วันนี้ (31 สิงหาคม) เมื่อเวลา 17.00 น. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรค ที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ว่า ต้องบอกว่าวันนี้การเมืองยังไม่มีข้อยุติ ดังนั้นพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อพูดคุยสถานการณ์การเมืองทั้งหมด เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนตามข้อบังคับพรรค ซึ่งเมื่อแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง เท่ากับว่ารัฐบาลได้หมดสิ้นไป การดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์จะต้องมาเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมดตามข้อบังคับพรรค เพื่อให้สามารถบริหารงานได้ทันการ ซึ่งที่ประชุมมีมติ ใช้ข้อบังคับข้อที่ 134 เพื่อยกเว้นการใช้ข้อบังคับพรรค โดยใช้เสียงไม่เกิน 3 ใน 5 ของกรรมการบริหารพรรคที่เข้าร่วมประชุม โดยการตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล และคัดเลือกรัฐมนตรีที่จะเข้าร่วมรัฐบาล ถ้ากรณีเข้าร่วมรัฐบาล และตัวบุคคลที่จะเข้าดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้อำนาจหัวหน้าพรรคในการดำเนินการได้โดยถูกต้องตามข้อบังคับพรรค
เมื่อถามว่าการประชุมเพื่อขอมติจากกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการถูกร้องเหมือนครั้งที่ผ่านมาใช่หรือไม่ เฉลิมชัยยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะที่ผ่านมาเป็นรัฐบาลต่อเนื่อง ไม่ได้เปลี่ยนรัฐบาล
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ร่วมแถลงจับมือจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคเพื่อไทยเมื่อ 29 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ถือว่าเข้าร่วมรัฐบาลโดยแจ้งต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคแล้วใช่หรือไม่ เฉลิมชัย กล่าวว่า “ต้องเรียนว่าที่ผ่านมา การทำงานร่วมกันของรัฐบาล เมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง โดยมารยาทก็ต้องทำแบบนั้นแหละ โดยมารยาทแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกัน ไปด้วยกัน ว่าวันนี้การที่จะตัดสินใจยังเป็นครม.เดียวกันอยู่นะครับ ดังนั้นการตัดสินใจต้องผ่านกระบวนการพรรคให้ถูกต้อง ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรต้องรอสถานการณ์นั้นก่อน วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องผ่านกรรมการบริหารพรรค”
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะโหวตให้ใคร เฉลิมชัย กล่าวว่า ก็ต้องรอ ถึงบอกว่าไม่มีใครรู้ พร้อมถามกลับสื่อว่า วันนี้สรุปทุกคนว่าอย่างไร ถ้าตอบตนได้ ตนก็อาจจะตอบได้
ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่าทุกพรรครอพรรคประชาชน ทำให้เฉลิมชัยถึงกับหัวเราะ ก่อนกล่าวต่อว่า ก็ต้องอยู่ที่การเมือง เราต้องยอมรับความเป็นจริงของการเมือง การตัดสินใจแต่ละอย่าง อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง
ส่วนได้รับการทาบทามจากพรรคภูมิใจไทย โดยอาจจะเป็นการพูดคุยผ่านคนอื่นเพื่อส่งสารมายังพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เฉลิมชัยยืนยันว่าสำหรับตนยังไม่มี
ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำว่าจะต้องคุยกับหัวหน้าพรรคคนเดียวใช่หรือไม่ เฉลิมชัยระบุว่า ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น พร้อมย้ำคำเดิมว่ายังไม่มี
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสามารถพูดได้หรือไม่ ว่าณ ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะร่วมรัฐบาลจากขั้วใด เพราะการแถลงร่วมรัฐบาลเป็นรัฐบาลชุดเก่า เฉลิมชัยกล่าวว่า วันนี้พรรคประชาธิปัตย์ได้พิจารณาแนวทางขับเคลื่อนเรียบร้อยแล้วในการประชุมกรรมการบริหารพรรควันนี้ และหลังจากนี้การขับเคลื่อนของพรรคประชาธิปัตย์ก็คือการขับเคลื่อนกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับการเมืองในอนาคตจริงๆ
ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงความหมายว่าคืออะไร เฉลิมชัยยังคงย้ำถึงข้อบังคับพรรค การจะเข้าร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล หรือถอนตัว จะต้องผ่านกระบวนการข้อบังคับพรรค ณ วันนั้นเรายังไม่ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรค จึงต้องมาประชุมให้ถูกต้อง
ส่วนผู้สื่อข่าวถามว่าเต็มปากได้หรือไม่ว่า ณ วันนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ เฉลิมชัยกล่าวว่า ก็อย่างที่เห็น จะให้ตอบอนาคตเลย
“ผมยืนยันว่าผมมีจุดยืนในทางการเมือง ผมมีจุดยืนเฉพาะตัวผม ในส่วนของสถานการณ์การเมือง ผมไม่อยากเดาว่าอะไรจะเกิดขึ้น อาจจะไม่เป็นอย่างที่ทุกคนคิดทั้งหมดก็ได้ วันนี้หลายคนที่ด่วนตัดสินใจไป ก็อาจจะเสียใจว่าไม่น่าตัดสินใจไว ผมก็เหมือนกัน ผมทำหน้าที่รัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ครม. ไม่ใช่รักษาราชการ ดังนั้นการดำเนินการใดๆ ภายใต้ครม. เรายังอยู่ภายใต้ครม.เดียวกัน ส่วนการตัดสินใจ เชื่อว่าแต่ละคนมีแนวทางกันอยู่แล้ว รอให้มันถึงเวลาว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง”
ส่วนวันนี้ที่เดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในฐานะเลขาธิการพรรค ไปร่วมคณะกับพรรคเพื่อไทยเจรจาพรรคประชาชน และเห็นด้วยที่จะให้มีการยุบสภาโดยระบุว่าสามารถยุบได้ภายใน 2-3 เดือน เฉลิมชัยกล่าวว่า เดชอิศม์ไปในฐานะที่เป็นหนึ่งในครม. แต่จะต้องกลับมาขอมติพรรค พร้อมกล่าวต่อว่าการเป็นครม.เดียวกัน ถ้าเพื่อนชวนแล้วไม่ไป นั่นคือสิ่งที่น่าเกลียด ไม่ควรจะทำ ส่วนการตัดสินใจก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าปฏิเสธตั้งแต่ต้น ไม่ถูกต้อง
เมื่อถามต่ออีกว่าได้แจ้งกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะต้องขอมติจากกรรมการบริหารพรรคก่อน เฉลิมชัยกล่าวว่า เขารู้อยู่แล้ว นักการเมืองรู้อยู่แล้ว ทุกพรรคก็ต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะฉะนั้นใครจะใช้ชื่อประชาธิปัตย์ก็แล้วแต่ จะกี่คน ต้องผ่านกระบวนการนี้ ถ้าไม่ผ่านกระบวนการนี้ก็ถือว่าเป็นของเถื่อนทั้งหมด
ส่วนพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถตัดสินใจได้เมื่อใด เฉลิมชัยยังย้ำคำเดิมว่าขอให้รอ เพราะทุกคนยังไม่รู้ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร วันนี้ยังไม่มีใครตอบได้ รอให้ฝุ่นมันจางแล้วค่อยเห็นภาพชัด การตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องตัดสินใจภายใต้หลักการของพรรค พรรคต้องขับเคลื่อนได้ด้วย
ส่วนการประชุมสภาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-5 กันยายนนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี เฉลิมชัยกล่าวว่า ระเบียบวาระปกติที่มีการบรรจุตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีนายกรัฐมนตรี ไม่เกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกฯ อย่าเอาไปโยงว่าเป็นกรณีเดียวกัน