โลกธุรกิจทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความสามารถในการเติบโตจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของโอกาส แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความอยู่รอด อย่างไรก็ตาม หลายธุรกิจกลับติดอยู่ในจุดที่ไม่สามารถขยายตัวได้อีก หรือแม้แต่ถูก Disrupt ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น คำถามสำคัญที่เจ้าของธุรกิจและผู้บริหารต้องตอบให้ได้ก็คือ เราจะทำอย่างไรให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง?
🟡ธุรกิจสำเร็จหรือไม่ วัดกันที่ความเติบโต
โดยทั่วไปแล้ว คนที่เริ่มต้นธุรกิจมักจะเป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นและต้องการสร้างความสำเร็จ แต่ปัจจัยสำคัญที่ใช้วัดความสำเร็จของธุรกิจคือ การเติบโตทางด้านยอดขาย กำไร และขนาดขององค์กร หากธุรกิจไม่สามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้เกิดปัญหาทางการเงิน และอาจทำให้ธุรกิจต้องปิดตัวลงในที่สุด
นอกจากนี้ หากธุรกิจเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แล้ว การไม่เติบโตย่อมส่งผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นและความเชื่อมั่นของนักลงทุน
จากสถิติของกระทรวงพาณิชย์ของประเทศไทย พบว่าในช่วง 5 ปีแรกของการดำเนินธุรกิจ มีถึง 80% ของธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จ สาเหตุหลักมักเกิดจากการขาดความสามารถในการแข่งขัน หรือไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ตลาดได้
🟡ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเติบโตชะลอตัว
- ขาด Product-Market Fit: ธุรกิจที่ล้มเหลวตั้งแต่แรกเริ่มมักเกิดจากการที่สินค้าหรือบริการไม่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด หากสินค้าไม่สามารถสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าได้ ย่อมเป็นเรื่องยากที่ธุรกิจจะขยายตัวต่อไป
- การเผชิญกับคู่แข่ง: เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโต มักจะมีคู่แข่งใหม่เข้ามาในตลาด ซึ่งอาจเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่แข่งขันโดยตรง หรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทรัพยากรสูงกว่า หากไม่สามารถรับมือกับการแข่งขันได้ ธุรกิจก็อาจถูกแย่งส่วนแบ่งตลาดไป
- วัฏจักรของผลิตภัณฑ์: ทุกสินค้ามีวงจรชีวิตของมัน ตั้งแต่การเติบโตจนถึงจุดอิ่มตัว ดังนั้นธุรกิจที่พึ่งพาสินค้าหรือบริการเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีการพัฒนาหรือสร้างสิ่งใหม่ๆ ย่อมมีโอกาสสูงที่จะหยุดเติบโต
🟡กลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
1. Strategic Foresight: การมองเห็นอนาคตของธุรกิจ
หนึ่งในเครื่องมือที่สำคัญที่สุดคือ Strategic Foresight หรือการคาดการณ์แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต การทำ Foresight จะช่วยให้ธุรกิจสามารถมองเห็นโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น และเตรียมความพร้อมล่วงหน้าผ่าน 6 ขั้นตอนนี้
🔺เข้าใจโครงสร้างธุรกิจปัจจุบัน
🔺วิเคราะห์ปัจจัยภายนอก (Social, Technology, Economic, Environment, Politics หรือ STEEP Analysis)
🔺สร้าง Scenario สำหรับอนาคต
🔺กำหนดเป้าหมายของธุรกิจในอนาคต
🔺วางแผนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
🔺ลงมือทำและปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์
2. Portfolio Management: การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอของธุรกิจ
ธุรกิจที่ต้องการเติบโตต้องมีการจัดการพอร์ตโฟลิโอที่ดี ซึ่งหมายถึงการมีทั้งธุรกิจที่สร้างรายได้มั่นคงและธุรกิจใหม่ที่เป็นโอกาสเติบโตในอนาคต แนวคิด Cash Cow & New S-Curve เป็นหนึ่งในหลักการสำคัญในการบริหารธุรกิจ กล่าวคือ
ธุรกิจเก่า (Cash Cow): ต้องสามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงและนำกำไรไปลงทุนในธุรกิจใหม่
ธุรกิจใหม่ (New S-Curve): เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง และจะกลายเป็นแหล่งรายได้หลักขององค์กรในอนาคต
3. การสร้างวัฒนธรรมการเปลี่ยนแปลง
สุดท้าย ธุรกิจต้องมีความสามารถในการปรับตัวและยอมรับการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารควรสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ และกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ๆ
การเติบโตของธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สามารถเกิดขึ้นได้หากมีการวางแผนที่ดีและพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์สำคัญคือการใช้ Strategic Foresight เพื่อมองหาโอกาสใหม่ๆ และการบริหาร Portfolio Management เพื่อให้ธุรกิจมีสมดุลระหว่างความมั่นคงและการเติบโต นอกจากนี้ ความสามารถในการปรับตัวเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
รับชมคลิปฉบับเต็มได้ที่: https://youtu.be/Boq-ouAYZV0