Menu
113066

‘2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว’ ภาพยนตร์แห่งแรงบันดาลใจตลอด 55 วันของโครงการก้าวคนละก้าว พร้อมฉายให้ดูฟรีทั่วประเทศ

10.08.2018
  • LOADING...
  • Loading...

จากความตั้งใจของ ‘มนุษย์’ คนหนึ่งที่ต้องการใช้การวิ่งจากใต้สุดไปเหนือสุดของประเทศไทยเป็นระยะทาง 2,215 กิโลเมตร จนสามารถระดมเงินจากหัวใจของคนทั้งประเทศเป็นจำนวนมากกว่า 1,400 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

 

ตลอดระยะเวลา 55 วันที่ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลม สร้างความสุข รอยยิ้ม และแรงบันดาลใจ ได้ถูกสกัดออกมาเป็นภาพยนตร์ความยาว 90 นาทีโดย ไก่-ณฐพล บุญประกอบ ได้รับโอกาสจากค่าย GDH และยอมสละโอกาสการทำงานต่อที่นิวยอร์กเพื่อกลับมารับหน้าที่ผู้กำกับในโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ

 

สิ่งที่เราจะได้เห็นในภาพยนตร์เรื่องนี้คือภาพที่ทุกคนไม่เคยเห็น นอกจากการไลฟ์ผ่านเพจ ‘ก้าว’ และการรายงานข่าวจากสื่อมวลชน โดยเป็นภาพจากทีมงาน 4 คนและกล้องเพียง 2 ตัวในการบันทึกทุกช่วงเวลาและความประทับใจที่เกิดขึ้นตลอดสองข้างทาง เหตุการณ์ก่อนและหลังการวิ่งในแต่ละวัน รวมทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นบน ‘รถบ้าน’ ที่เป็นเสมือนพื้นที่หวงห้ามที่ตูนเก็บไว้เพื่อพักผ่อนเป็นการส่วนตัวเท่านั้น

 

จากภาพยนตร์ตัวอย่างที่เปิดตัวออกมาในงานแถลงข่าว เราจะได้เห็นยอดมนุษย์อย่างตูนเล่นมุกเรียกกระดาษทิชชูว่า ‘ทิชชี’ เผลอสบถคำว่า ‘เหี้ย’ ออกมาโดยไม่ตั้งใจ รวมทั้งเสียงครวญจากการฝืนฉีดยาเพื่อฟื้นฟูร่างกายด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีใครเคยได้ยิน

 

โดยจุดเริ่มต้นทั้งหมดเป็นความต้องการของตูนที่อยากให้มีผลงานต่อเนื่องมาตั้งแต่โครงการวิ่งจากกรุงเทพฯ ไปอำเภอบางสะพานในปี 2559 และได้มาปรึกษากับค่าย GDH ถึงความเป็นไปได้ในการบันทึกเรื่องราวในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ และถ่ายทำออกมาในรูปแบบภาพยนตร์

 

แน่นอนว่าไม่มีใครคิดปฏิเสธโอกาสนั้น แต่ปัญหาคือนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนถ่อมตัวและขี้อาย ทำให้ตูนย้ำกับผู้กำกับตลอดเวลาว่าไม่อยากให้หนังเรื่องนี้โฟกัสที่เขา แต่สำหรับไก่คิดว่าตูนคือแรงบันดาลใจของเขา และหนังเรื่องนี้จะต้องเป็นเรื่องตูนเท่านั้น

 

กระทั่งวันแรกที่ตูนได้รับชมภาพยนตร์ ฟีดแบ็กของเขาคือความเงียบอยู่ในหนังเป็นเวลา 5 นาที และยังย้ำประโยคเดิมว่า “ไม่ได้อยากให้หนังเรื่องนี้โฟกัสที่ผม” แต่หลังจากการพูดคุยกับทีมงาน ไก่รู้สึกว่ากระทั่งซูเปอร์สตาร์ก็ยอมเปิดใจเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของคนทั้งประเทศ

 

“ผมคิดเอาเองว่าพี่ตูนคงคิดว่าสุดท้ายเขาไม่จำเป็นต้องชอบหนังเรื่องนี้ก็ได้ แต่ถ้าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นและส่งแรงบันดาลใจให้คนดูแล้วรู้สึกอยากออกไปวิ่ง ออกไปทำความดี ออกไปช่วยเหลือโรงพยาบาลอีกสักแห่ง เพราะฉะนั้นเขายอมให้หนังออกมาเป็นอย่างไรก็ได้ เล่าเรื่องมุมไหนของเขาก็ได้ หากสิ่งนั้นจะทำได้คนดูได้รับแรงบันดาลใจกลับไปจริงๆ”

 

ภาพยนตร์เรื่อง 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว จะเข้าฉายให้ชมฟรี! ในโรงภาพยนตร์ทั้งเครือเมเจอร์และเอสเอฟทั่วประเทศจำนวน 720,000 ที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 6-16 กันยายนนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายจากกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ บริษัทของคนไทยที่เชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย มุ่งดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย

 

โดยความหวังของตูนคือเชิญชวนทุกคนที่ได้รับชมภาพยนตร์ร่วมกันบริจาคเงินเพื่อหารายได้ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ให้กับโรงพยาบาลศิริราช อาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อผู้ป่วยด้อยโอกาสและผลิตบุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่ต่อไป ส่วนเหตุว่าทำไมต้องเป็นโรงพยาบาลศิริราชนั้นเป็นเพราะการวิ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากบุคลากรแพทย์จากโรงพยาบาลแห่งนี้

 

“หลังจบการวิ่งที่บางสะพาน มีคุณหมอและนักเรียนแพทย์จากโรงพยาบาลศิริราชเข้ามาขอแรงบันดาลใจกับผม เพราะเขากำลังจะทำโครงการวิ่งจากเชียงใหม่ลงมากรุงเทพฯ เพื่อบอกต่อข้อความว่าศิริราชกำลังจะสร้างตึกใหม่และต้องใช้งบประมาณในการสร้างพอสมควร แต่แทนที่จะให้แรงบันดาลใจพวกเขา กลายเป็นว่าผมได้แรงบันดาลใจกลับมาแทน  

 

“มันบันดาลใจผมว่านี่นักเรียนแพทย์นะ เขาต้องเรียนหนักขนาดไหน นี่หมอนะ เขาต้องทำงานหนักขนาดไหนท่ามกลางข้อจำกัดต่างๆ ทั้งๆ ที่เขาเหนื่อยมากอยู่แล้ว แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อน แต่เขายังต้องมาทำโครงการวิ่งเพื่อหาสตางค์ไปเสริมสร้างศักยภาพให้โรงพยาบาลรักษาพวกเราได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่คนนอกอย่างเราต้องออกมาช่วยกันในมิตินี้ และต่อไปถ้าเราเหนื่อยในสายอาชีพตัวเองขนาดไหนเราก็ห้ามท้อเด็ดขาด”

สำหรับผู้ที่สนใจรับชมภาพยนตร์เรื่อง 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว สามารถติดตามรอบฉายและเงื่อนไขการชมภาพยนตร์ รวมทั้งรายละเอียดในการร่วมบริจาคเงินได้ที่เฟซบุ๊กเพจก้าว @kaokonlakao และเฟซบุ๊กเพจ GDH @gdh559

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US