×

สรุป ‘4 มาตรการ’ ลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจ มีอะไรบ้าง

01.06.2021
  • LOADING...
ลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ‘4 มาตรการ’ ลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ครอบคลุมประชากรราว 51 ล้านคน ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่าจะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 4.73 แสนล้านบาท

 

ลดภาระค่าครองชีพและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

 

โครงการเพิ่มกำลังซื้อแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เฟส  3

 

  • กลุ่มผู้ถือบัตรฯ 13.65 ล้านคน
  • คนละ 200 บาท/เดือน
  • ระยะเวลา 6 เดือน
  • วงเงินรวม 16,380.19 ล้านบาท

 

โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (เช่น ผู้ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน เป็นต้น)

 

  • กลุ่มเป้าหมาย ประมาณ 2.5 ล้านคน 
  • ช่วยเหลือค่าซื้อสินค้าร้านธงฟ้าฯ และค่าซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าหรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 
  • คนละ 200 บาท/เดือน 
  • ระยะเวลา 6 เดือน 
  • วงเงินรวม 3,000 ล้านบาท 

 

โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 

 

  • กลุ่มเป้าหมาย 31 ล้านคน 
  • ได้รับสิทธิ์ภาครัฐร่วมจ่าย 50% ไม่เกิน 150 บาท/คน/วัน หรือไม่เกิน 1,500 บาท/คนในแต่ละรอบ 
  • รอบละ 3 เดือน ไม่เกิน 3,000 บาท/คน 
  • วงเงินรวม 93,000 ล้านบาท 
  • เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย. 2564 เวลา 06.00-22.00 น. 
  • คาดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 186,000 ล้านบาท

 

โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

 

  • สิทธิ์ไม่เกิน 4 ล้านคน
  • สำหรับค่าสินค้า/บริการ เช่น ค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป ค่าบริการนวด สปา ทำผม ทำเล็บ ยกเว้นสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และยาสูบ ผ่าน G-Wallet บนแอปฯ ‘เป๋าตัง’ 
  • ผู้มีสิทธิ์จะได้วงเงินสนับสนุนในรูป E-Voucher ไม่เกิน 60,000 บาท/คน และยอดใช้จ่ายที่นำมาคำนวณสิทธิ์ไม่เกิน 5,000 บาท/คน/วัน 
  • ได้รับสิทธิ์ E-Voucher สะสมสูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท/คน (ตลอดระยะเวลาโครงการ) 
  • ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 1-40,000 บาทแรก ได้รับ E-Voucher ร้อยละ 10 
  • ยอดใช้จ่ายตั้งแต่ 40,001-60,000 บาท ได้รับ E-Voucher ร้อยละ 15
  • สิทธิ์ E-Voucher จะคืนใน G-Wallet ทุกต้นเดือนถัดไป ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้ 
  • เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 มิ.ย. 2564 เวลา 06.00-22.00 น.
  • วงเงินสำหรับโครงการ 28,000 ล้านบาท 
  • คาดเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ 268,000 ล้านบาท

 

ทั้ง 4 มาตรการ คาดช่วยให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 4.73 แสนล้านบาท

 

*** ผู้ได้รับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จะต้องยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนที่สาขาหรือตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย ยกเว้นผู้ที่เคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับธนาคารกรุงไทย หรือผู้ที่มีแอปฯ Krungthai NEXT และเมื่อยืนยันตัวตนแล้วจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปฯ ‘ถุงเงิน’ ที่เข้าร่วมแต่ละโครงการได้ในเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2564 ในเวลา 06.00-23.00 น.

 

ภาพประกอบ: นิสากร ฤทธาภัย

พิสูจน์อักษร: วรรษมล สิงหโกมล

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories