มั่นใจว่าผู้ประกอบการไทยไม่น้อยต้องรู้จักและอาจจะเคยเป็นผู้เรียนของหลักสูตร LEAD (Leading Entrepreneur Advanced Development) โดยเซ็นทรัลพัฒนา หลักสูตรรีเทลที่มุ่งพัฒนาให้ผู้ประกอบการเติบโต แตกต่าง และประสบความสำเร็จ อย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้สร้างประสบการณ์แบบ ‘เรียนจริง ทำจริง โตจริง’ ผ่านการเรียนรู้จากผู้รู้จริงในวงการรีเทล ทดลองตลาดกับพื้นที่ที่มีศักยภาพ และนำสิ่งที่ได้พัฒนามาประยุกต์ใช้กับธุรกิจจริงอย่างเป็นรูปธรรม
ปัจจุบันเปิดสอนมาแล้ว 6 รุ่น ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไปกว่า 240 แบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น Fresh Me, GENTLEWOMAN, RAVIPA, Moshi Moshi, Salad Factory, BEAUTRIUM, KIM&CO., Endless Holiday, MERGE และ Trinity Cafe’ ฯลฯ ตลอดระยะเวลา 6 ปี สร้างมูลค่าการเติบโตทางธุรกิจกว่า 3,800 ล้านบาท และมีแบรนด์ต่างๆ ขยายสาขารวมกันไปกว่า 600 ร้านค้า
ผลสำเร็จไม่ธรรมดาขนาดนี้ ต้องมาจากแนวคิดและการออกแบบหลักสูตรที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ว่ากันว่านี่ไม่ใช่หลักสูตรที่อัดแน่นไปด้วยองค์ความรู้ในธุรกิจรีเทลเท่านั้น แต่ยังมาพร้อม ‘โอกาส’ ที่ผู้ประกอบการต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการลงพื้นที่จริง โอกาสในการขยายตลาดไปต่างประเทศ โอกาสที่จะได้คอลแลบกับแบรนด์ดังหรือจะกระโดดข้ามไลน์ธุรกิจ รวมทั้งโอกาสที่จะได้รับคำปรึกษาจากกูรูรีเทลตัวจริงแบบตัวต่อตัว และอีกมากมาย
ถ้าคุณคือผู้ประกอบการที่พร้อมตั้งรับทุกโอกาส นี่คือโอกาสที่คุณจะได้ ‘เรียนจริง ทำจริง โตจริง’ ไปกับ LEAD โดยเซ็นทรัลพัฒนา
และถ้าคุณอยากรู้ให้ลึกว่า ‘โอกาส’ มากมายเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ทำไมผู้ประกอบการกว่า 240 แบรนด์ถึงตัดสินใจลงเรียน คำตอบทั้งหมดอยู่บรรทัดถัดไป
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) บอกว่า “โจทย์ของเซ็นทรัลพัฒนาคือต้องสร้างแพลตฟอร์มให้ SMEs เติบโตภายใต้ Ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัล หลักสูตร LEAD จึงเป็นเหมือน ‘Community of Opportunity’ ที่จะฟูมฟักผู้ประกอบการให้โตอย่างยั่งยืนไปกับเรา”
มากไปกว่ามูลค่าทางธุรกิจ ตัวชี้วัดที่สะท้อนความสำเร็จของหลักสูตร LEAD ในมุมมองของ ดร.ณัฐกิตติ์ คือความภาคภูมิใจในฐานะผู้นำธุรกิจศูนย์การค้าเมืองไทยที่มีส่วนช่วยสร้าง SMEs ให้เติบใหญ่ สร้างเศรษฐกิจไทยให้โตแกร่ง และสร้าง Community of Opportunity ที่แข็งแรง
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
ปั้นธุรกิจให้รอดทุกความท้าทายด้วยการสร้าง ‘Community of Opportunity’
ย้อนกลับไปในปี 2017 หลักสูตร LEAD ถือกำเนิดขึ้นเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มี ‘แพสชัน’ และ ‘แนวคิดสร้างสรรค์’ ได้มีโอกาสเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมกัน
“SMEs เป็นฐานรากสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย เราเห็น SMEs ไทยที่เก่งและมีศักยภาพ แต่ขาดโอกาสและองค์ความรู้บางอย่างที่จะช่วยปลดล็อกให้เขาเติบโตแบบก้าวกระโดดและยั่งยืน เซ็นทรัลพัฒนาอยากที่จะผลักดันผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ที่มีแพสชันและมีความมุ่งมั่นให้โตได้ผ่านหลักสูตร LEAD”
โดยเฉพาะในวันที่โลกเปลี่ยนทิศ เศรษฐกิจผันผวน และเต็มไปด้วยความท้าทายใหม่ ดร.ณัฐกิตติ์ บอกว่า กุญแจดอกแรกที่จะไขไปสู่ประตูแห่งความสำเร็จคือ ‘ต้องรู้จุดอ่อนของตัวเอง’
“ผู้ประกอบการที่จะโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต้องหาจุดอ่อนตัวเองให้เจอ แล้วค่อยหาแรงเสริมที่ถูกต้องมาปิดช่องว่างนั้น นั่นเป็นเหตุผลที่หลักสูตร LEAD มีการทำ ‘Business Health Check’ เพื่อให้ผู้เรียนได้รู้และมองเห็นภาพรวมของธุรกิจตนเองอย่างชัดเจน ทั้งจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคต่างๆ เช่น ไม่เก่งเรื่องดีไซน์ก็ไปเรียนรู้หรือทำงานร่วมกับธุรกิจอื่นที่เขามีจุดแข็งเรื่องนี้
จุดบอดอีกอย่างหนึ่งของ SMEs ไทยคือขาดชั่วโมงบินในการทำจริง หลักสูตร LEAD จึงไม่ใช่แค่การเรียนรู้ทฤษฎีหรือฟังประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการค้าปลีกเท่านั้น แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ทดลองตลาดจริงบนพื้นที่ที่มีศักยภาพ ขยับขยายธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการทำตลาดจริงผ่าน Pop-up Store และการทำ Brand Co-creation
“ทำธุรกิจยุคนี้ต้องคิดเร็ว ทำเร็ว ล้มเหลวเร็ว และลุกเร็ว คอร์สนี้จึงเหมือนการย่นระยะเวลาบาดเจ็บและสำเร็จให้เร็วขึ้น ผู้เรียนจะได้ทดลองทำทุกอย่างภายใต้การดูแลและแนะนำของกูรูผู้เชี่ยวชาญ เราทำ Pilot Project มากมาย เพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นจุดอ่อนและโอกาสของธุรกิจเขาเร็วขึ้น
“จุดแข็งคือเรามีโลเคชันทั่วประเทศที่สามารถไป Plug In ได้ เขาจะรู้ได้ทันทีว่าการเติบโตในโลเคชันที่ถูกต้องทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน” ดร.ณัฐกิตติ์ ยังบอกด้วยว่าความหลากหลายของแพลตฟอร์มภายใต้ Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนาเป็นเครื่องมือทรงพลังที่ทำให้หลักสูตรนี้แตกต่าง
“เราพยายามที่จะ Connect the Dot เครื่องมือทุกอย่างที่มีภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของเซ็นทรัล ทั้งเซ็นทรัลพัฒนา, เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในวงการค้าปลีกที่มาแชร์ประสบการณ์และให้คำแนะนำแบบเข้มข้น ไปจนถึงศิษย์เก่า LEAD ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ และอาจนำไปสู่การต่อยอดธุรกิจร่วมกัน คอร์สนี้จึงไม่ใช่แค่การมาเข้าคลาสเรียน แต่เรากำลังเอาเครือข่ายและเครื่องมือทั้งหมดที่มีมามอบให้กับผู้เรียน มันคือ ‘Community of Opportunity’ ที่เราพยายามสร้าง เพื่อให้แต่ละธุรกิจสามารถเติบโตได้จริง”
MERGE แบรนด์กางเกงยีนส์ที่ได้ไป New York Fashion Week 2025
“มันคือความภูมิใจที่เราสามารถทำให้เขาประสบความสำเร็จและเติบโตได้ตามเป้าหมาย อย่าง RAVIPA ทุกวันนี้กลายเป็น Global Brand มี Pop-up Store ที่เกาหลีใต้ ฮ่องกง ญี่ปุ่น นิวยอร์ก และสิงคโปร์ หรือ MERGE แบรนด์กางเกงยีนส์ที่ได้ไป New York Fashion Week 2025 เราอยากให้ SMEs ไทยได้เห็นว่าแบรนด์ไทยมีศักยภาพที่จะไปในระดับโลกได้” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว
เบื้องหลังการสร้าง ‘ประตูแห่งโอกาส’ ที่เปิดกว้างสำหรับธุรกิจที่พร้อมรับทุกโอกาส
แต่เมล็ดพันธุ์จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งต้องมาจากฐานรากที่แข็งแรง ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ CEO & Founder บริษัท เอมบิชั่น คอร์ป จำกัด ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจ นวัตกรรม และการตลาด ผู้ออกแบบหลักสูตร LEAD ตั้งแต่รุ่นแรก เล่าว่า โจทย์ของเซ็นทรัลพัฒนาคือต้องการให้ Tenant ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์สำคัญของธุรกิจเติบโตไปด้วยกัน โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ขาดประสบการณ์ ขาดองค์ความรู้ และความมั่นใจในการทำธุรกิจ โดยใช้ Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนามาช่วย
ผศ.ปิติพีร์ รวมเมฆ CEO & Founder บริษัท เอมบิชั่น คอร์ป จำกัด
ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจ นวัตกรรม และการตลาด
“เราไม่ต้องการออกแบบโปรแกรมที่ทำปีเดียวจบหรือคอร์สที่ให้ผู้เรียนมาจดเลกเชอร์เท่านั้นเมื่อเซ็นทรัลพัฒนาพร้อมที่จะลงทุนเพื่อช่วยผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการที่เข้ามาก็มีคาแรกเตอร์ เป้าหมาย และจุดอ่อน ที่ต่างกัน เวลาออกแบบคอร์สเราจะตั้งคำถามว่า ผู้เรียนจะได้ประโยชน์อะไร เขาต้องการความช่วยเหลือแบบไหน และจะ Groom ให้เขาเติบโตอย่างไร คอร์สนี้จึงทำหน้าที่เป็น Gateway to Success ให้กับผู้เรียน”
“เปลี่ยนเนื้อหาทุกรุ่น” ผศ.ปิติพีร์ บอกเมื่อเราถามว่า ความผันผวนของธุรกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภคจะถูกนำมาเป็นปัจจัยในการออกแบบเนื้อหาหรือไม่
“เศรษฐกิจเปลี่ยน โอกาสเปลี่ยน ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยน นั่นเป็นเหตุผลที่เราเชื่อมั่นว่าหลักสูตร LEAD เป็นโปรแกรมต้นแบบของการพัฒนาผู้ประกอบการที่สร้างธุรกิจ สร้างเศรษฐกิจ สร้างคอมมูนิตี้ของผู้ประกอบการให้เติบโต แต่ในวันที่เศรษฐกิจเปลี่ยน ผู้บริโภคก็เปลี่ยน องค์ความรู้และแนวคิดในการทำธุรกิจต้องปรับ ไม่ใช่แค่เติบโต แต่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน ดังนั้นเวลาออกแบบเนื้อหาจะโฟกัสไปที่ 3 แกนหลักของการทำธุรกิจให้ยั่งยืน”
แกนแรกคือ กลยุทธ์ (Strategy) จะทำธุรกิจต้องมองกลยุทธ์ขาด หาทิศทางขององค์กรให้เจอว่าจะโตแบบไหน โตตลาดใด
“ยกตัวอย่างแบรนด์ที่อยากขยายมาออฟไลน์ การลงพื้นที่ศูนย์การค้าแต่ละสาขาจะทำให้เห็นกลุ่มลูกค้าที่ต่างกัน เขาจะได้เรียนรู้จริงและปรับกลยุทธ์ไปตามกลุ่มลูกค้า เช่น Lookbooklookbook แบรนด์เสื้อผ้าที่ดังจากออนไลน์ พอลองมาออฟไลน์ เขาได้เจอลูกค้าที่มาซื้อชุดเพื่อไปงาน ลูกค้าที่ต้องการสั่งตัดหรือปรับแก้ชุด กลายเป็นว่าพื้นที่ของออฟไลน์ทำให้คนได้สัมผัสสินค้าจริง และช่วยตอบโจทย์ประสบการณ์ของลูกค้าได้ลึกขึ้น
“หรือการทำ Collaboration เทรนด์มันเปลี่ยน เราก็ปรับเนื้อหาให้ลึกขึ้น ไม่ใช่แค่จับแบรนด์มาคอลแลบกัน จับมือทำโปรดักต์ใหม่ แต่ต้องลงลึกไปถึงเรื่องการแชร์รายได้ แชร์ฐานลูกค้า แบ่งบทบาทหน้าที่ หรือจะร่วมลงทุนอย่างไร ข้อได้เปรียบคือเรามีผู้บริหารของเซ็นทรัลพัฒนาที่ทำดีลใหญ่ๆ มาแชร์ประสบการณ์ทุกมิติ ทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จที่ได้”
แกนที่ 2 คือ ระบบ (System) ธุรกิจจะเดินหน้าอย่างยั่งยืนต้องคิดและทำอย่างเป็นระบบ
“วันนี้หัวใจสำคัญคือ ‘เวลา’ จะบริหารจัดการเวลารวมไปถึงทรัพยากรที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร การตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำมาจากการมีระบบในการคิดที่ดี นอกจากนี้ยังต้องเรียนรู้การจัดระบบการทำงาน จัดระบบข้อมูล เราสอนเรื่องของ Customer Data วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าในมือ เช่น ธุรกิจร้านอาหารที่ต้องการขยายสาขาจะบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างไร พาไปดูงานที่คลัง DC ของเซ็นทรัล รวมไปถึงระบบงานบริหารบุคคลซึ่งเป็นเรื่องที่ SMEs ส่วนใหญ่มองข้าม”
แกนสุดท้ายคือ การทำงานร่วมกัน (Synergy) “นอกจากจะผนึกกำลังกันเองระหว่างผู้เรียนในรุ่นแล้ว เราจะช่วยให้ผู้เรียนได้ผนึกกำลัง ต่อยอดธุรกิจกับศิษย์เก่า และ Co-Creation แบบข้าม Category” ผศ.ปิติพีร์ ยกตัวอย่าง CASA LAPIN ที่ร่วมทุนกับเพื่อนในการทำธุรกิจไอศกรีมเพื่อต่อยอด หรือ Moreover แบรนด์ของแต่งบ้านไลฟ์สไตล์ ที่ต่อยอดธุรกิจกับพาร์ตเนอร์อาร์ตทอยออกโปรดักต์ตู้โชว์อาร์ตทอยแบรนด์ Super Lock ที่เน้นขายภาชนะและอุปกรณ์ใส่อาหาร ก็เปิดแบรนด์ Homeyselect ขายสินค้าเครื่องครัวที่มีความเป็นไลฟ์สไตล์มากขึ้น
เจ-ปัง แบรนด์จากผู้เรียนคอร์ส LEAD รุ่นที่ 6
ความเข้มข้นของเนื้อหาไม่เพียงปรับตามปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อการทำธุรกิจเท่านั้น แต่ยังถูกปรับจากมุมมองของผู้สอนระหว่างการเรียนการสอนอีกด้วย
“พอทำงานร่วมกับแบรนด์มาหลายรุ่น จะรู้ได้ทันทีว่าผู้เรียนขาดอะไร ธุรกิจไหนต้องเอาองค์ความรู้หรือเครื่องมืออะไรมาเติม เราก็จะเพิ่มเนื้อหาให้ทันที เรียนเสร็จก็ให้ทดลองทำ ทำเสร็จก็มาวิเคราะห์ผลลัพธ์ไปด้วยกัน สำเร็จเพราะอะไร ไม่สำเร็จเพราะอะไร จุดอ่อนอยู่ตรงไหน ต้องปรับแก้ด้วยเครื่องมืออะไร”
เมื่อฐานรากของหลักสูตรแข็งแกร่งแล้ว ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการแล้วว่าพร้อมที่จะลงทุน ลงแรง และกล้าเปิดรับทุกโอกาสหรือไม่
“การคัดเลือกผู้เรียนก็สำคัญ ต้องเป็นคนที่พร้อมเติบโต พร้อมเรียนรู้ และมีแพสชัน เราเปิดกว้างให้กับผู้ประกอบการทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่มีธุรกิจอยู่แล้ว อาจจะเป็น Tenant ของเราที่ทำรีเทลเป็นแต่ต้องการต่อยอด อย่าง BEAUTRIUM ตอนมาเรียนก็มีหน้าร้านอยู่แล้ว เป้าหมายคือต้องการเติบโตไปกับรีเทล กลุ่มต่อมาคือมีธุรกิจครอบครัว แต่อยากแตกไลน์ธุรกิจ อย่างเช่น Super Lock เดิมเป็นโรงงานผลิตทัพเพอร์แวร์ ไม่เคยทำรีเทล ไม่มีหน้าร้าน พอมาเรียนก็เปิดหน้าร้าน และกลุ่มสุดท้ายคือสตาร์ทอัพที่มาด้วยแพสชันอย่าง GENTLEWOMAN จากที่ไม่เคยทำแบรนด์ ก็ตัดสินใจเปิดสาขาที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล”
ผศ.ปิติพีร์ บอกว่า ไฮไลต์ปีนี้ต้องถูกใจผู้ประกอบการที่อยากท้าชนกับโอกาสใหม่ๆ อย่างแน่นอน เพราะจะลงลึกกับ Business Model มากขึ้น
“ที่ผ่านมาเราพบว่าผู้เรียนรู้ว่าสิ่งไหนที่เขาทำได้ดี แต่ถ้ามีออปชันให้เลือกอาจจะยังบอกไม่ได้ว่าออปชันไหนดีที่สุด เราจะพาลงลึกไปถึงการได้มาซึ่งออปชัน ต้องหาให้เจอว่าสิ่งใดในธุรกิจเขาที่สร้างการเติบโต เช่น ธุรกิจโตด้วยฐานลูกค้า โตด้วยการเพิ่มคอลเล็กชัน โตด้วยการขยายสาขา หรือโตด้วยการคอลแลบ ความท้าทายคือคาแรกเตอร์และสเตจของแต่ละธุรกิจที่ต่างกัน ทำให้เราต้องดีเทลแต่ละธุรกิจอย่างใกล้ชิด และกว่าจะเลือกออปชันที่ดีที่สุด ต้องคำนวณผลกระทบให้เห็น เพื่อจะตอบได้ว่าออปชันไหนควรตัดทิ้ง อันไหนได้ไปต่อ ให้เขาเห็นผลกระทบแบบองค์กรที่ชัดเจน มันจึงจะพาเขาไปสู่การสร้างธุรกิจที่มั่นคงและยังยืนได้”
ความสำเร็จของ Tenant = ความสำเร็จของเซ็นทรัลพัฒนา
ต้องบอกว่าการเข้าเรียนหลักสูตร LEAD เป็นเพียงประตูบานแรกที่จะเปิดไปสู่โอกาสทางธุรกิจมากมาย แต่ยังมีประตูอีกบานเปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการดาวรุ่งที่มีศักยภาพให้เข้ามาอยู่ใน Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา โดยมีทีมของเซ็นทรัลกรุ๊ปคอยช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิด
มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ Head of B2B Marketing บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา บอกว่า การทำงานแบบ B2B Marketing (Business-to-Business Marketing) ไม่ได้มอง Tenant เป็นเพียงผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้า แต่มองเป็น Business Partner ที่ทำงานร่วมกันเพื่อไปสู่ความสำเร็จ
มณีจันทร์ สมิทธิสมบูรณ์ Head of B2B Marketing บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา
“ความสำเร็จของเขาคือความสำเร็จของเรา และเป็นความสำเร็จที่เราทำให้มันเกิดขึ้นร่วมกัน” มณีจันทร์กล่าว
“Tenant ที่อยู่ในศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนามีความหลากหลาย ตั้งแต่ SMEs ไปจนถึงแบรนด์ดังในไทยและต่างประเทศ บางแบรนด์เพิ่งเข้าตลาด บางแบรนด์เพิ่งเข้ามาสู่โลกออฟไลน์ บางแบรนด์เพิ่งเข้าตลาดเมืองไทย ในขณะที่บางแบรนด์มุ่งเน้นไปที่เรื่องความยั่งยืนของผู้คนและสิ่งแวดล้อม แต่ละแบรนด์มีโจทย์และเป้าหมายที่ต่างกัน หน้าที่ของเราคือต้องทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าเขาต้องการอะไร ในฐานะพาร์ตเนอร์เราจะช่วยอะไรเขาได้บ้าง”
มณีจันทร์บอกว่าการทำงานของทีม B2B Marketing วันนี้จึงเป็นการทำงานแบบ ‘Tenant-Centric’ มีพาร์ตเนอร์เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่รอซัพพอร์ต แต่ต้องเป็นเหมือนเพื่อนร่วมธุรกิจ แบ่งปัน Know-How เพื่อพาธุรกิจให้เติบโตไปด้วยกัน
“เราสามารถเติบโตแบบยั่งยืนร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น Tenant ที่อยู่กับเรามานาน ก็ต้องพาเขาเติบโตไปพร้อมกัน หรือกลุ่มที่เราว่าเขาเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ อันนี้ก็จะทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำ เช่น แบรนด์ที่เริ่มเป็นที่รู้จักหรือแบรนด์ดังจากต่างประเทศ ถ้าเขายังไม่มีตลาดในเมืองไทยเราก็พาเขาเข้าสู่ตลาด บางแบรนด์อยู่แค่ในกรุงเทพฯ ถ้าเขาอยากโตมากกว่านี้ก็ต้องร่วมกันพัฒนา เพื่อพาไปสู่ตลาดทั่วประเทศ ด้วย Know-How ที่เรามีสามารถวิเคราะห์ให้เขาเห็นว่าศักยภาพของศูนย์การค้าแต่ละพื้นที่คืออะไร โอกาสอยู่ตรงไหน คาแรกเตอร์ลูกค้าที่มาเดินเป็นคนแบบไหน ดูทราฟฟิกด้วยกัน วิเคราะห์ด้วยกันเหมือนเป็นพาร์ตเนอร์ หรือบางแบรนด์โตในไทยแล้วจะพาเขาไปตลาดต่างประเทศอย่างไร นี่คือเป้าหมายในการขับเคลื่อนแบรนด์ที่มีศักยภาพ
“ซึ่งศักยภาพของ Tenant ในแต่ละสเตจก็มีวิธีไปสู่เป้าหมายไม่เหมือนกัน ทีม B2B Marketing จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนา โดยนำประสบการณ์และมุมมองที่เห็นจากการทำงานกับ Tenant ที่หลากหลาย หรือการหาพื้นที่ที่ตรงกับศักยภาพของธุรกิจ ให้เขาได้ทดลองขายจริง หรือถึงงานอีเวนต์และแคมเปญต่างๆ เมื่อเขาได้ลงพื้นที่จริง เขาจะรู้แล้วว่าตัวเองเหมาะกับแพลตฟอร์มไหน โลเคชันไหน ข้อดีคือเราไม่ได้ให้แค่พื้นที่ แต่เราทำการตลาดให้ด้วย”
ในฐานะทีมที่ทำงานใกล้ชิดกับ Tenant และได้คลุกคลีกับผู้ประกอบการใน LEAD มณีจันทร์บอกว่า คาแรกเตอร์ของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จต้องมี Growth Mindset มีความกล้าคิด กล้าลอง กล้าลงมือทำจริง และมี Empathy กับผู้อื่น
Endless Holiday แบรนด์จากผู้เรียนคอร์ส LEAD รุ่นที่ 6
“สิ่งแรกคือ ‘Growth Mindset’ ธุรกิจรีเทลมีเรื่องให้เรียนรู้และปรับตัวตลอด จึงต้องพร้อมที่จะเปิดรับ เปิดใจที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สิ่งต่อมาคือต้อง ‘กล้าคิด กล้าลอง กล้าลงมือทำจริง’ เรียกว่าต้องพร้อมรับโอกาส เพราะเราให้โอกาสลงพื้นที่ทำธุรกิจจริง ให้พื้นที่ฟรี ได้ลองโมเดลใหม่ๆ หรือลองคอลแลบกับแบรนด์อื่น อย่างรุ่นที่ผ่านมา Endless Holiday แบรนด์แฟชั่น คอลแลบกับแบรนด์ Flo Furniture และ Trinity Cafe’ เป็นคาเฟ่จากขอนแก่น ลองเปิด Pop-up Cafe ที่เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ ทำให้ Endless Holiday และ Flo Furniture ได้ลองทำตลาดสัตว์เลี้ยง และ Trinity Cafe’ ก็ได้ลองขยายโอกาสมาที่กรุงเทพฯ”
องค์ประกอบสุดท้ายคือต้องมี Empathy กับผู้อื่น พร้อมที่จะแบ่งปัน ปัจจุบันเรื่องของ Collaboration Networking สำคัญมาก หลายแบรนด์ที่เราพาเขามาคอลแลบกัน 1+1 กลายเป็น 4 การทำงานแบบ Empathy ไม่ใช่แค่กับคนในองค์กรเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจทุกคนที่ร่วมงานด้วย เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกัน”
โชว์ศักยภาพหลักสูตรสร้างผู้ประกอบการที่ดีที่สุดด้วยรางวัล Excellence in B2B Marketing ในระดับ Silver Award
นอกจากความสำเร็จทั้งหมดที่เล่ามา สิ่งที่ตอกย้ำการเป็น Entrepreneurs Programme ที่ดีที่สุดในวงการรีเทลไทยก็คือการคว้ารางวัล ‘Excellence in B2B Marketing’ ระดับ Silver Award จากโปรแกรม ‘LEAD’ by Central Pattana บนเวทีระดับนานาชาติ Marketing Excellence Awards 2024 จัดโดย Marketing-Interactive
“รางวัลนี้สะท้อนบทพิสูจน์ของเราที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผู้ประกอบการดาวรุ่งและปั้นแบรนด์ใหม่ๆ เข้าสู่อุตสาหกรรมได้เสร็จ แพสชันของเราคืออยากให้ทุกธุรกิจที่เรียนกับเราโตไปกับ Ecosystem เซ็นทรัลกรุ๊ป และพา SMEs ไทยไปเติบโตในตลาดโลก เพราะท้ายที่สุดแล้วมันคือการเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย” ดร.ณัฐกิตติ์ กล่าว
หลักสูตร LEAD รุ่นที่ 7 กำลังเปิดประตูแห่งโอกาส ต้อนรับผู้ประกอบการที่พร้อมจะมา ‘เรียนจริง ทำจริง โตจริง’ และเติบโตอย่างยั่งยืนจริง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.centralpattana.co.th/en/shopping/shopping-update/event/1319/lead7