Menu
82469

35 ปี สี่ยอดกุมาร จากนิทานพื้นบ้านสู่ตำนานจักรๆ วงศ์ๆ

06.04.2018
  • LOADING...
  • Loading...

ในวันที่ละครโทรทัศน์แนวจักรๆ วงศ์ๆ เริ่มเสื่อมหายไปจากกระแส แต่ถ้าถอยหลังประวัติศาสตร์วงการโทรทัศน์ไทยกลับไปในช่วงปี 2424-2535 บอกได้เลยว่ามันเป็นยุคทองของ ‘จักรๆ วงศ์ๆ’ อย่างแท้จริง

 

ภาพยนตร์โทรทัศน์ หรือต่อมาได้กลายเป็นละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ ที่อยู่ในความทรงจำของผู้ชมนั้นมีอยู่มากมาย แต่เรื่องที่สร้างกระแสนิยม กระทั่งต่อมากลายเป็นแนวทางตัวละครและมี ‘กลุ่มแฟน’ ติดตามอย่างเหนียวแน่น ต้องยกให้กับตำนานภาพยนตร์โทรทัศน์ สี่ยอดกุมาร เวอร์ชันแรกที่ออกอากาศในปี 2526

 

อุ่นเครื่องทำความรู้จักกันอีกสักหน่อย ภาพยนตร์โทรทัศน์หรือละครโทรทัศน์แนวจักรๆ วงศ์ๆ มักนำโครงเรื่องมาจากนิทานพื้นบ้าน หรือเรื่องราวพื้นบ้านที่เล่าสืบต่อกันมาตามแต่ท้องถิ่น ทั้งนิทานพื้นบ้านภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ เช่น พระสุธน-มโนราห์ มีพื้นฐานพื้นถิ่นภาคใต้ ส่วน สี่ยอดกุมาร นั้นนำโครงเรื่องดั้งเดิมมาจากชาดกที่เขียนจารึกไว้ในใบลานว่าเป็นนิทานพื้นบ้านของภาคอีสานเรื่อง นางแก้วคำกลอง

 

 

เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวของเด็ก 4 คนที่มีอาวุธประจำตัวคือ ตรี คทา จักร สังข์ ติดตัวมาตั้งแต่เกิด (คาดว่าวลีที่เรามักจะพูดล้อเล่นกันในกลุ่มเพื่อนประเภทเก่งมาตั้งแต่เกิด หรือใครเก่งด้านใดมากๆ เหมือนเกิดมาพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ มาตั้งแต่ท้องแม่ น่าจะมีจุดเริ่มต้นมาจากละครจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องนี้ -ผู้เขียน)

 

สี่ยอดกุมาร ในเวอร์ชันแรก ปี 2526 ผลิตโดย ดาราวิดีโอ กำกับโดย มานพ สัมมาบัติ ออกอากาศทางช่อง 7 ในช่วงเวลาหลังข่าวของคืนวันจันทร์-อังคาร นำแสดงโดย ยมนา ชาตรี, ศิรินภา สว่างล้ำ และยอดกุมารทั้งสี่คือ ด.ช.นรา กุยเนตร (เทวัน ถืออาวุธ ตรี), ด.ช.จักรกฤษณ์ คชรัตน์ (เทวา ถืออาวุธ คทา), ด.ช.วิชา ระตะจารุ (เทวิณ ถืออาวุธ จักร) และ ด.ช.บอย เนติลักษณ์ ซูเปอร์สตาร์เด็กที่โด่งดังมากของยุคในบท เทวฤทธิ์ ถืออาวุธ สังข์   

 

ปัจจัยที่ทำให้ สี่ยอดกุมาร ปี 2526 โด่งดังและเป็นที่จดจำ เพราะมันเต็มไปด้วยองค์ประกอบของงานสร้างที่สดใหม่และแตกต่าง

 

เริ่มต้นจากบท

สี่ยอดกุมาร เขียนบทโดย วาณิช จรุงกิจอนันต์ นักประพันธ์เจ้าของรางวัลซีไรต์ประจำปี 2527 จากเรื่อง ซอยเดียวกัน นอกจากนั้นวาณิชยังสร้างผลงานนวนิยายโด่งดังเป็นที่รู้จักในยุคเดียวกันไว้มากมาย เช่น แม่เบี้ย, เคหาสน์ดาว, บัลลังก์เมฆ ฯลฯ แต่การตัดสินใจพาตัวเองสู่งานเขียนบทภาพยนตร์โทรทัศน์ หรือต่อมาเปลี่ยนเป็นละครโทรทัศน์แนวจักรๆ วงศ์ๆ นั้นก็อยู่เหนือความคาดคิดของคนในยุคนั้น และใช่ว่าจะเขียนเพียงเรื่องเดียว แต่วาณิชยังเขียนบทไว้ถึง 3 เรื่องต่อกันคือ สี่ยอดกุมาร, สิงหไกรภพ, ขวานฟ้าหน้าดำ ซึ่งทุกเรื่องล้วนแล้วแต่โด่งดังเป็นที่จดจำจนถึงทุกวันนี้

 

นอกจากนั้น สี่ยอดกุมาร เวอร์ชัน 2526 ยังถือเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์แนวจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องแรกที่เปลี่ยนระบบการถ่ายทำด้วยกล้องฟิล์ม 16 มม. มาเป็นกล้องวิดีโอ โดยบริษัทดาราวิดีโอได้อัปเกรดเครื่องไม้เครื่องมือเพื่อพัฒนางานด้านเทคนิคพิเศษ (ซีจี) อย่างทันสมัย

 

ข้อดีของการเปลี่ยนระบบการบันทึกภาพเป็นวิดีโอนั้นเอื้อต่อการทำงานซีจี เช่น การซ้อนภาพด้วยกรีนสกรีนและบลูสกรีน และนั่นทำให้ภาพเคลื่อนไหวใน สี่ยอดกุมาร นั้นเต็มไปด้วยเทคนิคพิเศษที่ตื่นตาตื่นใจสำหรับโปรดักชันระดับเมืองไทย เช่น ตัวละครเดินบนน้ำ เหาะกลางอากาศ ตัวละครยักษ์อยู่รวมในเฟรมเดียวกันกับมนุษย์ หรือยักษ์จับมนุษย์มาไว้บนมือ อาวุธต่างๆ สามารถปล่อยแสงได้

 

หลังจาก สี่ยอดกุมาร ออกอากาศทางช่อง 7 ในปี 2526 ภาพยนตร์โทรทัศน์แนวจักรๆ วงศ์ๆ ได้ฟื้นกลับมาโด่งดังขึ้นอีกครั้ง หลังจากผลงานก่อนหน้านั้นไม่เป็นที่นิยมของผู้ชม ไพรัช สังวริบุตร แห่งดาราวิดีโอ เคยกล่าวถึงช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อในครั้งนั้นว่า “ตอนแรกหลังจากจบ สังข์ทอง (2524) ก็ว่าจะไม่ทำหนังทีวีแนวจักรๆ วงศ์ๆ ต่อ เพราะค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าหนังทีวีแนวอื่นๆ แต่ก็มีคนให้กำลังใจว่าทำต่อเถอะ พอมาทำ สี่ยอดกุมาร (2526) แล้วดังมากเลยมีกำลังใจ ทำให้เลิกไม่ได้เลย”

 

สี่ยอดกุมาร ประสบความสำเร็จอย่างสูง ยุคทองของจักรๆ วงศ์ๆ ก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งอย่างแข็งแรงด้วยผลงานระดับตำนานความทรงจำอย่าง สิงหไกรภพ (2526), ขวานฟ้าหน้าดำ (2527), เทพสังวาลย์ (2528), เทพสามฤดู (2530), แก้วหน้าม้า (2530), โกมินทร์ (2532), เกราะเพชรเจ็ดสี (2537) และอีกมากมายในเวลาต่อมา  

 

เรื่องราวของตำนานนั้นยังถูกต่อยอดไม่รู้จบ เพราะ สี่ยอดกุมาร จากโครงเรื่องของนิทานพื้นบ้าน นางแก้วคำกลอง ยังถูกนำมาสร้างใหม่อีกหลายครั้งในชื่อที่แตกต่างกัน เช่น จำปาสี่ต้น (2515), ดิน น้ำ ลม ไฟ (2534), สี่ยอดกุมาร (2544) และล่าสุดในปี 2559 ในชื่อ สี่ยอดกุมาร ออกอากาศทางช่อง 7

 

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US