×

สรุปมหากาพย์กล้องส่องพระ ZEISS Blue Marine จากสัญญาผลิต 8.3 ล้าน สู่ข้อพิพาท ‘มาเวลล์ฯ’ ฟ้อง ‘โทน บางแค’ ผิดนัดจ่ายหนี้-แอบระบุแบรนด์

โดย THE STANDARD TEAM
06.08.2026
  • LOADING...
ภาพชายสวมเฝือกนั่งอยู่ โดยใบหน้าถูกเบลอ

สำหรับกรณีความขัดแย้งระหว่าง บริษัท มาเวลล์ อายแคร์ (ในเครือ มาเวลล์ กรุ๊ป) ผู้จัดจำหน่าย (Distributor) กล้องส่องพระ และ บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด (บริหารงานโดย โทน บางแค) ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมาย จากปมการสั่งผลิตกล้องส่องพระ ZEISS D40 Limited Edition สี Blue Marine ที่ลุกลามไปสู่ข้อครหาเรื่องการแอบระบุลิขสิทธิ์ และการปั่นราคาสินค้าสูงกว่าต้นทุนหลายเท่าตัว

 

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด ได้ทำสัญญาตกลงสั่งผลิตกล้องส่องพระ ZEISS D40 Limited Edition สี Blue Marine จำนวน 3,175 ตัว กับ บริษัท มาเวลล์ อายแคร์ ในราคาต้นทุนตัวละ 2,450 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้น 8,323,262.50 บาท

 

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2565 ทางเพจ ‘โทน บางแค FC’ ได้เปิดตัวสินค้าอย่างยิ่งใหญ่ โดยระบุสิทธิ์ว่า บริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด เป็นผู้ได้สิทธิ์ Collab โดยตรงกับบริษัท ZEISS ประเทศเยอรมนี ในวาระครบรอบ 175 ปีของแบรนด์ และเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า การใช้เครื่องหมายการค้า 175 ปี และสื่อโฆษณาดังกล่าว ไม่เคยได้รับอนุญาต จากบริษัท มาเวลล์ฯ รวมถึงบริษัทแม่ Carl Zeiss แต่อย่างใด

 

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2566 โทนทอง ได้เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ ZEISS ที่ประเทศเยอรมนี เพื่อถ่ายทำคอนเทนต์ตอกย้ำภาพลักษณ์คู่ค้าอย่างเป็นทางการ แม้จะยังคงไม่ได้รับการอนุญาตสิทธิ์ในการทำสื่อโฆษณาเชิงพาณิชย์ก็ตาม

 

จากการตรวจสอบไทม์ไลน์การจัดจำหน่าย พบว่ามีการทำการตลาดที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้น

 

  • 31 ตุลาคม 2565: มีการไลฟ์สดเปิดจองสินค้า มียอดจองกว่า 1,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 21 ล้านบาท โดยพบว่าผู้ซื้อต้องโอนเงินเข้า บัญชีส่วนตัว ไม่ใช่บัญชีของบริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด
  • ต้นเดือนธันวาคม 2565: เริ่มมีการส่งมอบกล้อง ในช่วงนี้เกิดประเด็นข้อพิพาทกับลูกค้ารายใหญ่ (มาดามและคุณตี๋ตื่น) โดยมีการระบุว่าราคาปรับขึ้นจาก 3,000 บาท เป็น 10,000 บาท จนท้ายที่สุดมีการตกลงซื้อขายตรงในมูลค่าถึง 3 ล้านบาท
  • ปี 2568 – กลางปี 2569: แม้จะมีการประกาศว่าสินค้าหมด แต่ยังคงมีการปล่อยสินค้าออกมาเป็นระยะผ่านเพจ โดยราคาพุ่งสูงไปถึง 25,000 – 30,000 บาท ล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2569 ผู้เสียหายระบุว่าซื้อมาในราคาตัวละ 28,500 บาท โดยยังคงเป็นการโอนเงินตรงเข้าบัญชีส่วนตัวเช่นเดิม

 

สำหรับประเด็นข้อพิพาททางสัญญา บริษัท มาเวลล์ฯ ได้ทยอยส่งมอบกล้องให้ตามกำหนด ได้แก่ วันที่ 2 ธันวาคม 2565 (1,000 ตัว) และ 26 ธันวาคม 2565 (1,000 ตัว) ก่อนที่ในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 จะส่งมอบลอตสุดท้ายอีก 995 ตัว รวมยอดส่งมอบทั้งสิ้น 2,995 ตัว ซึ่งขาดไป 180 ตัว โดยทางมาเวลล์ฯ ระบุว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจากปัญหาการผลิตตามสัญญา ทว่าบริษัท พระเครื่องเมืองไทย จำกัด ได้ปฏิเสธการชำระเงินงวดที่ 2 มูลค่า 4,161,631.25 บาท โดยระบุเหตุผลว่าบริษัทส่งมอบสินค้าไม่ครบจำนวน

 

จากกรณีผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าว ทำให้ในวันที่ 27 สิงหาคม 2567 บริษัท มาเวลล์ฯ ตัดสินใจยื่นฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อเรียกร้องเงินค่าสินค้างวดที่ 2 ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 โทนทอง ได้ยื่นคำให้การปฏิเสธและ ฟ้องแย้ง โดยระบุว่าตนไม่มีหน้าที่ต้องชำระหนี้เนื่องจากได้สินค้าไม่ครบ พร้อมเรียกร้องค่าเสียหายรวมดอกเบี้ยเป็นเงิน 3,824,250.25 บาท

 

โดยระบุเหตุผลว่า

 

  • ต้องคืนเงินให้ผู้ซื้อ 175 ชิ้น (ราคาชิ้นละ 17,378.50 บาท)
  • สูญเสียผลกำไรจากสินค้าที่ยังไม่มีผู้ซื้ออีก 5 ชิ้น
  • ค่าโฆษณา ค่าการตลาด และค่าเสื่อมเสียชื่อเสียง

 

อย่างไรก็ตาม บทสรุปของคดีนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล ขณะที่สังคมและวงการพระเครื่องยังคงจับตามองถึงมาตรฐานการทำธุรกิจ การแอบระบุลิขสิทธิ์สินค้าแบรนด์ระดับโลก รวมถึงความโปร่งใสในการรับโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของบริษัทผู้รับผลิตคดีนี้อย่างใกล้ชิด

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising