขาดการติดต่อ จนครอบครัวทำได้เพียงรอคอยความช่วยเหลือด้วยความสิ้นหวัง
ในช่วงท้าย ชาวบ้านในพื้นที่ได้ฝากวอนไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานทั้งน้ำและไฟ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ แม้ว่าขณะนี้ทรัพย์สินจะเสียหายจนแทบไม่เหลืออะไร และยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อย่างไรก็ตาม



