×

ไม่เอา 1 เจ้าของ 2 ทีม! ทำไมแซ็ก บราวน์ ถึงร่ายยาว 6 หน้า ถึง FIA ค้านแนวคิดนี้

17.05.2026
  • LOADING...
แซ็ก บราวน์ ซีอีโอทีมแมคลาเรน ในสนามแข่ง F1

ในสัปดาห์ที่แสนสงบสุขที่ศึก F1 มีช่องว่างระหว่างรอยต่อของการแข่งขัน ไมอามี กรังด์ปรีซ์ กับ แคนาเดียน กรังด์ปรีซ์ ที่มีระยะเวลา 2 สัปดาห์ แฟนๆ หลายคนอาจจะเบนเข็มไปดูฟุตบอล, โมโตจีพี, เทนนิส หรืออาจจะ นูร์แบร์กริง 24 ชั่วโมง ที่แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน มีส่วนร่วม

 

ในเวลานี้เองที่ดราม่าใหม่ ซึ่งอาจกลายเป็นพายุลูกใหญ่ในศึก F1 ก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีเค้าลาง เมื่อ แซ็ก บราวน์ ซีอีโอของทีมแมคลาเรน ตัดสินใจส่งจดหมายความยาว 6 หน้าถึง โมฮัมเหม็ด เบน ซูลาเย็ม ประธานสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA

 

จดหมายของ บราวน์ ถูกส่งเพื่อเรียกร้องให้มีคำสั่งห้ามเจ้าของเดียวกันถือครองกรรมสิทธิ์ในทีม F1 พร้อมกัน 2 ทีม (Dual-team ownership) และยังรวมไปถึงการห้ามเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์อย่างเด็ดขาดด้วย

 

บราวน์ มุ่งเป้าไปที่การยกตัวอย่างทีม เรดบูลล์ เรซซิง ที่ดูเหมือนจะได้เปรียบทั้งในแง่ข้อมูล และกลยุทธ์เหนือทีมคู่แข่ง จากการมี 2 ทีมในสนามแข่ง

 

ย้อนกลับไป ในปี 2005 เรดบูลล์ เข้าซื้อทีม มินาร์ดี ให้มาเป็นเหมือนทีมหมายเลข 2 ของพวกเขา โดยหลังจากนั้นทีมทีมนี้ถูกเปลี่ยนชื่อมามากมาย ไล่ตั้งแต่ สคูเดเรีย โตโร รอสโซ, เรดบูลล์ โตโร รอสโซ ฮอนด้า, สคูเดเรีย อัลฟา ทอรี, ทีมอาร์บี และปัจจุบันคือ เรดซิ่งบูลล์

 

โดยในขณะนั้น FIA อนุญาตให้เรดบูลล์ เข้าเทคโอเวอร์ทีมมินาร์ดี เพราะต้องการความมั่นคงทางการเงินในสนามแข่ง และต้องอย่างลืมว่าในยุคปี 2005 ไม่ใช่ช่วงเวลาทองคำสำหรับ F1 เหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

ซึ่งเมื่อมองมาถึงบริบทในปัจจุบัน บราวน์ เชื่อว่า เหตุผลเรื่อง “การอยู่รอด” นั้นฟังไม่ขึ้นอีกต่อไป เนื่องจากปัจจุบันทีม F1 เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล โดย เรดบูลล์ เรซซิ่ง มีมูลค่าสูงถึง 4.35 พันล้านดอลลาร์ และ เรซซิ่ง บูลล์ มีมูลค่าประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์

 

บราวน์มองว่า หากมองทั้ง 2 ทีมเป็นทีมที่มีเจ้าของเดียวกัน พวกเขาจะรวมเป็นอาณาจักรแข่งรถที่มีมูลค่ากว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าว ไม่ได้ทิ้งห่างทีม เฟอร์รารี หรือ เมอร์ซีเดส แต่ด้วยตัวเลขเท่ากัน เรดบูลล์ สามารถส่งรถแข่งขันได้ 4 คัน ขณะที่ เฟอร์ส และ เมอร์ส มีแค่ทีมละ 2 คันเท่านั้น

 

ซีอีโอทีมมะละกอ มองว่านี่ถือเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมต่อทีมที่เป็นอิสระอื่นๆ เขามองว่าการที่ทีมมีพันธมิตรใกล้ชิดกัน เป็นเรื่องที่ไม่ดีต่อการแข่งขัน และเสี่ยงที่จะทำให้ความสมบูรณ์และความยุติธรรมของ F1 ถดถอยลง

 

ในจดหมายความยาว 6 หน้าของ บราวน์ เขายังได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เขามองว่า การมี 2 ทีมของ เรดบูลล์ เรซซิ่ง กำลังทำลาย F1 ไว้ด้วย

 

โดยเหตุการณ์แรก คือเหตุการณ์ที่ แดเนียล ริคเคียร์โด ซึ่งในตอนนั้นอยู่กับ เรซซิ่งบูลส์ จงใจเข้าพิตในรอบสุดท้ายของศึก สิงคโปร์ กรังด์ปรีซ์ 2024 เพื่อที่จะเปลี่ยนยางมาทำ Fastest Lap (ขณะนั้นผู้ที่ทำสถิตินี้ จะได้รับ 1 คะแนนเมื่อแข่งขันจบ)

 

ผลคือ แดนี่-ริค ทำสำเร็จ และเขาแย่ง 1 คะแนนในสนามนั้นออกมาจาก แลนโด นอร์ริส ซึ่ง บราวน์ มองว่า นั่นคือการช่วยเหลือแม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ในการเก็บคะแนนลุ้นแชมป์โลกอย่างชัดเจน

 

เท่านั้นยังไม่พอ บราวน์ ยังยกอีก 1 ตัวอย่าง ที่เพิ่งเกิดขึ้นใน ไมอามี กรังด์ปรีซ์ แบบสดๆ ร้อนๆ และเชื่อว่านั่นอาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจส่งจดหมายยาว 6 หน้าในครั้งนี้ด้วย

 

โดยเหตุการณ์นั้นคือจังหวะที่ เลียม ลอว์สัน นักขับจาก เรดซิ่งบูลล์ เหมือนจะจงใจปล่อยให้ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ผ่านไปง่ายๆ หลังจากจังหวะที่เขาหมุนในโค้งที่ 2 ซึ่งสร้างความได้เปรียบให้ซูเปอร์แม็กซ์อย่างมากในสนามนั้น

 

นอกจากการแข่งขันในสนามแล้ว ซีอีโอของแมคลาเรน ยังชี้ให้เห็นถึงความได้เปรียบจากการใช้ทรัพยากรและสถิติร่วมกัน รวมไปถึงความได้เปรียบด้านทรัพยากรบุคคลด้วย

 

เขาตั้งคำถามถึงความได้เปรียบจากการใช้อุโมงค์ลม และซอฟต์แวร์ ร่วมกันระหว่างเรดบูลล์ กับเรซซิ่งบูลล์ ซึ่งทีมที่ทำงานลำพังไม่สามารถทำได้

 

นอกจากนี้ยังระบุถึงความเหลื่อมล้ำในการย้ายตัวบุคลากร โดยเขายกตัวอย่างว่า แมคลาเรน ต้องรอถึง 9 เดือนและยังต้องจ่ายค่าชดเชยเพื่อดึงตัว ร็อบ มาร์แชลล์ ออกมาจาก เรดบูลล์

 

แต่กรณีของเรดบูลล์กับเรซซิ่งบูลล์ การโยกย้ายบุคลากรระหว่างทีมกลับสามารถทำได้ในเวลาเพียงไม่กี่วัน ซึ่งตัวอย่างที่ดีที่สุด คือการที่เรดบูลล์ ดึงตัว โรรองต์ เมกีส์ มาจากเรซซิ่งบูลล์ ระหว่างฤดูกาลก่อน เพื่อมาทำหน้าที่ในทีมแทน คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ที่อำลาทีมไปอย่างกะทันหัน

 

ในกรณีนี้ ทีมอื่นๆ ที่เป็นทีมอิสระแบบทีมเดียวแทบจะไม่มีสิทธิ์ทำได้เลย หากมีการโยกย้ายระหว่างฤดูกาลซึ่งบราวน์มองว่า มันเป็นแต้มต่อที่มากเกินไปของเรดบูลล์

 

สำหรับ แซ็ก บราวน์ เขาต้องการให้ขจัดการมีพันธมิตรในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผ่านการเป็นเจ้าของ การมีส่วนร่วมเชิงกลยุทธ์ หรือการใช้อิทธิพลควบคุม และต้องการให้เริ่มกระบวนการ “ยกเลิกพันธมิตรที่มีอยู่เดิม” เพื่ออนาคตของการแข่งขัน F1 ที่แฟร์ขึ้น

 

บราวน์ ระบุว่า ตัวเขาและทีมแมคลาเรน พร้อมที่จะเสนอแนวทางในการปรับปรุงการบริหารจัดการผ่านการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบครั้งนี้ เพื่อให้มันเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุดด้วย

 

อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์กันว่า แม้เนื้อหาในจดหมายทั้ง 6 หน้า จะมุ่งเป้าไปโจมตีทีมเรดบูลล์เป็นหลัก แต่สิ่งที่บราวน์หวังผลอย่างแท้จริง คือการทำให้ดีลที่โตโต้ วูล์ฟส์ จะเข้าไปเทคโอเวอร์ทีม อัลพีน เกิดข้อกังขาถึงความแฟร์ในการแข่งขัน

 

เพราะหากทีมอย่างเมอร์ซีเดส ที่เป็นผู้ออกแบบและผลิตเพาเวอร์ยูนิต ซึ่งมักจะได้เปรียบในแง่ของข้อมูลในการออกแบบรถมาให้ซัพพอร์ตต่อเครื่องยนต์อยู่แล้ว ยังจะสามารถได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการมีรถ 4 คันในเรซ สำหรับบราวน์ การแข่งขันเช่นนั้น คงไม่แฟร์อีกต่อไป

 

การออกมายื่นจดหมายครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการ ‘ตีวัวกระทบคราด’ เพื่อให้ไปถึงโตโต้ พอๆ กับที่พวกเขาโวยใส่ทีมเรดบูลล์นั่นเอง

 

อย่างไรก็ตาม ด้านโมฮัมเหม็ด เบน ซูลาเย็ม ประธาน FIA ก็ออกมาเปิดเผยว่าเขารับทราบข้อกังวลนี้และกำลังให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าการครอบครองสองทีมนั้นทำได้หรือเหมาะสมหรือไม่

 

ขณะที่เขามีความเห็นส่วนตัวว่าการเป็นเจ้าของสองทีมไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้อง และกังวลว่าหากสูญเสีย “จิตวิญญาณของการแข่งขัน” ไป F1 ก็อาจสูญเสียการสนับสนุนจากแฟน ๆ ได้เช่นกัน

 

โดยเขากล่าวว่า “จำเป็นต้องมีการกำหนดกฎระเบียบเพื่อควบคุมเรื่องนี้ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีกฎที่ระบุถึงกรณีนี้ไว้อย่างชัดเจน”

 

ด้านทีมที่โดนพาดพิงอย่าง เรดบูลล์ เรซซิ่ง ยังไม่มีการพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า การแก้กฎนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย

 

เพราะในสถานเบา หากออกกฎว่าห้ามทั้ง 2 ทีมของเรดบูลล์ ข้องเกี่ยวหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ก็เป็นอะไรที่ดูจะเป็นไปได้ในทางทฤษฎีแต่กลับดูยากในทางปฏิบัติ

 

หากจะใช้ไม้แข็งเช่นการบังคับให้เรดบูลล์ขายทีม นั่นก็คงไม่ใช่หนทางที่ทีมยักษ์ใหญ่ทีมนี้ยอมง่ายๆ เช่นกัน และนั่นเองที่เป็นสาเหตุให้กลิ่นดราม่าลอยมาแต่ไกล

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับในมุมแฟนๆ เราอาจจะได้ตามดราม่าเรื่องใหม่กันอย่างใกล้ชิด แต่ข้อดีของดราม่านี้คือความเปลี่ยนแปลง ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้แบบเกือบจะ 100%

 

และนั่นทำให้แฟนๆ อย่างเราๆ ท่านๆ โดยเฉพาะแฟนๆ ทีมเรดบูลล์ และ เรซซิ่งบูลล์ ยังสบายใจกันได้ ว่าทีมของพวกท่านน่าจะยังไม่มีปัจจัยภายนอกใดๆ มารบกวน อย่างน้อย…ก็จนจบฤดูกาลนี้

 

อ้างอิง

 

ภาพ: NurPhoto

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising