×

รองโฆษกสภาทนายความฯ ระบุผู้ก่อเหตุอายุ 14 ปี กฎหมายระบุอาจไม่ต้องรับโทษ แต่ใช้มาตรการอื่นจัดการ ส่วนผู้ปกครองอาจต้องรับโทษแทน

โดย THE STANDARD TEAM
04.10.2023

วันนี้ (4 ตุลาคม) วีรศักดิ์ โชติวานิช อุปนายกฝ่ายเทคโนโลยีและสารสนเทศ และรองโฆษกสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้แสดงความเห็นกรณีเยาวชนชายอายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงในศูนย์การค้าวานนี้ (3 ตุลาคม) ว่า

 

คดีนี้ผู้ก่อเหตุยังเป็นเด็กชายอายุ 14 ปี ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 ระบุว่า การกระทำที่กฎหมายบัญญัติว่าการลงมือกระทำผิดอาญาโดยเด็กอายุ 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปีนั้น เป็นความผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ และศาลมีอำนาจไม่ส่งตัวเด็กไปควบคุมที่สถานพินิจฯ แต่จะกำหนดเงื่อนไขตามมาตรา 56 ให้ผู้ปกครองปฏิบัติ 

 

คือในวรรคสามบอกว่า ในกรณีที่ศาลมอบตัวเด็กให้ผู้ปกครอง ศาลอาจกำหนดให้ตั้งเจ้าพนักงานคุมประพฤติควบคุมติดตามดูพฤติการณ์เด็กก็ได้ แต่ถ้าศาลจะไม่ใช้วิธีนี้ ก็ส่งตัวเข้าสถานพินิจฯ ไป เหตุการณ์เด็กกระทำผิดร้ายแรงครั้งนี้ไม่ใช่คดีแรก แต่เกิดมาหลายครั้งแล้ว ขณะที่กฎหมายมุ่งคุ้มครองเด็กไม่ให้ต้องรับโทษ แต่จะมีมาตรการสำหรับเด็กแทน

 

วีรศักดิ์กล่าวต่อว่า ที่น่าเป็นห่วงคือการเสนอข่าวของสื่อโซเชียลโดยนักข่าวพลเมือง รวมทั้งสื่อหลักบางแห่งเสนอภาพ รูปร่าง ที่อยู่ ชื่อของบุคคลที่เข้าถึงตัวเด็กได้ จะมีกฎหมาย 2 ฉบับคุ้มครองเด็ก คือ 1. คุ้มครองเพราะเขายังเป็นเด็ก คือ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กับ 2. คุ้มครองในฐานะเขาเป็นผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายอาญา, พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ที่กฎหมายไม่ยอมให้เปิดเผยถึงตัวเด็กเลย แต่ก็ยังมีการละเมิดกฎหมายอยู่ ซึ่งต้องตระหนักให้มาก

 

แต่ในทางกลับกัน กฎหมายจะไปมุ่งลงโทษผู้ปกครองที่ทอดทิ้งหรือปล่อยปละละเลยให้บุตรหลานของตนไปทำละเมิดคนอื่น คือ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ มาตรา 23, 25 และ 26 ซึ่งมีอัตราโทษสูง

 

ในประเด็นว่าเด็กอาจป่วยเป็นโรคจิต จะได้รับการคุ้มกันโดยกฎหมายหรือไม่ ประเด็นนี้ต้องย้อนไปดูต้นตอของปัญหาว่า พ่อแม่ได้ให้ความรักความอบอุ่นกับลูกหรือไม่ เด็กไม่ใช่สินทรัพย์ของพ่อแม่ที่จะเลี้ยงดูด้วยการตามใจซื้อข้าวของให้ แต่ต้องให้ความใกล้ชิดเอาใจใส่


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising